xs
xsm
sm
md
lg

ปรับวิถีชีวิตในยุคน้ำมันแพง ผุดธุรกิจให้เช่าควายทำนา ไรเดอร์ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวิ่งงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปรับวิถีชีวิตในยุคน้ำมันแพง
ผุดธุรกิจให้เช่าควายทำนา
ไรเดอร์ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวิ่งงาน


วิกฤติราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของคนไทยในหลากหลายภาคส่วน สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังบีบให้ประชาชนต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนและไม่แน่นอน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงการแสวงหาทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคปัจจุบัน

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนการปรับตัวของภาคเกษตรกรรมได้อย่างชัดเจน คือการเกิดขึ้นของธุรกิจให้เช่าควายสำหรับใช้ไถนาในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามามีบทบาทอย่างแพร่หลาย โดยอัตราค่าเช่าควายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 5,000-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่เพาะปลูก ขณะที่ค่าขนส่งต้องมีการตกลงเพิ่มเติมระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่า

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการฟื้นฟูวิถีเกษตรแบบดั้งเดิมที่เคยมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยในอดีต ควบคู่ไปกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการใช้รถไถหรือเครื่องจักรที่ต้องพึ่งพาน้ำมัน นอกจากนี้ การใช้ควายยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร

หากย้อนมองในสถานการณ์ปกติ ธุรกิจลักษณะนี้อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายนัก เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมใช้เครื่องจักรกลเป็นหลัก เพราะมีความรวดเร็วและสามารถประหยัดแรงงานคนได้มากกว่า การกลับมาใช้ควายจึงไม่ใช่เพียงการเลือกวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจนทำให้ทางเลือกเดิมเริ่มไม่คุ้มค่าอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน ในภาคบริการและการขนส่งก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ ซึ่งโดยปกติจะใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักในการทำงาน แต่เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้ที่เคยเพียงพอก็เริ่มลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไรเดอร์จำนวนหนึ่งต้องปรับตัวด้วยการหันมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีผู้ประกอบการเปิดให้เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในอัตราวันละ 125 บาท ซึ่งทำให้ประหยัดต้นทุนได้มากกว่าการใช้รถจักรยานยนต์ระบบเดิมเป็นอย่างมาก อีกทั้งผู้เช่ายังไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมบำรุง เนื่องจากผู้ให้เช่ามีบริการดูแลรักษาและชาร์จไฟให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของคนไทยในภาวะวิกฤติได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรมหรือภาคบริการ ต่างก็พยายามหาทางเลือกใหม่เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ

นอกจากการปรับตัวในระดับอาชีพแล้ว ประชาชนในหลายภาคส่วนยังหันมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในด้านอื่นๆ เช่น การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น การรวมกลุ่มเดินทาง หรือแม้แต่การลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความพยายามในการลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

จากภาพรวมดังกล่าว จะเห็นได้ว่าประชาชนไทยได้พยายามปรับตัวอย่างเต็มที่หรือการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาในระดับบุคคลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการสนับสนุนและการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย

ดังนั้น ภาครัฐจึงควรมีบทบาทสำคัญในการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาพลังงาน การสนับสนุนพลังงานทางเลือก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม หรือการส่งเสริมอาชีพที่สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญคือควรหยุดการโยนความรับผิดชอบให้กับประชาชน และหันมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนได้มอบให้แก่รัฐบาล