จบเส้นทางการเมือง! ศาลฎีกาตัดสิทธิ “จุฑามาศ ซารัมย์” ตลอดชีวิต
นับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญในแวดวงการเมืองท้องถิ่น หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาให้นางจุฑามาศ ซารัมย์ พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต จากกรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะมีการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
จากการพิจารณา ศาลเห็นว่ามีทรัพย์สินบางส่วนซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องแสดงรายการต่อ ป.ป.ช. แต่ไม่ได้มีการแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นตามกฎหมาย โดยทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยเงินฝากและสลากออมสินรวมมูลค่าหลายล้านบาท
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงความผิดพลาดจากการหลงลืมหรือความคลาดเคลื่อนทางเอกสาร แต่มีลักษณะเป็นการจงใจปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ต้องเปิดเผยต่อหน่วยงานตรวจสอบ จึงเข้าข่ายความผิดฐานยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ผลจากคำพิพากษาส่งผลให้นางจุฑามาศต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝกทันที และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางการเมืองที่รุนแรงที่สุดตามกฎหมาย สำหรับกรณีการจงใจปกปิดหรือแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี เนื่องจากพิจารณาถึงพฤติการณ์และข้อเท็จจริงประกอบคดี
คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส ป้องกันการทุจริต และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานสำคัญที่ตอกย้ำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเผยทรัพย์สินและหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน
News1 รายงาน


