xs
xsm
sm
md
lg

ทองคำทะลุ 70,000 บาท สัญญาณความปั่นป่วนโลก โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทองคำทะลุ 70,000 บาท
สัญญาณความปั่นป่วนโลก
โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจไทย


การพุ่งขึ้นของราคาทองคำแท่งในประเทศไทยทะลุระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำ ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ด้านราคา แต่สะท้อนแรงสั่นสะเทือนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทองคำซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในยามวิกฤต กลับมาอยู่ในจุดสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การค้า และทิศทางนโยบายของมหาอำนาจ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้พุ่งสูง คือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป จากกรณี “กรีนแลนด์” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำมาใช้เป็นหมากต่อรองทางการค้า ท่าทีแข็งกร้าวดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นดินแดน แต่ลุกลามไปสู่สงครามภาษีที่ส่งแรงกระแทกโดยตรงต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งปรับตัวลดลงในแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ตั้งแต่เทคโนโลยี ค้าปลีก ไปจนถึงการเงิน

เมื่อตลาดหุ้นเผชิญความผันผวนสูง เม็ดเงินจำนวนมากจึงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง และเคลื่อนย้ายเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ต้นตอของความปั่นป่วนรอบนี้ มาจากท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ชาติยุโรปในอัตรา 10% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และจะเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน หากยุโรปไม่ยอมเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์

สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียด เมื่อรัฐสภายุโรปตัดสินใจระงับการลงมติให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากผู้นำสหรัฐฯ แสดงท่าทีข่มขู่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ พร้อมเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% ต่อประเทศที่ต่อต้านความทะเยอทะยานของตน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมทันทีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เริ่มลดความเสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างจริงจัง

นอกจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศแล้ว ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากทิศทางนโยบายของธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ที่เร่งลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยการเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการเงินและลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในระบบเศรษฐกิจโลก แนวโน้มดังกล่าวยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจในยุคที่ความเชื่อมั่นต่อเงินสกุลหลักเริ่มสั่นคลอน

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ วิเคราะห์ว่า ทิยอมรับว่า ตอนนี้ทิศทางราคาทองคำคาดเดาได้ยาก ราคาพุ่งเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่ามาจากสถานการณ์โลกรุนแรงขึ้น และหวั่นว่าจะเกิดสงคราม รวมถึงสงครามการค้าที่ส่อแววยืดเยื้อขึ้นอีก จึงทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และยังมีโอกาสขึ้นต่อไป แต่หากลงทุนระยะสั้นอาจจะมีความเสี่ยง แต่ถ้าเป็นเงินเย็นถือครองนาน ๆ ยังมีโอกาสได้กำไร

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคำถามสำคัญคือ ราคาทองคำที่พุ่งสูงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร ด้านหนึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในเรื่องการเงินและการลงทุน โดยเมื่อทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เงินทุนมีแนวโน้มไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้นและการลงทุนภาคธุรกิจ ทำให้ตลาดทุนไทยผันผวนมากขึ้น และต้นทุนทางการเงินของภาคเอกชนเพิ่มสูง ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังอาจกดดันการตัดสินใจลงทุนใหม่ ๆ และทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอลง

อืกทั้ง ราคาทองคำที่สูงขึ้นมีผลต่อพฤติกรรมการออมและการใช้จ่าย ประชาชนบางส่วนอาจหันไปถือครองทองคำมากขึ้นแทนการบริโภคหรือการลงทุนในเศรษฐกิจจริง ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อภายในประเทศ ความตึงเครียดทางการค้าและความผันผวนของค่าเงินบาท อาจกระทบต่อภาคการส่งออกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม แม้ราคาทองจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้กับผู้ถือครองทองคำอยู่เดิม แต่ในภาพรวมถือเป็นสัญญาณเตือนว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และจำเป็นต้องเตรียมรับมืออย่างรอบคอบในระยะยาว และรอความหวังใหม่จากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะมีมีแนวทางรับมือกับความผันผวนนี้อย่างไร


กำลังโหลดความคิดเห็น