xs
xsm
sm
md
lg

“หลวงพ่อประนอม” ผุดโครงการแปรรูปขยะพลาสติกเป็น “ชุดพีพีอี-จีวรพระ” ตปท.ยังทึ่ง แถมได้รางวัลเปลี่ยนขยะโฟมเป็นทุ่นดักขยะในน้ำ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อรู้จัก “หลวงพ่อประนอม” พระผู้มีบทบาทในการจัดการขยะที่ถูกมองว่าไร้ค่า ให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างมากมาย จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาทั้งของชุมชน ไปจนถึงต่างประเทศ



เจริญรอยตาม “ในหลวง ร.9” นำขยะมาทำปุ๋ย!

พระราชวัชรบัณฑิต (หลวงพ่อประนอม) เจ้าอาวาสวัดจากแดง เผยถึงที่มาของการจัดการปัญหาขยะว่า“จริงๆ แล้วก็คือ แนวคิดว่า ของที่มันไร้ประโยชน์ ทำยังไงให้มันมีประโยชน์ สิ่งแรกเลย ขยะ ปกติเราจะหาที่ทิ้ง ถ้าเราไม่ทิ้งล่ะ เขาจะไปอยู่ที่ไหน เขาจะไปไหนได้บ้าง เช่น เศษอาหาร เราก็หาที่ทิ้ง ถ้าเราเอามาทำปุ๋ย ก็ลองคิดดู มันน่าจะเป็นไปได้ ก็ลองศึกษาดู ศึกษาแล้วก็ ไปเจอคนที่มีความคิดแบบนี้ ไม่ใช่เพิ่งมี มีมานานแล้ว และคนที่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือ ในหลวง ร.9 เคยทำเรื่องขยะเปียก เอาขยะมาทำเป็นปุ๋ยวันต่อวัน เลยไปหาเครื่องมา และเอามาทำปุ๋ย เมื่อก่อนนี้เศษอาหารจะเยอะ เศษอาหารในวัด รอบๆ วัด และสุนัขจรจัดก็จะเยอะ ทำยังไงจะเคลียร์ตรงนี้ได้ ก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนจากเลข 0 เป็นเลข 10 ก็ลองทำดู พอเริ่มทำจากเศษอาหาร เมื่อก่อน ปลูกต้นไม้ ซื้อปุ๋ยมาใช้ในวัด ปีหนึ่งเป็นสิบๆ ตัน พอเอาเศษอาหารมาทำปุ๋ย ก็ไม่ต้องซื้อแล้ว ก็ผลิตได้ปีหนึ่งเกิน 10 ตัน”


นอกจากเปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ย ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยแล้ว ยังนำไปสู่การแก้ปัญหาสุนัขจรจัดอีกด้วย

“ตอนนี้สุนัขจรจัดที่วิ่งคุ้ยขยะลดลงแล้ว อาตมาก็จับสุนัขจรจัดเหล่านั้นมาฉีดยาทำหมัน ฝึก และไปตั้งศูนย์ให้อยู่ต่างจังหวัด สุนัขจรจัดก็ใช้เวลา 2 ปีในการที่เคลียร์ออก ฉีดยาให้ ทำหมันให้ ฝึกให้ หาที่อยู่ที่เหมาะสมให้ และค่อยๆ เคลียร์ออกๆ จนสุนัขจรจัดไปหมด”


แปรรูป “ขยะพลาสติก” เป็น “จีวรพระ”!

“ขยะพลาสติก ช่วงแรกก็ลองเผาดู มันก็เหม็น เราไม่เผา เราหาอย่างอื่นได้ไหม ก็ลองประชุมพระดู ใครมีแนวทางในการจัดการขยะพลาสติกไปทำอะไรได้บ้าง 1-2-3 มีพระเคยเรียนในมหาวิทยาลัย บอกว่า เคยทดลองทำไพโรไลซิสตอนเรียนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว แต่ก็พอจะแนะนำครูบาอาจารย์ที่สอนเรื่องนี้ให้ได้ ก็เลยให้ไปเชิญครูอาจารย์ที่สอนเรื่องไพโรไลซิส คือเอาพลาสติกนึ่งเป็นน้ำมันมาช่วย คืองบประมาณไม่มี และอาจารย์สอนพอให้ทำเป็น แต่เทคโนโลยียังไม่ถึง ยังไม่สูงพอ ขณะนั้นก็มีมูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาโซนนี้ ในหลวง ร.9 ยังมีพระชนม์อยู่ อยากให้ฟื้นฟูโซนนี้ให้เป็นป่า ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ และดูแลเรื่องน้ำ สิ่งแวดล้อม เรื่องอาชีพ เรื่องการท่องเที่ยว ครบ เพื่อให้พื้นที่ตรงนี้ยังสีเขียวอยู่เหมือนเดิม ก็เห็นทางวัดทำเรื่องขยะพอสมควร ถามว่า จะเข้าโครงการไหม อยากทำเรื่องนี้ต่อไหม อยากทำ ทางมูลนิธิชัยพัฒนาก็เลยหาสปอนเซอร์มาให้ อยากทำเรื่องอะไร ก็บอกมาเลย เดี๋ยวมีสปอนเซอร์มา”


“คือเอาไปทำเสื้อผ้านี่ เคยเห็นที่ไต้หวันมาแล้ว ที่ไต้หวัน เอาขวดพลาสติกมาทำเสื้อผ้า ก็เห็น แต่ก็มันก็งั้น รีไซเคิล ไม่เห็นมีแปลก ถ้าเราทำเป็นจีวรล่ะ ผ้าบังสุกุลจีวร ผ้าที่เก็บมาจากกองขยะ มาทำจีวรพระ เรียกว่า ผ้าบังสุกุลจีวร ผ้าห่อศพก็ดี ผ้าที่เก็บมาจากกองขยะก็ดี เอามาทำเป็นจีวรได้ จีวรนั้นเรียกว่า ผ้าบังสุกุลจีวร (ถาม-อันนี้ตรงกับคำสอนในพระไตรปิฎกเลย?) ใช่ มันตรงกัน และที่สำคัญก็คือ การทำเป็นผ้า ถ้าเสื้อผ้าธรรมดา คนก็โอเค มีเงินก็ซื้อใช้ แต่ถ้าเป็นผ้าไตรจีวรล่ะ คนจะว้าวทันที ทำไมล่ะ 1.เก็บมาจากกองขยะ 2.เห็นแล้วอยากกราบอยากไหว้ อ๋อ เป็นของที่เป็นธงชัยของพระอรหันต์ และที่สำคัญคือ ตรงตามพระไตรปิฎก ที่สำคัญช่วยลดโลกร้อน มันก็มองได้หลายมุมมอง และที่สำคัญคือ นำเอาหลักคำสอนมาใช้โดยตรง”


ใช้เทคโนโลยีช่วยในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพ!

“คือกระบวนการในการทำผ้า มันมีเคมีตัวหนึ่ง เรียกว่า ซิงค์นาโน แต่ซิงค์นาโน่เนี่ย ใส่เข้าไป ผ้ามันจะป้องกันเชื้อโรค จัดการเชื้อโรค ฆ่าเชื้อโรค และป้องกันเชื้อโรค พอใส่ซิงค์นาโนเข้าไป คือไม่ได้ใช้พลาสติกอย่างเดียว ผสมฝ้ายเข้าไปด้วย คือถ้าใช้พลาสติกอย่างเดียว มันจะมีความร้อน เราใส่ฝ้ายเข้าไป พลาสติก 60 ฝ้าย 40 และใส่ซิงค์นาโนเข้าไป ก็เป็นผ้าเกรดพรีเมียม พอเป็นเกรดพรีเมียม ก็ราคาสูงนิดหนึ่ง ก็ไม่ได้สูงมากหรอก ถ้าเทียบกับท้องตลาด ก็ราคากลางๆ ไม่ได้สูงมาก ไม่ได้ต่ำมาก ราคากลางๆ ซักง่าย แห้งเร็ว และไม่ยับ ไม่อับ ไม่มีเชื้อรา อันนั้นคือคุณภาพของผ้า”


เมื่อสังคมและชุมชนต้องเผชิญกับวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโควิด-19 และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 วัดจากแดงก็มีบทบาทในการช่วยเหลือชุมชนด้วยการผลิตอุปกรณ์แจกเช่นกัน

“ช่วงแรกผลิตหน้ากากออกมาป้องกันฝุ่น 2.5 พีเอ็ม แต่ผลิตออกมาแจกแล้ว ปรากฏว่า ไม่มีคนใช้ มีพระรูปเดียวที่เคยเป็นหมอ ท่านบวชมา ท่านบอก ต้องการหน้ากากแบบนี้ป้องกันฝุ่น 2.5 พีเอ็มตอนบิณฑบาต ก็มีพระองค์เดียวใช้ นอกนั้นก็ไม่ได้ใช้ แต่พอโควิดมา ทุกคนหาหน้ากาก ยังไม่มีที่ไหนผลิต ที่นี่ผลิต ก็เลยผลิตไม่ทัน พอหลังจากนั้นก็ชุดพีพีอีขาดตลาด ขวดน้ำเราทำชุดพีพีอีได้นี่ แต่เราไม่มีงบประมาณในการผลิต ก็เลยวิ่งหาเจ้าภาพ คือจะผลิต เนื่องจากทางวัดไม่ได้มีงบประมาณ มีแค่องค์ความรู้ มีแค่แรงบันดาลใจ แต่ทุนในการผลิตก็ต้องมี ท่านบอก ต้องการผลิตเท่าไหร่ เดี๋ยวเป็นเจ้าภาพให้ แต่ชุดพีพีอีของเรา ซักได้ 20 ครั้ง (ถาม-ซักได้ด้วย ปกติใช้ครั้งเดียวทิ้ง?) ใช่ และเราผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อได้เองด้วย คือน้ำยาฆ่าเชื้อโซเดียมไฮเปอร์คลอไรด์สำหรับฆ่าเชื้อโควิด เราผลิตวันละ 1,000 ลิตร ไว้ใช้ในวัด ส่งไปพ่นขยะที่ติดเชื้อตาม รพ.สต. ตรงไหนที่ไม่มีงบน้ำยาฆ่าเชื้อ เราผลิต และไปส่งให้ แต่เราผลิตใช้เองเป็นหลัก ไม่ได้ผลิตจำหน่าย แต่แจกผู้ที่ขาดแคลน และผลิตฟ้าทะลายโจรแจก”


เปลี่ยน “ขยะโฟม” เป็นทุ่นดักขยะ จนได้รับรางวัล!

“อะไรที่เห็นเป็นขยะในสังคม โฟมเขาไปทำอะไรได้บ้าง โฟมช่วงแรกก็เอามาทำกาว ผสมทินเนอร์ ผสมเบนซินเพื่อทำกาว จากนั้นก็โฟมทำทุ่นดักขยะ ทำอิฐตัวหนอน ทำกระถางปลูกต้นไม้ แต่ผลิตภัณฑ์ที่โฟมได้รับรางวัลคือ เอาโฟมไปทำทุ่นดักขยะ ทุ่นดักขยะในแม่น้ำ”


โครงการต่างๆ ที่หลวงพ่อประนอมผุดขึ้นเพื่อจัดการปัญหาขยะ พัฒนาวัด และช่วยเหลือชุมชน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงสร้างความตื่นตัวให้ชุมชนและหลายภาคส่วนในไทย แต่ยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศอีกด้วย


“(ถาม-ถ้านับเวลาย้อนไปจนถึงปัจจุบันที่หลวงพ่อนำโครงการต่างๆ มาพัฒนาวัด ตอนนี้ได้กี่ปีแล้ว?) ตั้งแต่ปี 2548 (ถาม-20 ปี สิ่งที่หลวงพ่อทำ นำไปสู่ประโยชน์ภาคประชาสังคม อยากทราบว่ามีผู้นำองค์กรหรือบุคคลที่เข้ามา ส่วนใหญ่เขาสนใจหรือประทับใจโครงการต่างๆ ยังไงบ้าง?) จริงๆ แล้ว โรงเรียนหลายโรงเรียนสนใจ อบต.หลาย อบต.สนใจ ผู้นำชุมชนหลายองค์กรสนใจ กระทรวงหลายกระทรวงเข้ามา นักข่าวจากเอ็นเอชเคญี่ปุ่น ซีซีทีวีของจีน รอยเตอร์ และเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และนักข่าวทางยุโรปมาหมด สำนักข่าวดังๆ บีบีซีก็มา มาเห็นว่า วัดนอกจากเรียน นอกจากปฏิบัติ นอกจากเผยแผ่แล้ว วัดทำสิ่งนี้เกี่ยวกับเรื่องสังคมด้วย ในช่วงโควิด หลายประเทศกลัวโควิด ขวดน้ำดื่ม หาที่ทิ้งอย่างเดียว บอก ไม่ต้องทิ้ง ส่งมาจากแดงให้หมด ทางวัดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วขวดนั้นเอาไปรีไซเคิล ทำชุดพีพีอีป้องกันโควิดให้ด้วย นักข่าวจากต่างประเทศบินมาในช่วงโควิด มาถ่ายทำเรื่องการเอาขวดน้ำที่จะต้องทิ้ง เอาไปผลิตเป็นชุดพีพีอี และเห็นคอมเมนต์จากออสเตรเลีย ถ้ารัฐบาลของเขาทำแบบวัดจากแดงนะ ถ้าเอาขวดน้ำมาทำชุดพีพีอีได้ เราจะปลอดภัยขึ้นอีกเยอะ และไม่ต้องหางบประมาณไปทำชุดพีพีอี และขวดน้ำที่เราทิ้งไปเพราะกลัวโควิด มันก็ไม่ต้องทิ้ง”


หลวงพ่อประนอมยังให้ข้อคิดด้วยว่า ขยะไม่ได้มีอยู่แค่ภายนอกรอบๆ ตัวเราเท่านั้น แต่ภายในสมองในจิตใจคนเราก็มีขยะเช่นกัน ซึ่งขยะภายใน จัดการได้ยากกว่าขยะภายนอก


“จริงๆ แล้ว ขยะภายนอกช่วยกันเก็บไม่นานหรอก ทั่วโลกนะ ถ้าช่วยกันจริงๆ 2 ปีหมดเลย แต่เก็บยากสุดคือขยะภายใน ขี้โมโห ขี้น้อยใจ โมโหแล้วโมโหอีก น้อยใจแล้วน้อยใจอีก แล้วเราจะเก็บยังไง ขี้โมโห ขี้น้อยใจ ฝึกเห็นโทษของความโกรธ ฝึกเห็นคุณของขันติ และแผ่เมตตาให้กับตัวเองเยอะๆ พอตัวเราเปี่ยมล้นด้วยเมตตา แล้วจึงแผ่เมตตาให้คนอื่น อันนี้คือ ขยะหรือขี้โมโหจะลดลง แต่จุดแรกเลยต้องแผ่เมตตาให้ตัวเอง ขี้งก ขี้เหนียว อยากจะเอาทุกอย่างเป็นของตัวเอง ได้ทั้งหมดแล้วมันมีความสุขอะไรไหม สุขจากการแบ่งปัน สุขจากการให้ ถ้าเราขี้เหนียว พอให้แล้วเกิดอะไรขึ้น เห็นทุกคนรอยยิ้ม ยิ้มอย่างมีความสุข เขาได้ต่อชีวิตแล้ว ยิ่งเราฝึกให้ เราจะมีความสุขกับทรัพย์สมบัติที่เรามีอยู่ ถ้าเราเอามาใช้เอง มีความสุขกับการใช้ไม่เกิน 1 ชม. แต่ถ้าเราให้ผู้อื่น จะมีความสุขตั้งแต่เขารับ จนกระทั่งปัจจุบัน เขาก็ยังนึกถึงเรา เขาก็มีความสุขนะ เขารอดชีวิตแล้วนะ ของที่เราให้ เพราะฉะนั้นการให้เป็นการทำลายขยะสมอง คือขี้งก ขี้เหนียว คนที่ขี้หลงขี้ลืม ก็ฝึกสติ ตั้งสติก่อนสตาร์ท”


“ส่วนขยะอีกกองหนึ่ง ขี้อิจฉา เห็นคนดีกว่าก็ไม่ได้ เห็นคนรวยกว่าก็ไม่ได้ เห็นคนสวยกว่าก็ไม่ได้ เห็นคนดีกว่า ไม่ยอมเลย เกิดอะไรขึ้น อิจฉาตาร้อน ทำไมอิจฉาตาร้อน เพราะการเจริญมุทิตา พรหมวิหารเราไม่ได้ฝึก เราไม่ต้องรวยเท่าเขาหรอก เห็นคนรวย เขาสร้างบุญมาดีเนอะ อดีตเขาสร้างมาดี ปัจจุบันเขาก็ขยันทำมาหากิน มีทุนและรวย อนุโมทนาสาธุด้วย เห็นใครเก่งกว่า เฮงกว่า รวยกว่า ดีกว่า ไม่ต้องไปอิจฉา แค่อนุโมทนาสาธุแสดงความยินดี เราจะมีความสุขเท่ากับความที่เขาประสบความสำเร็จ ขยะอีกกองหนึ่งคือ ขยะขี้ระแวง ขี้สงสัย เห็นอะไรก็ระแวงไปหมด สงสัยหมด เอาออกยังไงล่ะ อ่านมากๆ ฟังมากๆ ถามมากๆ สนทนามากๆ สื่อสารมากๆ การอ่านการถามการฟังการสนทนาการสื่อสาร จะช่วยลดขยะคือขี้ระแวง ขี้สงสัย ขยะคือความขี้เกียจล่ะ ลุกขึ้นมาทำเลย ถ้าคุณยังขี้เกียจอยู่ โน่น ประตูนรกเปิดรอ ประตูเปรตเปิดรอ ประตูอสุรกายเปิดรอ หรือถ้าไม่ถึงเปรตนะ ความยากจน ประตูแห่งความยากจนเปิดรอคุณอยู่ถ้าคุณขี้เกียจ ความขี้เกียจทำยังไง ยอมเหนื่อยในมนุษย์เถอะ ดีกว่าไปเหนื่อยในนรก”


“(ถาม-ตอนนี้ 20 ปีก็เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ และได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมมากมาย หลวงพ่อรู้สึกยังไงบ้าง?) จริงๆ คือสิ่งที่เราทำ เราไม่ต้องรอชาติหน้า เห็นผลชาตินี้ ทุกคนทำบุญ หวังผลอะไร หวังชาติหน้า ชาติหน้าจะได้เป็นเทวดา ชาติหน้าจะไปโน่นไปนี่ ทำบุญ เอาผลบุญชาตินี้ไหม เช่น เก็บขยะมารีไซเคิล ก็ได้ปุ๋ย นอกนั้นได้อะไรอีก ได้กุศล แค่เก็บขยะ ได้อานิสงส์ 5 อย่างชาตินี้ 1.มนุษย์รักใคร่ ใครเห็นใครก็รัก 2.เทวดารักใคร่ 3.มีความสุขใจ 4.ได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอน 5.วิมานบนสวรรค์เกิดรอ ผลในชาตินี้ ได้ทันที 4 อย่าง”


หากท่านใดต้องการร่วมทำบุญลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถนำขวดพลาสติกและขยะรีไซเคิล ไปบริจาคได้ที่วัดจากแดง 16 หมู่ 6 ถ.เพชรหึงษ์ ซอย 10 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 หรือหากต้องการติดต่อ โทรไปได้ที่ 064-651-9015


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“ขยะ ศรัทธา กับวัดจากแดง”
https://www.youtube.com/watch?v=sXfm1d1yiO8&t=751s


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos