xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.เกษตรฯ ดันงานวิจัย“ทำหมันปลา”ควบคู่แปรรูป พลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมสู่ทางรอดปัญหา"ปลาหมอคางดำ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ธวัช สุระบาล” เขย่าความคิดฝ่ายบริหาร จี้รัฐมนตรีลงพื้นที่ปัญหาจริง แนะเปิดพิมพ์เขียวปลดล็อกกฎหมาย-ส่งเสริมการลงทุนแปรรูป เปลี่ยนภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นห่วงโซ่ขุมทรัพย์ใหม่ชุมชน

นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวในรายการ “เปลี่ยนมุมคิด” ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ว่า ปัญหาปลาหมอคางดำในวันนี้ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งจับปลาขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ลดปริมาณในพื้นที่ระบาด และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นายธวัช กล่าวว่า สังคมควรก้าวข้ามการถกเถียงเรื่องต้นตอเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพิสูจน์ ทั้งการนำเข้า การลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่น และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สถานการณ์เฉพาะหน้าคือปลาหมอคางดำได้แพร่กระจายอยู่ในแหล่งน้ำหลายจังหวัดแล้ว สิ่งสำคัญคือรัฐต้องเร่งควบคุม ลดจำนวนปลา และมีแผนปฏิบัติการที่จริงจังต่อเนื่อง

ปลาหมอคางดำ เป็นปลาต่างถิ่นที่แพร่พันธุ์รวดเร็ว ทนทาน ปรับตัวได้ดี กินพืช มีลำไส้ยาว และอยู่ได้ในสภาพน้ำเสื่อมโทรม อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้สามารถนำมาบริโภคและแปรรูปได้หลากหลาย ขณะที่บางพื้นที่เริ่มนำไปใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงปูทะเลและปลากะพง สะท้อนว่า หากมีระบบจัดการที่เหมาะสม ปัญหานี้สามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้

กมธ.เกษตรฯ จึงสนับสนุนแนวทาง “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” โดยนำปลาหมอคางดำเข้าสู่กระบวนการแปรรูป ทั้งอาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว รวมถึงการพัฒนาเป็นสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชน

กมธ.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาในหลายจังหวัด และจัดสัมมนาเพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล โดยเสนอให้ยกระดับปัญหาปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ จัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง วางระบบรับซื้อในราคาที่เหมาะสม ส่งเสริมการแปรรูป สนับสนุนงานวิจัย เช่น การศึกษาปลา 4n ให้สำเร็จ เดินหน้ามาตรการปล่อยปลานักล่าอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาผ่อนคลายกฎระเบียบบางส่วน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายปลาเพื่อการวิจัย การแปรรูป หรือการใช้ประโยชน์ทำได้อย่างปลอดภัย

นายธวัช กล่าวว่า หน่วยงานรัฐ ต้องลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ แผนปฏิบัติการ และการรับฟังปัญหาจากพื้นที่จริง พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบเกษตรกรและชุมชนโดยตรง เพื่อเห็นข้อเท็จจริงมากกว่าการรับฟังจากรายงานราชการเพียงอย่างเดียว และย้ำด้วยว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนมุมมองจากการมองปลาหมอคางดำเป็นเพียงวายร้าย ไปสู่การบริหารจัดการในฐานะทรัพยากรที่ใช้ประโยชน์ได้ เพราะในทางปฏิบัติอาจไม่สามารถกำจัดให้หมดจากระบบนิเวศ แต่สามารถควบคุมปริมาณและสร้างมูลค่าให้เกิดประโยชน์กับชุมชนได้