ระทึก ย้อนคดีบอมบ์กรุงเทพ
ขนระเบิดก่อวินาศกรรม
เดชะบุญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยทัน
การสู้รบดุเดือดที่ตะวันออกกลาง สร้างความตึงเครียดมาถึงเมืองไทย มีการสั่งเฝ้าระวังถิ่นของคนยิวในไทยอย่างเมืองปาย และเกาะพะงันแล้ว ให้มีแผนรับมือการวินาศกรรมล้างแค้น
อิหร่านนั้นไม่ธรรมดา ประเทศนี้พร้อมสู้กับศัตรูของเขา ทั้งบนดินและใต้ดิน ซึ่งครั้งหนึ่งนั้น กรุงเทพฯ เกือบเจอมหาภัยคาร์บอมบ์ ใจกลางกรุงครั้งประวัติการณ์ ด้วยฝีมือผู้ก่อการร้ายที่เกี่ยวโยงไปถึงอิหร่าน โดยเป้าหมายทำลาย คือสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
เดชะบุญ คงเป็นดั่งคำพูดที่ว่า พระสยามเทวาธิราชมีจริง เพราะหากคาร์บอมบ์คันนั้นถูกจุดระเบิดละก็ บริเวณใจกลางกรุงจะถูกแรงระเบิดถล่มวินาศในรัศมีกว้างไกลถึง 7 กิโลเมตร
ย้อนไปเมื่อปี 2537 ตรงกับวันที่ 11 มีนาคม นายเดชา รัตนวงศ์ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถูกรถบรรทุก 6 ล้อ คันหนึ่ง ขับเบียดเฉี่ยวชน จนรถของเขาเสียหาย ปรากฏว่าคนขับรถบรรทุกพยายามขับหลบหนี ไม่จอดลงมาเจรจาค่าเสียหาย
นายเดชาจึงขับไล่ตามรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ขับเร็วจนผิดวิสัย พุ่งตะลุยเข้าไปในถนนย่านธุรกิจ เมื่อไล่ทันที่บริเวณไฟแดงแยกชิดลม คนขับรถบรรทุกก็ลดกระจกลงมา เป็นชายตะวันออกกลาง รูปร่างใหญ่ แววตาแข็งกร้าว
วินมอไซค์ไทยกับคนขับรถบรรทุกต่างชาติ ไม่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง โดยนายเดชาพูดเป็นภาษาไทย แต่ชายตะวันออกกลางฟังไม่รู้เรื่อง แล้วใช้วิธีตัดจบด้วยการยื่นธนบัตรสกุลเงินต่างประเทศปึกหนึ่งให้ โดยไม่พูดจาอะไร
แต่นายเดชาปฏิเสธที่จะรับเงินก้อนนั้น และยืนยันให้เรียกตำรวจ ชายต่างชาติคนดังกล่าวจึงทำทีเป็นขอตัวไปใช้โทรศัพท์ แต่เขากลับฉวยทีเผลอ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งรถบรรทุก 6 ล้อไว้กลางแยกที่เต็มไปด้วยการจราจรพลุกพล่าน นายเดชาจึงโทรแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ลุมพินี ให้เข้ามาจัดการ
รถบรรทุก 6 ล้อเจ้าปัญหา ถูกนำมาเก็บไว้ที่โรงพัก สน. ลุมพินี ซึ่งอยู่ห่างจากสถานทูตอิสราเอล เพียงไม่กี่ร้อยเมตร
รถดังกล่าวจอดทิ้งคาโรงพักนานถึง 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามตัวเจ้าของบริษัทขนส่งได้ ชื่อ นายสุชาติ เจริญผล เมื่อเขามาถึงก็แจ้งว่ารถคันนี้ถูกเช่าไปโดยชายชาวต่างชาติ และตอนนี้ก็ติดต่อคนขับของเขาไม่ได้เช่นกัน
ด้วยความสงสัย ตำรวจ สน.ลุมพินี จึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่เปิดตู้บรรทุกของรถ 6 ล้อ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินและทำเรื่องคืนรถ
แต่พอเปิดตู้บรรทุกหลังรถออก จึงพบว่ารถคันนี้ ที่แท้ถูกประกอบ เพื่อนำมาก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ
ภายในตู้บรรทุก มีปุ๋ยยูเรียหลายสิบกระสอบวางเรียงรายอยู่แน่น พร้อมแทงค์น้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ถูกล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา เมื่อทำการตัดแม่กุญแจและเปิดฝาถังออก ก็พบว่าภายในแทงค์น้ำ อัดแน่นไปด้วยปุ๋ยยูเรียอีกชั้นหนึ่ง พร้อมด้วยสายไฟระโยงระยางและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน
ที่แท้มันคือ คาร์บอมบ์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้างทุกอย่างในรัศมี ให้ราบเป็นหน้ากลอง
เจ้าหน้าที่ตำรวจลุมพินี รีบประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD มารับช่วง มีการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกมหาประลัยคันนี้ไปยังพื้นที่ปลอดภัยในสวนสาธารณะ
จากการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามันเป็นคาร์บอมบ์ ที่มีระเบิด C4 อานุภาพทำลายล้างสูง ซุกซ่อนอยู่ โดยระเบิด C4 ถูกอัดแน่นอยู่ในขวดน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตร จำนวน 2 ลูก แต่ละลูกหนักเกือบ 1 กิโลกรัม และยังมีดินระเบิดอื่น ๆ อีก 5 ลูก
นอกจากนี้ ระเบิด C4 ยังถูกเสริมด้วยปุ๋ยยูเรียจำนวนมากในแทงค์น้ำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มแรงอัด ทำให้ปริมาณวัตถุระเบิดโดยรวมมีน้ำหนักถึงประมาณ 1 ตัน
อานุภาพการทำลายล้างของคาร์บอมบ์คันนี้ประเมินว่ามีรัศมีกว่า 7 กิโลเมตร หากเกิดระเบิดขึ้นที่ สน. ลุมพินี ช่วงที่มีนำรถมาเก็บไว้นาน 1 สัปดาห์ อาคารสูงหลายแห่งในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ จะพังพินาศในพริบตา จะกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย
ภายในแทงค์น้ำที่อัดปุ๋ยยูเรียไว้นั้น ยังมีสิ่งที่น่าสยดสยอง เป็นศพของชายนิรนาม ซุกซ่อนอยู่ ต่อมาสืบสวนทราบว่า เขาเป็นคนขับรถบรรทุกที่หายตัวไปในตอนแรก ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตและถูกยัดห่อด้วยถุงปุ๋ยซุกไว้ในแทงค์น้ำ
หากมีการระเบิดก็จะเป็นทำลายศพให้แหลกละเอียดหายไป จนไม่มีใครรู้ว่าผู้ตายหายสาบสูญไปไหน
เนื่องจากจุดที่รถบรรทุกเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อยู่ไม่ไกลจากสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ชี้ชัดว่าเป้าหมายก็คือสถานทูตอิสราเอล ซึ่งผู้ก่อการร้ายต้องการใช้ประเทศไทยเป็นที่ก่อวินาศกรรมระดับนานาชาติ
ต่อมา หน่วยข่าวกรองไทย จับกุมชายชาวอิหร่านได้ 3 ราย ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่หลักฐานในชั้นศาล ไม่พอที่จะเอาผิดได้ จึงถูกปล่อยตัวไปในที่สุด
เมืองไทยอาจไม่โชคดีซ้ำสอง จะหวังพึ่งพระสยามเทวาธิราชอย่างเดียวคงไม่ได้ ทางการไทยคงต้องวางแผนรับมือการก่อการร้ายล้างแค้นอย่างเข้มข้น ทั้งต่อคนยิวหรือคนอเมริกัน ที่พำนักในเมืองไทย ประชาชนคนไทยทุกคนต้องช่วยเป็นหูเป็นตา พบสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลน่าสงสัยที่ส่อว่าจะก่อเหตุร้ายรีบแจ้งตำรวจทันที


