ร้องเลือกตั้งไม่ลับ
เสี่ยงโมฆะสทั้งง2บัญชี
รอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด
สถานการณ์ร้อนการเมืองตอนนี้ ให้ปรับโฟกัสไปที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพราะในเร็ววัน หรืออาจอีกไม่กี่ชั่วโมง จะมีคดีดังทางการเมือง ที่มีเดิมพันการเมืองสูง เข้าสู่การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ
โดยหากผลคดีออกมาไม่เป็นคุณ เป็นทางลบ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึง คณะกรรมการการเลือกตั้งตลอดจน รัฐบาลอนุทิน 2 ที่กำลังจะคลอดเร็ววันนี้ ตลอดจนอีกหลาย พรรคการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก็จะเจอความหายนะด้วย
กับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัยว่า การที่กกต.ให้พิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งสส.ปาร์ตี้ลิสต์และคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งสส.เขตเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ฝ่าฝืนหรือขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85
ต้องดูว่า ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะชงให้ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องดังกล่าวทันในวันพุธที่18 กุมภาฯนี้เลยหรือไม่ หลังผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่งมีมติส่งเรื่องมา
โดยหากบรรจุแบบรีบด่วน พิจารณากันทัน ก็ต้องดูว่า ที่ประชุมจะเอาอย่างไร จะขอเวลาไปศึกษาคำร้อง ก่อนสักหนึ่งสัปดาห์ก่อนลงมติว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หรือจะลงมติเลยให้สิ้นกระแสความว่า รับหรือไม่รับ ไม่ต้องรอสัปดาห์หน้า ต้องลุ้นกันช่วงสายๆเที่ยงๆ วันพุธนี้
เพราะคำร้องนี้เป็นเรื่องใหญ่ทางการเมือง การจะลงมติรับหรือไม่รับคำร้อง จะมีผลทางการเมืองตามมาสูง หลังปมปัญหาเรื่องการเลือกตั้งไม่เป็นความลับทำให้คนในสังคมแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
ฝั่งแรกบอกว่าการเลือกตั้งยังเป็นความลับ เพราะไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปเอาบัตรเลือกตั้งที่เป็นสิ่งของทางราชการ มาเปิดดูกันได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่
ส่วนอีกฝั่งบอกว่า เรื่องนี้ ต้องตีความตามลายลักษณ์อักษรแบบเคร่งครัด เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าต้องเป็นความลับ ยังไง ก็ต้องเป็นความลับตลอดไป ไม่ใช่ไปตีความแบบขยายความ ตีความแบบเปิด
เมื่อคนในสังคม เห็นต่างกันเป็นสองฝั่งทุกกระแสจึงเห็นพ้อง ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องชี้ขาดให้สะเด็ดน้ำ จะได้เลิกเถียงกัน
กระแสความเห็น ทัศนะ และแนววิเคราะห์รูปคดี แนวโน้มคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีนี้ ที่ออกมาจากนักกฎหมายมหาชน – นักวิชาการ- นักรัฐศาสตร์ -นักการเมือง กูรูด้านเทคโนโลยีสารสนเทศผู้เชี่ยวชาญเรื่องบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ที่ให้ความเห็นมากมายช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา
ประมวลสรุปออกมาได้ว่า เรื่องนี้แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลัก
กลุ่มแรก มองว่า ศาลอาจไม่รับคำร้อง
ด้วยเหตุผลในเชิงการเมืองและกฎหมาย เช่นไม่อยากรับเผือกร้อน เลยตัดบทไม่รับคำร้อง และคนในกลุ่มนี้ บางส่วนวิเคราะห์ว่า อนุทิน แบ็คอัพไม่ธรรมดา ศาลคงตัดจบ ไม่รับเรื่องให้ยุ่งยาก
ซึ่งในกลุ่มที่มองว่าจะไม่รับคำร้อง บางคนยกมติเดิมของศาลมาเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเอง เช่นนักกฎหมายมหาชนอิสระ นาย ณัฐวุฒิ วงศ์เนียมที่ชี้ว่า ศาลจะไม่รับคำร้องเพราะเคยวางบรรทัดฐานไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ 11 มีนาคม ที่มีคนไปร้องว่าการเลือกสว.ที่ผ่านมาไม่เป็นความลับ ซึ่งสุดท้าย ศาลไม่รับคำร้อง โดยยกเหตุว่า หากเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ ทว่า ก็มีคนออกมาสวนทันควันว่า การเลือกสว.กับบัตรเลือกตั้งส.ส. ข้อเท็จจริงแตกต่างกันมาก ไม่อาจเทียบเคียงได้ ศาลจึงอาจรับคำร้อง
ส่วนกลุ่มที่สอง คือฝั่งที่เชื่อว่า ศาลรับคำร้องไว้พิจารณา แต่ในกลุ่มนี้ ก็ยังมีคนที่วิเคราะห์รูปคดีแตกต่างกันไป
เช่นบางคนเชื่อว่า ศาลรับคำร้องแต่สุดท้ายจะตัดสินว่า การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อทำให้ไม่เป็นความลับ จึงสั่งให้ กกต.จัดให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่เฉพาะการเลือกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ไม่ต้องเลือกตั้งส.ส.เขต ทั่วประเทศใหม่ เพราะคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งส.ส.เขต มีระบบป้องกันที่รัดกุมกว่า ทำให้ยังเป็นความลับอยู่
แต่หากเป็นลบสุดๆ ก็คือ กลุ่มที่วิเคราะห์ว่า ศาลจะวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ จึงให้กกต. จัดการลงคะแนนเสียงใหม่ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ พูดภาษาชาวบ้านก็คือ เลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ โดนล้มกระดานหมด
และกลุ่มนี้ บางส่วน มองว่ารูปคดีจะออกมาคือ ศาลจะชี้ว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เพราะการจะตรวจดูบัตร ต้องให้กกต.หรือศาลสั่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆจึงไม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงใหม่ใดๆทั้งสิ้น
ไม่ว่าผลคดีออกมาแบบไหน ศาลรัฐธรรมนูญ และกกต.เตรียมเคลียร์ลานจอดรถหน้าตึก แถวศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะรอได้ รับรองมีทัวร์มาลงคณะใหญ่ เพราะต้องมีทั้งคนถูกใจและไม่ถูกใจ ผลที่ออกมา


