xs
xsm
sm
md
lg

ดร.อ้อ จี้นักการเมือง เอาเงินจากไหนเปย์ สส. หลายร้อยล้านต่อเดือน?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



# ดร.อ้อ จี้นักการเมือง เอาเงินจากไหนเปย์ สส. หลายร้อยล้านต่อเดือน?

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หรือ "ดร.อ้อ" ออกมาตั้งคำถามถึงที่มาของเงินสนับสนุนทางการเมือง หลังได้รับฟังข้อมูลและกระแสข่าวเกี่ยวกับการจ่ายเงินเพิ่มเติมให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของบางพรรคการเมือง ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขระดับหลายร้อยล้านบาทต่อเดือน

ดร.อ้อ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ตนเกิดความสงสัยไม่ใช่เพียงเรื่องการมีเงินสนับสนุนเพิ่มเติม แต่เป็นขนาดของเม็ดเงินที่ถูกกล่าวถึง ซึ่งหากคำนวณเป็นรายปีจะมีมูลค่าหลายพันล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่สังคมควรตั้งคำถามอย่างจริงจัง

"คำถามง่าย ๆ คือ เอาเงินมาจากไหน"

ดร.อ้อ มองว่า หากมีการใช้เงินจำนวนมหาศาลในทางการเมืองจริง ย่อมเป็นเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิรับรู้และตรวจสอบ เพราะพรรคการเมืองเป็นองค์กรสาธารณะที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารประเทศ ความโปร่งใสด้านการเงินจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เธอตั้งข้อสังเกตว่า พรรคการเมืองจำนวนมากยังประสบปัญหาด้านงบประมาณและการระดมทุน จึงยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหากมีการจ่ายเงินสนับสนุนในระดับสูงจริง แหล่งที่มาของเงินดังกล่าวคืออะไร และอยู่ภายใต้กลไกตรวจสอบที่เพียงพอหรือไม่

"ถ้าประชาชนไม่สงสัย ดิฉันสงสัย"

ดร.อ้อ ยังแสดงความกังวลว่า หากระบบการเมืองถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ระยะสั้นหรือการแข่งขันเพื่ออำนาจเพียงอย่างเดียว ประเทศอาจสูญเสียโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะผู้มีอำนาจอาจมุ่งเน้นเป้าหมายทางการเมืองเฉพาะหน้า มากกว่าการวางรากฐานอนาคตให้กับคนรุ่นต่อไป

เธอระบุว่า ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรควรมีความเข้มแข็งทางจุดยืนและยึดมั่นในภารกิจการทำงานเพื่อประชาชน มากกว่าการยึดโยงกับผลประโยชน์ส่วนบุคคลหรือผลตอบแทนทางการเมือง

พร้อมเรียกร้องให้สังคมช่วยกันจับตาและตรวจสอบความโปร่งใสในระบบการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมืองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนสามารถตรวจสอบที่มาของอำนาจและที่มาของเงินได้อย่างเปิดเผย

ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งคำถามสำคัญที่สังคมกำลังรอคำตอบว่า หากมีการใช้เงินสนับสนุนทางการเมืองในระดับหลายร้อยล้านบาทต่อเดือนจริง แหล่งที่มาของเงินดังกล่าวคืออะไร และอยู่ภายใต้ระบบตรวจสอบที่โปร่งใสเพียงใด

News1 รายงาน