xs
xsm
sm
md
lg

คลัง รีดงบเบิกช้า ทำคนละครึ่งพลัส เคาะวงเงิน30เม.ย.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงการคลัง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ดึงงบที่เบิกจ่ายล่าช้า มาเป็นแหล่งเงินทุนหลัก ในโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’

นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดประชุมนานาชาติด้านการจัดซื้อจัดจ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และปาฐกถาพิเศษ เพื่อตอกย้ำบทบาทการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาครัฐจำเป็นต้องใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด สร้างเสถียรภาพ และผลักดันการเติบโตระยะยาว โดยปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่าคิดเป็น ประมาณ 12% ของจีดีพีโลก และอาจสูงถึง 20% ในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ สะท้อนถึงอิทธิพลของการใช้จ่ายภาครัฐต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 10% ของมูลค่าโครงการ และสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืนได้

นาย เอกนิติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ ไปเร่งหาแหล่งเงินมารองรับโครงการ“คนละครึ่ง พลัส”เฟสใหม่ โดยแหล่งหลัก จะมาจากการออก พ.ร.บ.การโอนงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้หน่วยงานราชการต้องทำสัญญาผูกพันงบประมาณ ในวันที่ 30 เมษายน 2569 หลังจากนั้น จะเริ่มเห็นจำนวนเงินที่หน่วยงานราชการ ไม่สามารถทำสัญญาผูกพันได้ ก็จะนำมาใช้ในคนละครึ่งพลัส ภายใต้การออก พ.ร.บ. รองรับการโอนงบ ตามข้อกฎหมาย

หลังจากได้ความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินแล้ว เตรียมนำรายละเอียดคนละครึ่งเฟสใหม่ ที่อยู่ภายใต้โครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส” เข้า ที่ประชุม ครม.ซึ่งเบื้องต้น วางแผนจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่มิถุนายน 2569 โดยจะแจกคนละ 4,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ส่วนจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิในเฟสใหม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณที่จัดหาว่า จะรองรับได้เท่าไร

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยคิดเป็น 10% ของ GDP พร้อมเร่งปฏิรูปกฎหมายและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) แบบครบวงจร ตลอดจนเดินหน้าสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และสินค้า “Made in Thailand” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ นอกจากนี้กรมบัญชีกลางยังมีนโยบายที่จะส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวเพื่อมุ่งสร้างอุปสงค์สินค้าที่เป็นมิตร

ต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนประเทศในระยะยาว รวมถึงยกระดับความโปร่งใสผ่านโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency Initiative: CoST) และโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อปฏิรูปการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่สาธารณชน อย่างไรก็ดีกรมบัญชีกลางตั้งเป้าที่จะใช้ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี