ศธ.ล้ม "โรงเรียนสีขาว" ปิดฉากโครงการต้านยาเสพติดกว่า 20 ปี
กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคำสั่งยุติโครงการ "สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข" ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานานกว่าสองทศวรรษ โดยกระทรวงศึกษาธิการให้เหตุผลว่า ต้องการลดภาระงานเอกสารและงานประเมินที่เป็นภาระของครู เพื่อคืนเวลาให้ครูกลับไปทำหน้าที่สอนนักเรียนได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวได้ก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า สิ่งที่ควรถูกยกเลิกนั้นคือ "ตัวโครงการ" หรือเป็นเพียง "รูปแบบการดำเนินงาน" ที่สร้างภาระให้กับบุคลากรทางการศึกษา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โครงการโรงเรียนสีขาวถูกใช้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด การพนัน อบายมุข และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา แม้อาจมีข้อถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพในบางพื้นที่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่โรงเรียนทั่วประเทศใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านคุณธรรมและการป้องกันปัญหาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
หลายฝ่ายจึงมองว่า หากปัญหาอยู่ที่ภาระเอกสาร การประเมินซ้ำซ้อน หรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก ก็ควรปรับปรุงวิธีดำเนินงานให้กระชับขึ้น มากกว่าการยุติโครงการทั้งหมด เพราะเป้าหมายของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดในโรงเรียนยังคงมีความสำคัญเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน ผู้สนับสนุนแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการมองว่า การลดภาระงานที่ไม่จำเป็นจะช่วยให้ครูมีเวลาใกล้ชิดนักเรียนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีกว่าการเน้นเอกสารและการประเมินตามตัวชี้วัด
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "โรงเรียนสีขาวควรมีหรือไม่" แต่อยู่ที่ว่า ประเทศไทยจะมีมาตรการใดมาทดแทน เพื่อป้องกันยาเสพติดและอบายมุขในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากโครงการที่ดำเนินมานานกว่า 20 ปี กำลังจะกลายเป็นอดีต
เพราะหากสิ่งที่ถูกยกเลิกเป็นเพียงภาระงานเอกสาร สังคมอาจเห็นด้วย แต่หากการยกเลิกครั้งนี้ทำให้กลไกการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนอ่อนแอลง ก็เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจอย่างชัดเจนเช่นกัน
News1 รายงาน


