xs
xsm
sm
md
lg

เผือกร้อนในมือ โสภณ อุ้มป.ป.ช. เสี่ยงหลุดเก้าอี้-คุกตามมา!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เผือกร้อนในมือ โสภณ อุ้มป.ป.ช. เสี่ยงหลุดเก้าอี้-คุกตามมา!

ผลพวงหลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปล่อยผี ยกคำร้องไม่เอาผิด ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม น้องรักเนวิน ชิดชอบ พี่ใหญ่ระบอบสีน้ำเงิน ในคดีถูกกล่าวหาซุกหุ้นผ่านนอมินีในหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นฯ

อันเป็นการยกคำร้องที่นอกจากไม่เดินตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีมติให้ศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังเป็นมติ ป.ป.ช. ที่สร้างความแคลงใจให้กับสังคมอย่างมาก เพราะมองเห็นร่องรอยความผิดปกติหลายอย่างที่ ป.ป.ช. ชี้แจงสังคมไม่ได้ คนส่วนใหญ่มองตรงกันว่ามีพฤติการณ์น่าสงสัยต้องการช่วยเหลือศักดิ์สยาม

เนื่องจากมติ ป.ป.ช. ดังกล่าว ถึงตอนนี้ทำท่าจะเป็นชนวนเหตุให้ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันที่มีด้วยกัน 8 คน เสี่ยงอาจถูกศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ในสภาพสุญญากาศ และอาจร้ายแรงสุดถึงขั้นหลุดจากตำแหน่งไปยกแผง แล้วยังอาจโดนเอาผิดคดีอาญาตามมาอีกด้วย

หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว. อีกจำนวนหนึ่ง เข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อไต่สวนกรรมการชุดปัจจุบันรวม 8 คน ที่นำโดย สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคนปัจจุบัน และอดีต ป.ป.ช. ที่เคยมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีศักดิ์สยาม จำนวน 5 คน ที่นำโดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. ที่เพิ่งถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ตัดสินจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีปกปิดข้อมูลการไต่สวนคดีนาฬิกาเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร

ขั้นตอนหลังฝ่ายค้านยื่นคำร้อง กระบวนการต่อจากนี้จะเดินไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่เมื่อมีการยื่นเรื่องถึงประธานรัฐสภา รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า

“หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง”

จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้เป็นดุลยพินิจของประธานรัฐสภา ว่าจะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา หรือจะปัดตกคำร้องก็ได้

ดังนั้น โสภณ ณ บุรีรัมย์ มีทางเลือก 2 ทาง

หนึ่ง ส่งไปยังประธานศาลฎีกา ทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์ ด้วยการนำคำร้องกับลายเซ็นของ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. ส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกา

สอง ปัดตกคำร้อง ไม่ส่งประธานศาลฎีกา ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เปิดช่องไว้ให้

แต่หากปัดตกคำร้อง ก็จะมีทัวร์ลงยับ เก้าอี้ร้อนฉ่า เพราะโสภณเป็น ส.ส.เขตบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นสายตรงเนวิน ย่อมตกเป็นเป้าว่ามีเจตนาช่วยเหลือ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน และอดีต ป.ป.ช. ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับระบอบสีน้ำเงิน จึงปัดตกเพื่อตัดตอนไม่ให้เรื่องไปถึงศาลฎีกา ศักดิ์สยามจะได้ไม่ต้องตกเป็นเป้าด้วย โดยหากโสภณทำแบบนี้ จะทำให้การเป็นประธานรัฐสภาไม่สง่างาม และเสี่ยงโดนร้องเอาผิดตามมา

เพราะล่าสุด 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านประกาศแล้วว่า หากโสภณไม่ส่งต่อให้ประธานศาลฎีกา จะร้องเอาผิดข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

คราวนี้ต้องวัดใจกันว่า โสภณจะเอาอย่างไร ที่ต้องรอฟังสัญญาณจากเนวินเป็นสำคัญ

ซึ่งรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ที่เป็นกฎหมายหลักในเรื่องนี้ พบว่า ก็มีช่องว่างให้โสภณมีเวลาตัดสินใจพอสมควร เพราะไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่า หลังจากรับคำร้องแล้ว ประธานรัฐสภาต้องส่งเรื่องไปถึงประธานศาลฎีกาภายในกี่วัน จึงอาจดึงเรื่องไว้สักระยะเพื่อประเมินทิศทางลม

อย่างไรก็ตาม หากผ่านไประยะหนึ่งแล้วยังไม่ส่ง ฝ่ายค้านจะออกมาขย่มโสภณรายวัน

อย่างไรก็ตาม คำร้องของฝ่ายค้านเป็นการตั้งข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช. และอดีต ป.ป.ช. รวม 13 คน ไม่ใช่เป็นการกล่าวหาเอาผิดศักดิ์สยาม

กรณีนี้เชื่อว่า เนวินและระบอบสีน้ำเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องมาเปลืองตัวปกป้อง ป.ป.ช. และอดีต ป.ป.ช. ปล่อยให้ทั้งหมดไปวัดดวงสู้คดีกันไป หลังมีการตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ ดีกว่าจะให้โสภณรับหน้าเสื่อเปลืองตัวปัดตก ซึ่งทำให้เสี่ยงหลุดจากตำแหน่ง และอาจโดนคดีอาญาตามมา

ต่อให้โสภณรับจบ ไม่ส่งเรื่องไปศาลฎีกา ก็ยังมีช่องทางอื่นที่จะร้องเอาผิด ป.ป.ช. ได้ เช่น เปลี่ยนช่องทางไปฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แต่กระบวนการดังกล่าวจะล่าช้า สู้กันหลายปี ไม่เหมือนการตั้งกรรมการไต่สวนอิสระที่รู้ผลเร็ว โดยเฉพาะหากกรรมการชี้ว่า ป.ป.ช. มีพฤติการณ์ทำหน้าที่โดยมิชอบตามข้อกล่าวหา จนส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา คดีจบเร็ว ไม่เกิน 1 ปีรู้ผล

เรื่องนี้ดูรูปการณ์ทั้งหมดแล้ว สำหรับโสภณ ยังไงก็ได้ไม่คุ้มเสียที่จะไปออกตัวอุ้ม ป.ป.ช. การส่งเรื่องไปให้ประธานศาลฎีกา คือทางออกที่เซฟตัวเอง และเซฟระบอบสีน้ำเงินที่สุด