จตุพรมั่นใจ8กพ.
คนไทยให้คะเเนน
“โอกาสใหม่”ไปทำงาน
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ กล่าวถึงเเนวทางหาเสียงเลือกตั้งสส.วันที่8กพ.ว่า ตั้งเเต่ตนรับราชการตั้งเเต่เป็นปลัดอำเภอ กระทรวงมหาดไทย-ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ-รมว.พาณิชย์ ต่อมาได้เจอผู้ร่วมอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำงานให้ประเทศ มาร่วมสร้างพรรคโอกาสใหม่นั้น ตน-ผู้บริหารพรรค-สมาชิกพรรค-ผู้สมัครสส.ทั้งสองระบบตั้งใจในการขอโอกาสใหม่ให้ประเทศเเละประชาชนในวันที่8กพ.นี้
นายจตุพรกล่าวว่า พรรคส่งผู้สมัครสส.สองระบบ เเละใช้เเคมเปญหาเสียงว่า มีเราไม่มีมืดนั้น “ไม่มีมืด”ในความหมายคือ สว่าง หมายความว่าระบบไฟฟ้าทั่วถึง สะดวกหมายถึงการคมนาคม สะอาดหมายถึงการสาธารณสุข สงบหมายถึง ประเทศมั่นคง ส่วนการดูเเลด้านเศรษฐกิจนั้น ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ต้องดูเเลครบวงจร ต้นน้ำคือภาคเกษตรกรรม-อุตสาหกรรม ที่ต้นทุนการผลิตต้องถูกลง ได้กำไรเพิ่มเเละผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อให้กลางน้ำคือ กระทรวงพาณิชย์ที่สำรวจความต้องการของตลาดโลกในเเต่ละปีมาบอกต้นน้ำว่าตลาดต้องการอะไร ปลายน้ำคือประชาชนทั้งในเเละต่างประเทศที่ซื้อสินค้านั้นไปอุปโภคบริโภคในราคาเป็นธรรม มีคุณภาพ
นายจตุพรกล่าวว่า หากสามระบบเชื่อมโยงกัน เศรษฐกิจไทยทั้งระบบจะดีขึ้น ช่วงที่ตนทำหน้าที่รมว.พาณิชย์นั้น ตนได้ไปเจรจาการส่งออกกล้วยหอมไทยในตลาดญี่ปุ่น ออเดอร์นี้ที่ตนรับมาจากญี่ปุ่นนั้นจำนวนมหาศาล เเต่ต้นน้ำเราต้องผลิตให้ได้ตามออเดอร์ ดังนั้นหากตนได้กลับมาบริหารประเทศจากการเลือกตั้งคราวนี้นั้น เชื่อว่าจะผลักดันต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำให้เชื่อมโยงกันเป็นรูปธรรมตามเเคมเปญของพรรคคือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย หากดำเนินการครบระบบจะเกิดผลสัมฤทธิ์ทางบวกได้ในเวลาไม่นาน
นายจตุพรกล่าวว่า ช่วงลงพื้นที่หาเสียงนั้น กระเเสตอบรับของประชาชนที่มีต่อตนเเละผู้สมัครสส.นับว่าดีเเละขอบคุณประชาชนที่สนใจนโยบายพรรคเเละให้กำลังใจพรรค ขอเรียนว่า นโยบายพรรคที่ได้เสนอกับสังคมนั้นเชื่อว่าเกิดประโยชน์เเละทำได้จริง คือการเมืองสุจริต ตนไม่ได้พูดหล่อๆ ตนรับราชการเเละมาทำงานการเมืองในวันนี้ เพราะตนกับสมาชิกพรรคตั้งใจให้ประเทศก้าวหน้า มั่นคง ประชาชนมีชีวิตดีขึ้นจากนโยบายพรรค
“สิ่งหนึ่งที่เป็นโซ่ข้อกลางเเละผลักดันนโยบายพรรคให้เกิดขึ้นคือข้าราชการ ที่จะเชื่อมรัฐบาลกับประชาชนเข้าหากัน ดังนั้นการดูเเลสวัสดิการของข้าราชการเเละประชาชนนั้น ต้องดำเนินการบนนโยบายที่เป็นไปได้ ไม่เป็นภาระกับงบประมาณเเผ่นดิน”นายจตุพรกล่าว
“สิ่งหนึ่งที่อยากขับเคลื่อนหากได้เป็นรัฐบาลคือปรับปรุงระบบสวัสดิการของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน-สารวัตรกำนัน-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีระบบสวัสดิการกับพวกเขาด้วย เพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในกลไกดูเเลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ“นายจตุพรกล่าว
เมื่อถามว่าเเนวโน้มรัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลผสม พร้อมทำงานกับพรรคใด นายจตุพรกล่าวว่า พรรคจะไม่จับมือพรรคก้าวล่วงสถาบัน ส่วนผลการเลือกตั้งนั้น ประชาชนคือคนตัดสิน ดังนั้นตนกับพรรคเคารพเสียงประชาชนในการลงคะเเนน เเต่หากประชาชนอยากเห็นสิ่งใหม่ๆทางการเมืองเเละเพื่อประเทศให้เกิดขึ้น ขอให้พิจารณาพรรคของตนด้วย
เมื่อถามว่าตอนนี้กระเเสข่าวเกิดขึ้นว่าการซื้อเสียงรุนเเรง บางเขตใข้เงิน7500บาท/หนึ่งคะเเนน นายจตุพรกล่าวว่า พรรคของตนไม่กระทำเเบบนั้น พรรคของตนสู้ด้วยนโยบายเเละผู้สมัครสส.ที่ตั้งใจขอโอกาสใหม่ให้ประเทศ ดังนั้นหากบางพรรคซิ้อเสียงจริง ขอให้ประชาชนรับเงิน เเต่อย่าไปเลือกพรรคนั้นๆ เเต่ขอให้ไปเลือกผู้สมัครสส.เเละพรรคที่ต้องการโดยเเท้จริงดีกว่า


