สุชาติลุยภูเก็ต! ประกาศทวงคืนป่า-ชายหาด สะเทือนถึงเขากระโดงหรือไม่?
การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา กำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังเจ้าตัวยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนในการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าและชายหาดในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ พร้อมประกาศทวงคืนทรัพยากรของชาติกลับมาเป็นของประชาชน
นายสุชาติระบุว่า ขณะนี้คดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดแล้ว พร้อมย้ำว่าแม้จะเข้าใจผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อจากการซื้อที่ดินโดยไม่ทราบว่าเอกสารสิทธิ์มีปัญหา แต่ทรัพยากรของชาติจะต้องถูกนำกลับคืนสู่ส่วนรวม
> "ผู้ที่บุกรุกป่า บุกรุกชายหาด สุดท้ายจะไม่เหลืออะไร เพราะทรัพยากรเหล่านี้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ต้องนำกลับคืนมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน"
ถ้อยคำดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่สนับสนุนการทวงคืนทรัพยากรของรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามตามมาในวงกว้างว่า หลักการที่รัฐมนตรีประกาศไว้อย่างหนักแน่นนั้น จะถูกนำไปใช้กับทุกกรณีอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่
โดยเฉพาะกรณีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อพิพาทด้านที่ดินของรัฐที่ถูกจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี และเป็นประเด็นที่ภาคประชาชน นักวิชาการ รวมถึงสื่อมวลชนจำนวนมากติดตามอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง ขณะที่ภาคประชาชนยังเรียกร้องให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานและผลประโยชน์สาธารณะอย่างจริงจัง จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง
ด้วยเหตุนี้ จึงเริ่มมีการตั้งคำถามว่า หากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันหลักการว่า พื้นที่ป่า พื้นที่สาธารณะ หรือทรัพยากรของชาติที่ถูกบุกรุกจะต้องถูกนำกลับคืนสู่ประชาชน หลักการเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้กับกรณีเขากระโดงด้วยหรือไม่
คำถามดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ที่ภูเก็ต บุรีรัมย์ หรือจังหวัดใดก็ตาม
หลายฝ่ายมองว่า การจัดระเบียบชายหาดและการทวงคืนพื้นที่อุทยานในจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้เช่นกันว่า หลักการเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้กับคดีที่ดินของรัฐทุกคดีอย่างเสมอภาคหรือไม่
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นอาจไม่ใช่เพียงการทวงคืนพื้นที่บางแห่งเท่านั้น แต่คือการบังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกันต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีข้อยกเว้นและไม่มีพื้นที่ใดอยู่เหนือการตรวจสอบ
ด้วยเหตุนี้ การลงพื้นที่ภูเก็ตของนายสุชาติในครั้งนี้ จึงไม่ได้ถูกจับตาเฉพาะเรื่องการบุกรุกชายหาดหรือพื้นที่อุทยานเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่า จุดยืนเรื่องการทวงคืนทรัพยากรของชาติจะขยายไปถึงกรณีเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมเฝ้ารอคำตอบอยู่หรือไม่
News1 รายงาน


