# ผลโพลดีโหวตออกแล้ว! AI ลูกเทพไม่คุ้ม คนไทยอยากได้ AI ปราบโกงมากกว่า
กระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ล่าสุดผลสำรวจของศูนย์โพลดีโหวต (D-vote) มหาวิทยาลัยศรีปทุม จากกลุ่มตัวอย่าง 1,172 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน 2569 สะท้อนมุมมองของประชาชนต่อโครงการดังกล่าวอย่างน่าสนใจ โดยพบว่าทั้งกลุ่มผู้ใช้งาน AI เป็นประจำและกลุ่มที่ไม่ได้ใช้งาน AI ส่วนใหญ่มองว่าโครงการนี้ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ
ผลสำรวจระบุว่า คนไทยกว่า 75% ใช้งาน AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และกว่า 54% ใช้งานเป็นประจำเกือบทุกวัน สะท้อนว่าเทคโนโลยี AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชนจำนวนมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport กลุ่มผู้ใช้งาน AI เป็นประจำถึง 91% เห็นว่าโครงการไม่คุ้มค่า ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ใช้งาน AI ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันถึง 93% นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังรับรู้ว่าโครงการมีวงเงินงบประมาณระดับหลายพันล้านบาท และในกลุ่มที่รับทราบข้อมูลดังกล่าวถึง 93% มองว่าโครงการไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้
ผลสำรวจยังพบว่า ความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระดับต่ำ โดย 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ายังไม่มั่นใจต่อระบบดูแลข้อมูลของโครงการ ขณะที่ 99% ต้องการให้มีการตรวจสอบและเปิดเผยรายละเอียดการดำเนินงานอย่างโปร่งใส
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อสอบถามว่าภาครัฐควรนำ AI ไปใช้ในเรื่องใดมากที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่เลือกให้ AI ช่วยลดการทุจริตคอร์รัปชันเป็นอันดับหนึ่งถึง 60% รองลงมาคือการลดขั้นตอนและความยุ่งยากของระบบราชการ 48% ขณะที่ผู้ที่มองว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นเรื่องสำคัญมีเพียง 1% เท่านั้น
ผลการสำรวจยังสะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI แต่ต้องการเห็นการนำเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ การลดขั้นตอนราชการ และการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
ด้าน ดร.เรือบิน หรือ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ประชาชนจำนวนมากรู้จักและใช้งาน AI แล้ว ดังนั้นโจทย์สำคัญของนโยบายภาครัฐจึงควรมุ่งไปที่การสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ การยกระดับทักษะการใช้งาน และการสร้างความเชื่อมั่นด้านความโปร่งใส มากกว่าการวัดความสำเร็จจากจำนวนสิทธิ์ที่แจกออกไปเพียงอย่างเดียว
ผลสำรวจครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนสำคัญต่อทิศทางนโยบาย AI ของภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมกำลังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับจากการใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่
News1 รายงาน


