xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านซัดนายกฯ ปมคอมเมนต์ “อิอิ” โพสต์กล่าวหารีดเงิน 5 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชาวบ้านซัด! นายกไทยเป็นครีเอเตอร์? รู้ก็จัดการ มันจะ "อิอิ" อะไร

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือ "ไถเงิน" จำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมในขณะนี้ โดยประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้น เมื่อมีการเผยแพร่ภาพการแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่เข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของ "โจ-มณฑานี ตันติสุข" ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงกรณีดังกล่าว

ข้อความในโพสต์ระบุว่า

"รู้จักวงในมานานแล้วแต่อุบไว้ กลุ่มคนดีย์ที่รุมขุดคุณพิพัฒน์และ PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน แต่แกมีศักดิ์ศรี แกไม่ให้ คุณขิงต้องสู้กลับ อย่ายอม"

จากนั้นมีผู้ใช้บัญชีที่เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า

"อิอิ ทายที่ก็ถูกว่าเป็นใคร"

ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงวิจารณ์จากประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของผู้นำประเทศในการแสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์

หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นคือเพจ "พี่ลุงแมน ไทยแลนด์แดนสวรรค์" ซึ่งโพสต์คลิปวิจารณ์ว่า หากนายกรัฐมนตรีทราบอยู่แล้วว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาคือใคร ก็ควรใช้กลไกของกฎหมายและอำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง มากกว่าการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะหยอกล้อหรือส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านโลกออนไลน์

เจ้าของคลิปตั้งคำถามว่า

"ถ้ารู้ว่าใครไถเงินใคร ก็จัดการสิ มันผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้ารู้ก็ใช้กระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่มาอิอิ"

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางส่วนมองว่า พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ที่เป็นเพียงข้อกล่าวหา ซึ่งยังไม่มีหลักฐานถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

สิ่งที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ได้อยู่ที่คำว่า "อิอิ" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ต้นทางของเรื่องทั้งหมด ซึ่งเริ่มจากโพสต์กล่าวอ้างเรื่องการเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท โดยไม่มีการแสดงหลักฐานต่อสาธารณะ ทำให้หลายคนมองว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่ต่างจาก "บัตรสนเท่ห์" ที่สังคมยังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

ขณะเดียวกัน หากนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลหรือมั่นใจจนสามารถกล่าวได้ว่า "ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร" ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดจึงไม่มีการนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย หรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพราะหากเป็นเรื่องจริงก็ถือเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ควรได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเร็ว

อีกประเด็นที่หลายคนมองว่าผิดสังเกต คือเจ้าของโพสต์อย่าง "โจ-มณฑานี ตันติสุข" ไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะระดับประเทศ ไม่ใช่นักการเมืองระดับชาติ ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ และไม่ได้เป็นสื่อกระแสหลัก หากเป็นเพียงบุคคลที่เป็นที่รู้จักในวงจำกัด แต่กลับได้รับความสนใจจากทั้งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว จนถึงขั้นเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตนเอง

ความผิดปกตินี้ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะในแต่ละวันมีประเด็นระดับประเทศจำนวนมากที่รอการตอบสนองจากรัฐบาล แต่กลับเป็นโพสต์จากบุคคลที่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อสังคมในวงกว้างที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ จนหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเหตุใดเรื่องดังกล่าวจึงถูกยกระดับให้กลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว

ที่น่าสนใจคือ กระแสนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สังคมกำลังจับตาการตรวจสอบที่ดินเขากระโดง รวมถึงแรงกดดันจากภาคประชาชนที่เรียกร้องให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดข้อสังเกตว่าจังหวะเวลาของการปล่อยประเด็นดังกล่าวดูสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาด

เมื่อข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับถูกขยายจนกลายเป็นข่าวใหญ่ ความสนใจของสังคมจึงถูกดึงออกจากประเด็นการตรวจสอบผลประโยชน์สาธารณะ การตรวจสอบที่ดินเขากระโดง และการตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่ก่อนหน้า

บ้านพระอาทิตย์และสื่อในเครือถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ติดตามและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเขากระโดง รวมถึงการตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในหมู่ผู้ติดตามการเมืองบางส่วนว่า การขยายประเด็นดังกล่าวในช่วงเวลานี้มีเป้าหมายเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือสื่อที่กำลังขับเคลื่อนการตรวจสอบเรื่องเหล่านั้นหรือไม่

ยิ่งเมื่อมีการแสดงความคิดเห็นจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีตามมา ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ต่อโดยสื่อและเครือข่ายทางการเมืองบางส่วน ก็ยิ่งทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมีลักษณะคล้ายการ "สาดสปอตไลท์" ให้กับข้อกล่าวหาที่เดิมอยู่ในวงจำกัด จนกลายเป็นวาระสาธารณะในเวลาอันสั้น

ในมุมของผู้ติดตามการเมืองจำนวนไม่น้อย จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นการคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ แต่เป็นคำถามเรื่องภาวะผู้นำและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพราะเมื่อมีการกล่าวอ้างถึงการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่การส่งสัญญาณผ่านข้อความสั้น ๆ ที่เปิดช่องให้สังคมตีความกันไปต่าง ๆ นานา

News1 รายงาน