xs
xsm
sm
md
lg

นาทีบีบหัวใจ! ทหารไทยมือเปล่า ยกมือกลางวงล้อมทหารเขมร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นาทีบีบหัวใจ! ทหารไทยมือเปล่า ยกมือกลางวงล้อมทหารเขมร

กลายเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยจำนวนมาก หลังคลิปเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ โดยปรากฏภาพทหารไทยนายหนึ่งยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกดดันว่า

"พวกผมไม่ได้ทำอะไร"

เหตุการณ์ดังกล่าวมีรายงานว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหว และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศในช่วงที่ผ่านมา

จากภาพในคลิป ทหารไทยอยู่ในสภาพมือเปล่า ขณะที่โดยรอบมีทหารกัมพูชาหลายสิบนายเข้ามาประชิดตัวและรายล้อมอยู่ในระยะใกล้ สร้างความตึงเครียดอย่างมากให้กับสถานการณ์

แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก แต่ทหารไทยยังคงพยายามควบคุมอารมณ์ ไม่ตอบโต้ และเลือกใช้ความอดทนในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกสะเทือนใจ ไม่ใช่เพียงภาพการเผชิญหน้าระหว่างกำลังพลของทั้งสองฝ่าย แต่เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากปากของทหารไทยว่า

"พวกผมไม่ได้ทำอะไร"

ประโยคดังกล่าวกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลายคนมองว่าเป็นเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดันโดยไม่สามารถตัดสินใจได้ตามอารมณ์เหมือนคนทั่วไป

หลังคลิปถูกเผยแพร่โดยเพจ "มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้" มีประชาชนจำนวนมากร่วมส่งกำลังใจให้ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมชื่นชมในความอดทนและความมีวินัยของกำลังพลไทยที่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

หลายความเห็นระบุว่า เบื้องหลังเครื่องแบบทหารคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีภรรยาและลูกคอยอยู่ที่บ้าน แต่ยังต้องยืนหยัดทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว มีรายงานว่าเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชามีความตึงเครียด และมีการเผชิญหน้าระหว่างกำลังพลของทั้งสองฝ่ายหลายครั้ง

แม้เหตุการณ์ในคลิปจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ภาพของทหารไทยที่ยกมือทั้งสองข้าง พร้อมประโยคสั้น ๆ ว่า "พวกผมไม่ได้ทำอะไร" ยังคงเป็นภาพที่ตรึงอยู่ในความรู้สึกของคนไทยจำนวนมาก และกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม

News1 รายงาน

ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้