รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.ราชบุรี เพื่อรู้จัก “ลุงสวรรค์และป้าศรีนวล” ที่ครั้งหนึ่งเคยทุ่มเททำงานสร้างตัวจนมีฐานะร่ำรวย แต่แล้วสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดทำให้ธุรกิจของลุงกับป้าต้องพังทลาย ไม่เหลือเงินแม้แต่จะดำรงชีวิต แม้วันนี้ลุงกับป้าจะชรา แถมมีโรครุมเร้า แต่ยังต้องสู้ด้วยการประดิษฐ์งานฝีมือจากกะลามะพร้าวขาย
“ผมเรียน ป.4 แทบไม่จบ เพราะผมจน เสื้อผ้าใส่ 2 ชุดเอง 4 ปี”
ลุงสวรรค์ ฮิงหลวง กับวัย 74 ในวันนี้ ย้อนภาพความจนของตัวเองสมัยเด็ก ที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่แค่ 2 คน ในกระต๊อบที่ จ.ราชบุรี และเพราะความจนนี้เอง ทำให้ลุงในวัยแค่ 11 ต้องดิ้นรนทำงานเพื่อให้มีรายได้ยังชีพและเลี้ยงแม่“ตอนอายุ 11 ขวบ ไปรับจ้างส่งน้ำแข็งที่หลักสี่ บ้านแพ้ว สมุทรสาคร ได้เงินเดือน 150 ทำทุกอย่าง ไม่มีเสาร์อาทิตย์นะ แบกน้ำแข็ง ตัวเปียกทั้งวัน”
เพราะยากจนและความรู้น้อย ลุงสวรรค์จึงต้องทำงานที่ใช้แรงเป็นหลัก จากคนส่งน้ำแข็ง สู่กรรมกรก่อสร้าง ก่อนหาลู่ทางยกระดับฝีมือตัวเอง“ผมทำงานก่อสร้างอยู่ประมาณปีกว่า มาเห็นเขาเป็นช่างเชื่อม ก็คิดว่าถ้าเป็นช่างเชื่อม เรามีโอกาสที่จะออกมาหากินได้ จากเด็กหัดงานไม่รู้เรื่อง 7 ปี จนผมเป็นช่าง ช่างกลโรงงาน”
ชีวิตลุงสวรรค์เริ่มดีขึ้นจากการเป็นช่าง ไม่เท่านั้น โชคชะตายังพาให้ลุงได้พบเจอเนื้อคู่อย่างป้าศรีนวล ก่อนตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน“เจอคุณศรีนวลเมื่อปี 2528 เขาเป็นช่างเย็บผ้า เป็นหัวหน้าคุมคนงาน 300 คน ก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน”
ขยันทั้งคู่ หางานเสริม เพิ่มรายได้!
“หลังแต่งงานได้ 1 ปี ก็คุยกันว่า วันอาทิตย์ที่หยุดเนี่ย เราหาอะไรเสริมดีไหม คุณศรีนวลบอกว่า ไปซื้อเศษผ้า มาทำกางเกงเด็กขายไหม ผมก็คิดว่า คงจะดี ไปขายตามไซต์งานก่อสร้าง กางเกงเด็กตัวละ 10 บาท เสื้อก็ 10 บาท ก็ขายดี ขายวันเดียว เราลงทุน 350 ได้กำไรอีก 350 แต่ผ้ายังอยู่เยอะเลย ซื้อผ้ามา 10 กิโล 350 เราตัดไปขายวันนั้น เรารู้เลย ได้กำไรดี คุณศรีนวลบอก เอาอย่างนี้ไหม เราทำจริงจังเลย”
เมื่องานเสริมสร้างรายได้มากกว่างานประจำ ส่งผลให้ลุงสวรรค์และป้าศรีนวลตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อลุยธุรกิจเย็บผ้าขายอย่างเต็มตัว“พอทำดูประมาณ 4-5 เดือน งานมันก็ขึ้นมาเรื่อยๆ พอขึ้นมาเรื่อยๆ ผมก็ว่าออกจากงานดีกว่า ตัดสินใจเลย ก็ไปซื้อจักรมา 1 ตัว ผมเย็บไม่เป็นหรอก คุณศรีนวลตัด ผมก็ช่วยรีด ตอนหลังขายดีปุ๊บ ก็เพิ่มจักรอีก 1 ตัว คราวนี้แหละผมไปหัดเย็บผ้าแล้ว กทม.เขาสอน 150 ชม. ผมไปเลย พอตัดได้ ผมก็ช่วยคุณศรีนวลตัด คุณศรีนวลเขาเป็นเรี่ยวแรงเลย ทั้งตัด ทั้งนั่งรถเมล์ไปขายริมถนนในกรุงเทพฯ ขายที่วงเวียนใหญ่ สนามหลวง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขายเสร็จ ก็ไปซื้อผ้าที่โบ๊เบ๊ เพื่อกลับมาตัดอีก เป็นแบบนี้ทุกวัน”
ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีเงินเก็บ 20 ล้าน!
“จากจักร 2 ตัว ขึ้นมา 5 ตัวแล้ว (ถาม-แสดงว่าต้องมีคนงานมาช่วย?) มาช่วย และจ่ายงานข้างนอกด้วย จ่ายงานเป็นตัว ข้างนอกให้เขาเย็บที่บ้าน จากเสื้อผ้าเด็ก ก็ทำชุดนอน ชุดลำลอง พอเราขายดีปุ๊บ ก็มาเย็บเสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์ ยีนส์ฟอก เสื้อฟอก คนอื่นขาย 700 คุณศรีนวลขายแค่ 350 กำไรมากเลย (ถาม-ตอนนั้นรายได้สูงสุดเท่าไหร่จำได้ไหม?) วันละ 1 แสน (ถาม-โห มาไกลมาก?) ชีวิตนี่มันก็จะเหลือเชื่อนะ ผมทำกับคุณศรีนวลมาตีว่า 20 ปี ผมเหลือเงินร่วม 20 ล้าน และมีทองร่วม 100 บาท”
ขณะที่ธุรกิจเย็บเสื้อผ้าขายกำลังเฟื่องฟูสุดๆ จนลุงสวรรค์และป้าศรีนวลมีรายได้มากมาย แต่แล้วเหมือนสวรรค์แกล้ง เพราะหลังจากลุงตัดสินใจขยายกิจการได้ไม่นาน ก็เกิดวิกฤตที่ทำให้ธุรกิจของลุงต้องพังทลายในเวลาต่อมา
“ผมไปเซ้งบูท 3 ที่ บูทละ 1 ล้านกว่า สัญญา 3 ปี เขาจะเอาผ้าเราไปลง เพราะผ้าเราเต็มสต๊อกแล้ว เราจะเพิ่มมูลค่าให้มันขึ้นไปอีก ไปเซ้งบูทตอนนั้น มันก็ยังไปได้ดีนะ อยู่ปีกว่า แต่คุณเชื่อไหมว่า พอผมไปเช่าทำบูท บังเอิญเสื้อผ้ามือสองโรงเกลือมาเลย มาตีของเราเลย เรารู้สึกแล้ว แต่จะถอยยังไง เพราะเราทำไปแล้ว เราลงทุนเซ้งบูทไปแล้ว สัญญา 3 ปี (ถาม-ตอนนั้นลงทุนไปเยอะไหม?) เยอะ ลงทุนไปร่วม 10 ล้าน โดนเข้าไป 7 ล้านกว่า 3 บูท สัญญา 3 ปี (ถาม-จากที่คิดว่าการลงทุนนั้นจะต่อยอดธุรกิจ กลับเป็นศูนย์?) ผมไม่โทษใคร ผมโทษตัวผมเอง เพราะเราเป็นคนบ้านนอก การตลาดไม่มี พื้นฐานของผมไม่มี พี่น้องไม่มี จะตัดสินใจก็ตัดสินใจกันเอง โดยไม่คำนึงว่า วันหน้าจะเป็นยังไง”
เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไม่มีที่อยู่!
หลังธุรกิจล้ม ลุงสวรรค์ต้องนำเงินเก็บและทองที่เหลืออยู่ ออกขายเพื่อจุนเจือคนงาน แต่ความโชคร้ายของลุงยังไม่จบแค่เรื่องธุรกิจ เพราะแม้แต่บ้านที่จะอยู่อาศัย ก็ไม่มีเป็นของตัวเอง
“ผมลงทุนชีวิตกับคุณศรีนวลเป็นเวลาร่วม 40 ปี แต่เรามาพลาดอย่างนี้ เสียดายเวลามากเลย เพราะอายุเราไปแล้ว ไม่สามารถที่จะดึงอายุกลับมาได้ เรี่ยวแรง ความคิดถอยแล้ว แล้วอีกอย่าง เราบอบช้ำที่ว่า เงินทุนหมด ทีนี้ล้มจริง คุณเชื่อไหมว่า บ้านที่ผมเช่าอยู่ตรงนั้น 30 กว่าปี จากปี 28 มา จนทำพอมีกิน ที่ๆ ผมเช่าอยู่ เขาไปขาย 100 กว่าล้าน ทีนี้เขาก็ไล่เราสิ คุณสวรรค์ คุณหาที่อยู่ใหม่นะ (ถาม-มันเหมือนผีซ้ำด้ามพลอย?) โห ผมไม่นึกเลย”
หลังไร้ที่อยู่อาศัย ลุงสวรรค์ชวนป้าศรีนวลกลับมาตั้งหลักที่บ้านเกิดที่ตนเคยใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่ จ.ราชบุรี ก่อนใช้ฝีมือด้านช่าง ประดิษฐ์งานฝีมือจากกะลามะพร้าวขาย เช่น ทำเป็นตุ๊กตา, สัตว์เลี้ยง, รถตุ๊กตุ๊ก, รถเวสป้า, รถโรลส์-รอยซ์, กระปุกออมสิน ฯลฯ ซึ่งป้าศรีนวลมีหน้าที่นำงานฝีมือเหล่านี้นั่งรถเมล์เข้าไปขายที่กรุงเทพฯ เช่นเคย
แม้งานฝีมือของลุงสวรรค์จะได้เป็นสินค้าโอท็อป และได้ไปออกบูทตามงานต่างๆ จนพอมีรายได้เลี้ยงตัว แต่ให้หลัง 5 ปีมานี้ แทบไม่มีรายได้ ลุงกับป้าจึงต้องอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีเงินแม้แต่จะไปหาหมอ
“เมื่อก่อนไปขาย เคยไปออกเมืองทองฯ ไปออกไบเทค แต่ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเลย พอของเราไม่ได้ไปออกตรงนี้ ทุกอย่างก็จบแล้ว และไปขายในตัวเมืองบ้าง ก็มีคนเมตตา สงสาร ช่วยคนละ 3 ชิ้น 2 ชิ้น 5 ชิ้น ทุกวันนี้รายได้หลักจริงๆ คือเงินผู้สูงอายุ 700 (ถาม-เท่ากับรายได้จากสวัสดิการรัฐ?) แค่นั้นเอง 2 ชีวิต (ถาม-แล้วมันเพียงพอต่อการดำรงชีวิตหรือ?) ไม่พอก็ต้องพอ”
“(ถาม-สุขภาพลุงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?) ผมเดินจะไม่ได้ เดี๋ยวนี้ผมยืนได้ประมาณ 15 นาทีเอง (ถาม-เป็นอะไร เห็นใช้ไม้เท้า?) เส้นมันตึง แล้วขาผมชา (ถาม-ได้ไปหาหมอไหม?) ไม่เคยไป (ถาม-มีสวัสดิการบัตรทองไหม?) มี 30 บาท (ถาม-แล้วทำไมถึงไม่ไป?) ถ้าเราไป เราก็ต้องเช่ารถไป อย่างต่ำก็ รพ.ดำเนินฯ ก็ 500-600 (ถาม-อุปสรรคของเราคือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง?) ตรงนี้แหละ”
“(ถาม-แล้วสุขภาพป้าเป็นยังไงบ้าง?) เมื่อก่อนแกก็ดี แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว รถมาชนแก แล้วทุกวันนี้ผลข้างเคียงมันเกิด แกช่วยตัวเองไม่ค่อยจะได้ คราวนี้ก็หนักผมแล้ว ทั้งๆ ที่ร่างกายผมไม่ดี ผมก็ต้องทำทุกอย่าง ล้างชาม ซักผ้า งานบ้านทุกอย่าง”
“(ถาม-สิ่งเดียวที่ลุงต้องการในช่วงบั้นปลายชีวิตคืออะไร?) อยากมีทุนรอนสักนิดหนึ่ง เอาไว้รักษาคุณศรีนวลกับผมแค่นั้นก็พอแล้ว (ถาม-ลุงหวังว่างานฝีมือที่ทำอยู่จะช่วยชีวิตของลุงกับป้ายังไงบ้าง?) ยาก แต่ก็จะทำไปจนวาระสุดท้าย เพราะคิดว่าไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้แล้ว เพราะกำลังไม่รับ ร่างกายไม่รับ ผมไม่รู้ว่าสักวันหนึ่งผมจะนอนติดเตียงหรือเปล่า เพราะร่างกายมันบ่งบอกแล้วล่ะ วันนี้มันอยู่ที่ใจอย่างเดียว เราไม่รู้ว่าเราจะจากวันนี้ไปเมื่อไหร่ จะสู้ให้ถึงที่สุด ทำให้ดีที่สุด”
หากท่านใดต้องการช่วยเหลือเพื่อให้ลุงสวรรค์และป้าศรีนวล มีค่าเดินทางไปหาหมอเพื่อรักษาอาการป่วย โอนไปได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ชื่อบัญชี นายสวรรค์ ฮิงหลวง เลขที่บัญชี 020-111-010-484หรือหากต้องการติดต่อเพื่ออุดหนุนงานฝีมือจากกะลามะพร้าวของลุง โทรไปได้ที่ 080-276-2679
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“สู้...จนกว่าวาระสุดท้าย”
https://www.youtube.com/watch?v=EDCBQwrvVPg
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


