“สนธิ” ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน ชี้เหตุใดต้องกุมอำนาจทุกกลไก
กลายเป็นอีกหนึ่งบทวิเคราะห์ทางการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เมื่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทย โดยตั้งคำถามถึงการขยายอิทธิพลทางการเมืองของพรรคการเมืองสีน้ำเงิน ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทสำคัญทั้งในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และกระบวนการสรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
นายสนธิมองว่า การรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองในลักษณะดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องระบบตรวจสอบถ่วงดุล และอาจนำไปสู่สภาวะที่กลไกต่าง ๆ ของรัฐถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจทางการเมืองเพียงกลุ่มเดียว
ในมุมมองของนายสนธิ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังวิกฤตการเมืองในปี 2568 ซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลอำนาจครั้งใหญ่ และเปิดทางให้พรรคสีน้ำเงินก้าวขึ้นมามีบทบาทนำทางการเมืองอย่างเต็มตัว
นอกจากนี้ นายสนธิยังวิจารณ์พรรคการเมืองบางพรรคที่ตัดสินใจสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเห็นว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคสีน้ำเงินสามารถขยายอิทธิพลทางการเมืองได้อย่างรวดเร็ว
ประเด็นที่นายสนธิให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือคดีและข้อพิพาทหลายเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ดินเขากระโดง คดีเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางการเมือง
นายสนธิมองว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มอำนาจทางการเมืองต้องพยายามรักษาอำนาจไว้ให้ได้ เพราะหลายประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของบุคคลและกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้อง หากกระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบ
พร้อมกันนี้ นายสนธิยังวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่า “เครือข่ายไอโอทางการเมือง” โดยมองว่ามีความพยายามสร้างกระแสสังคม สนับสนุนภาพลักษณ์ของกลุ่มอำนาจ และตอบโต้ผู้ที่ออกมาตรวจสอบหรือเปิดเผยข้อมูลด้านลบ
อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นที่นายสนธิกล่าวถึงยังเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบหรือเป็นข้อถกเถียงทางการเมือง ขณะที่ผู้ถูกพาดพิงในหลายกรณียังคงยืนยันความบริสุทธิ์ และปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับมุมมองของนายสนธิ ขณะที่หลายฝ่ายยังคงจับตาพัฒนาการทางการเมืองและคดีสำคัญต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจของประเทศในระยะต่อไป
News1 รายงาน


