xs
xsm
sm
md
lg

นิติรัฐจะเหลืออะไร หากตำรวจ “ใจหมาไม่กล้าสู้”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นิติรัฐจะเหลืออะไร
หากตำรวจ “ใจหมาไม่กล้าสู้”

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต มีมุมมองกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจบุรีรัมย์ในคดี “เขากระโดง” อย่างรุนแรง ถึงขั้นใช้คำว่า “ใจหมาไม่กล้าสู้” และไม่รักษาสมบัติของชาติ ไม่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง

ดร.บุญส่ง ระบุว่า หลายคนอาจมองว่าถ้อยคำดังกล่าวรุนแรงเกินไป แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่พูดคืออดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ที่เติบโตมาจากระบบตำรวจ รู้จักโครงสร้าง วัฒนธรรมองค์กร และข้อจำกัดในการทำงานของตำรวจเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อบุคคลระดับนี้ออกมาตั้งคำถามถึงความกล้าหาญในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ จึงเป็นเรื่องที่สังคมไม่ควรมองข้าม

ทั้งนี้ ประเด็นที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ วิจารณ์อาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคดีเขากระโดง แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่านั้น คือการที่เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนอาจเกิดความหวาดกลัวต่ออิทธิพลทางการเมืองหรือผู้มีอำนาจ มากกว่าความกังวลต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ในสังคมที่ยึดหลักนิติรัฐ ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือบุคคลผู้มีอิทธิพล หากวันหนึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มคำนวณว่าคดีใดควรดำเนินการหรือไม่ควรแตะต้อง เพราะเกรงอำนาจทางการเมือง ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็จะค่อยๆ ถูกบั่นทอนลง

ดร.บุญส่ง มองว่า สิ่งที่น่าคิดอาจไม่ใช่ความรุนแรงของคำพูด แต่คือความเป็นไปได้ที่ถ้อยคำเหล่านั้นสะท้อนความรู้สึกร่วมของสังคม ซึ่งหลายคนอาจรับรู้ปัญหาลักษณะเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ

หากประชาชนเชื่อว่าตำรวจกล้าดำเนินคดีกับเฉพาะผู้ที่ไม่มีอำนาจ แต่ลังเลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพล ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผลกระทบจะรุนแรงกว่าตัวคดีใดคดีหนึ่ง เพราะประชาชนยอมปฏิบัติตามกฎหมายจากความเชื่อว่ากฎหมายถูกใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม และยอมรับอำนาจรัฐเพราะเชื่อในความเป็นธรรม

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าตำรวจจะรู้สึกอย่างไรกับคำวิจารณ์ดังกล่าว แต่คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้หรือไม่ว่า การบังคับใช้กฎหมายยังคงตั้งอยู่บนหลักความถูกต้อง ความเป็นธรรม และปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจทางการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล