xs
xsm
sm
md
lg

ทะลวงแผน อนุทิน&เดอะ แก๊ง รับมือ ตอบโต้ สวนกลับ ศึกแถลงนโยบายรัฐบาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทะลวงแผน อนุทิน&เดอะ แก๊ง
รับมือ ตอบโต้ สวนกลับ
ศึกแถลงนโยบายรัฐบาล


เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี รัฐบาล ”อนุทิน2”เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ฯ และมีการประชุมครม.นัดพิเศษทันทีในค่ำวันเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ คำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะประชุมกัน 9-10 เมษายน เป็นอภิปรายหนึ่งคืน-สองวัน หลังแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จ รัฐบาลอนุทินจะมีอำนาจในการบริหารประเทศได้เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ

สำหรับ เวทีอภิปรายชำแหละนโยบายรัฐบาล แมทช์นี้ เก็งข้อสอบไว้ว่า ประเด็นอภิปรายที่คาดว่าจะร้อนแรงทะลุองศาเดือด จนแอร์ในห้องประชุมรัฐสภาต้องเพิ่มดีกรีความเย็นให้มากขึ้นเพื่อดับร้อน ก็คือเรื่อง วิกฤตน้ำมัน-พลังงาน

เพราะในเอกสารนโยบาย ระบุชัดว่าถึงผลกระทบจาก ภาวะสงครามตะวันออกกลาง ทำให้การผลิต และการขนส่งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติอยู่ในสถาวะชะงักงัน ซึ่งระบุด้วยว่า “รัฐบาลจะทุ่มเทสรรพกําลังเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน”จึงทำให้สามารถอภิปรายเรื่องน้ำมันและผลกระทบต่างๆ ได้ ที่จะมีสส.ฝ่ายค้านรวมถึงสว.บางส่วนที่ไม่ใช่พวกสว.สีน้ำเงิน เข้าคิวรออภิปราย กระชวก -สับ อนุทิน และพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม อดีตผอ.ศบก.หลายคน ในประเด็นว่า บริหารงานห่วย แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันล้มเหลว ล่าช้า จนประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงก่อนหน้านี้ ที่ประชาชนเจอปัญหาหาน้ำมันขาดแคลนแบบสงสัยมีการกักตุนเก็งกำไร

นอกจากเรื่อง ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน ก็คาดว่าจะมีการอภิปรายกันพอสมควร หลังดีเอสไอตรวจเจอความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันเก็งกำไรที่ สุราษฎร์ธานี ที่มีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตรในช่วงการขนส่ง แต่เรื่องนี้ต้องดูว่าฝ่ายค้านโดยเฉพาะประชาธิปัตย์จะมีข้อมูลเชิงลึกเรื่อง กักตุนน้ำมันที่ภาคใต้ หรือไม่

ช่วงไฮไลท์คาดหมายว่า จะมีการอภิปรายกรณี ตั้งพิพัฒน์ เป็นผอ.ศบก. ในลักษณะว่าไม่เหมาะสม เพราะตระกูล รัชกิจประการ ทำธุรกิจน้ำมันในเครือข่ายพีทีจี ฯ เป็นต้น
ซึ่งตอนอภิปรายเรื่องนี้ คงอภิปรายผลกระทบต่างๆ จากวิกฤตน้ำมันควบคู่ไปด้วย เช่นเรื่องสินค้าราคาแพง-ค่าครองชีพประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เพื่อกระทบชิ่ง ตีไปถึง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ที่เป็นนางแบกรัฐบาลเวลานี้ให้อ่วมกลางสภาฯ

อย่างไรก็ตาม หากศุภจี เตรียมตัวมาดี ข้อมูลแน่น ข้อกฎหมายชัด แล้วสวนกลับฝ่ายค้านได้ทุกดอก โดยฝ่ายค้านหรือสว. คนไหนทำการบ้านมาไม่ดี ก็อาจหน้าหงายเอาได้
รวมถึงคนอื่นๆ ที่ก็คงต้องลุกขึ้นช่วยอนุทิน ชี้แจง ที่ตัวหลักๆ ก็คงเป็น เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ต้องชี้แจงเรื่องมาตรการที่จะออกมาเพื่อช่วยประชาชนเช่นคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ตลอดจนข้อสงสัยต่างๆ เช่นการยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือการรื้อสูตรค่าการกลั่นฯ ทำได้หรือไม่ จะทำเมื่อใด

และนอกจากประเด็นเรื่องน้ำมัน-ของแพง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นอื่นๆที่อาจมีบางคนอภิปรายขึ้นมาก็เช่น คดีฮั้วสว.-คดีเขากระโดงเพื่อกระทบชิ่งไปถึงอนุทินและรัฐมนตรีภูมิใจไทยบางคน

แต่เชื่อว่า ภูมิใจไทย ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้ว ยังไง ได้เห็น สส.ภูมิใจไทยที่จะทำตัวเป็น องครักษ์พิทักษ์อนุทิน และปกป้องพิพัฒน์ เพื่อตัดเกมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะหากอภิปรายในเรื่องส่วนตัวเช่น กิจการน้ำมันพีทีฯของพิพัฒน์ หรือคดีฮั้วสว.-เขากระโดงเพื่อตีไปที่ ตระกูลชิดชอบ บอสใหญ่ของพรรคสีน้ำเงิน รับรอง แตะเมื่อไหร่ พวกสส.องครักษ์ ประท้วงวุ่น

ข่าวว่า มีการวางตัว ศุภชัย ใจสมุทร เป็นหัวหน้าทีมคอยคุมเกม ขณะเดียวกันตัว อนุทิน ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้วเช่นกัน เห็นได้จากการประชุมครม.นัดพิเศษกลางดึก วันจันทร์ที่ผ่านมาเห็นชอบเบื้องต้นกับแนวทางที่ คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีเอกนิติ เป็นประธาน ที่เสนอแนวทางให้เจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างกำไรที่โรงกลั่นได้รับเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนโดยครม.ให้ก.พลังงานไปศึกษาแล้วนำกลับมาเสนอครม.อีกครั้ง หรือการส่งสัญญาณให้ดีเอสไอเอาคดีกักตุนน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี เข้าที่ประชุมบอร์ดคดีพิเศษ 9 เมษายนให้รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเรื่องกักตุนน้ำมัน

ปฏิบัติการ ตั้งทีมองครักษ์ตัดเกมฝ่ายค้าน-การเอาด้วยกับแนวทางการลดค่าการกลั่น-การให้ดีเอสไอเร่งรับคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ

สิ่งเหล่านี้ ในทางการเมือง มันคือการที่ อนุทิน และภูมิใจไทย ทำไว้เพื่อเตรียมรับมือศึกแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายนนี้ นั่นเองทะลวงแผน อนุทิน&เดอะ แก๊ง
รับมือ ตอบโต้ สวนกลับ
ศึกแถลงนโยบายรัฐบาล

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี รัฐบาล ”อนุทิน2”เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ฯ และมีการประชุมครม.นัดพิเศษทันทีในค่ำวันเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ คำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะประชุมกัน 9-10 เมษายน เป็นอภิปรายหนึ่งคืน-สองวัน หลังแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จ รัฐบาลอนุทินจะมีอำนาจในการบริหารประเทศได้เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ

สำหรับ เวทีอภิปรายชำแหละนโยบายรัฐบาล แมทช์นี้ เก็งข้อสอบไว้ว่า ประเด็นอภิปรายที่คาดว่าจะร้อนแรงทะลุองศาเดือด จนแอร์ในห้องประชุมรัฐสภาต้องเพิ่มดีกรีความเย็นให้มากขึ้นเพื่อดับร้อน ก็คือเรื่อง วิกฤตน้ำมัน-พลังงาน

เพราะในเอกสารนโยบาย ระบุชัดว่าถึงผลกระทบจาก ภาวะสงครามตะวันออกกลาง ทำให้การผลิต และการขนส่งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติอยู่ในสถาวะชะงักงัน ซึ่งระบุด้วยว่า “รัฐบาลจะทุ่มเทสรรพกําลังเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน”จึงทำให้สามารถอภิปรายเรื่องน้ำมันและผลกระทบต่างๆ ได้ ที่จะมีสส.ฝ่ายค้านรวมถึงสว.บางส่วนที่ไม่ใช่พวกสว.สีน้ำเงิน เข้าคิวรออภิปราย กระชวก -สับ อนุทิน และพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม อดีตผอ.ศบก.หลายคน ในประเด็นว่า บริหารงานห่วย แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันล้มเหลว ล่าช้า จนประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงก่อนหน้านี้ ที่ประชาชนเจอปัญหาหาน้ำมันขาดแคลนแบบสงสัยมีการกักตุนเก็งกำไร

นอกจากเรื่อง ไอ้โม่ง กักตุนน้ำมัน ก็คาดว่าจะมีการอภิปรายกันพอสมควร หลังดีเอสไอตรวจเจอความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันเก็งกำไรที่ สุราษฎร์ธานี ที่มีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตรในช่วงการขนส่ง แต่เรื่องนี้ต้องดูว่าฝ่ายค้านโดยเฉพาะประชาธิปัตย์จะมีข้อมูลเชิงลึกเรื่อง กักตุนน้ำมันที่ภาคใต้ หรือไม่

ช่วงไฮไลท์คาดหมายว่า จะมีการอภิปรายกรณี ตั้งพิพัฒน์ เป็นผอ.ศบก. ในลักษณะว่าไม่เหมาะสม เพราะตระกูล รัชกิจประการ ทำธุรกิจน้ำมันในเครือข่ายพีทีจี ฯ เป็นต้น
ซึ่งตอนอภิปรายเรื่องนี้ คงอภิปรายผลกระทบต่างๆ จากวิกฤตน้ำมันควบคู่ไปด้วย เช่นเรื่องสินค้าราคาแพง-ค่าครองชีพประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เพื่อกระทบชิ่ง ตีไปถึง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ที่เป็นนางแบกรัฐบาลเวลานี้ให้อ่วมกลางสภาฯ

อย่างไรก็ตาม หากศุภจี เตรียมตัวมาดี ข้อมูลแน่น ข้อกฎหมายชัด แล้วสวนกลับฝ่ายค้านได้ทุกดอก โดยฝ่ายค้านหรือสว. คนไหนทำการบ้านมาไม่ดี ก็อาจหน้าหงายเอาได้
รวมถึงคนอื่นๆ ที่ก็คงต้องลุกขึ้นช่วยอนุทิน ชี้แจง ที่ตัวหลักๆ ก็คงเป็น เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ต้องชี้แจงเรื่องมาตรการที่จะออกมาเพื่อช่วยประชาชนเช่นคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ตลอดจนข้อสงสัยต่างๆ เช่นการยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือการรื้อสูตรค่าการกลั่นฯ ทำได้หรือไม่ จะทำเมื่อใด

และนอกจากประเด็นเรื่องน้ำมัน-ของแพง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นอื่นๆที่อาจมีบางคนอภิปรายขึ้นมาก็เช่น คดีฮั้วสว.-คดีเขากระโดงเพื่อกระทบชิ่งไปถึงอนุทินและรัฐมนตรีภูมิใจไทยบางคน

แต่เชื่อว่า ภูมิใจไทย ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้ว ยังไง ได้เห็น สส.ภูมิใจไทยที่จะทำตัวเป็น องครักษ์พิทักษ์อนุทิน และปกป้องพิพัฒน์ เพื่อตัดเกมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะหากอภิปรายในเรื่องส่วนตัวเช่น กิจการน้ำมันพีทีฯของพิพัฒน์ หรือคดีฮั้วสว.-เขากระโดงเพื่อตีไปที่ ตระกูลชิดชอบ บอสใหญ่ของพรรคสีน้ำเงิน รับรอง แตะเมื่อไหร่ พวกสส.องครักษ์ ประท้วงวุ่น

ข่าวว่า มีการวางตัว ศุภชัย ใจสมุทร เป็นหัวหน้าทีมคอยคุมเกม ขณะเดียวกันตัว อนุทิน ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้วเช่นกัน เห็นได้จากการประชุมครม.นัดพิเศษกลางดึก วันจันทร์ที่ผ่านมาเห็นชอบเบื้องต้นกับแนวทางที่ คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีเอกนิติ เป็นประธาน ที่เสนอแนวทางให้เจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างกำไรที่โรงกลั่นได้รับเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนโดยครม.ให้ก.พลังงานไปศึกษาแล้วนำกลับมาเสนอครม.อีกครั้ง หรือการส่งสัญญาณให้ดีเอสไอเอาคดีกักตุนน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี เข้าที่ประชุมบอร์ดคดีพิเศษ 9 เมษายนให้รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเรื่องกักตุนน้ำมัน

ปฏิบัติการ ตั้งทีมองครักษ์ตัดเกมฝ่ายค้าน-การเอาด้วยกับแนวทางการลดค่าการกลั่น-การให้ดีเอสไอเร่งรับคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ

สิ่งเหล่านี้ ในทางการเมือง มันคือการที่ อนุทิน และภูมิใจไทย ทำไว้เพื่อเตรียมรับมือศึกแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เมษายนนี้ นั่นเอง