xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน ‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน
‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง
โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร


พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าลุยสนามกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าคว้า ส.ส.กทม. ราว 10 ที่นั่ง ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเมืองยังร้อนแรงจากความเห็นต่างและการตอบโต้กันระหว่างพรรคประชาชนกับกองทัพ จากกรณีวาทกรรมวิพากษ์กองทัพและข้อเสนอปฏิรูปศาลทหาร ซึ่งสะท้อนรอยร้าวและความท้าทายของความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับสถาบันทหารในสังคมไทย

นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มัสยิดอั้ลยุซรอ (หลอแหล) เพื่อช่วย น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 19 หาเสียง โดยนายสกลธี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดี หลายคนแสดงตัวว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และบางส่วนที่เคยห่างหายไปก็ส่งสัญญาณพร้อมกลับมาสนับสนุนอีกครั้ง โดยมองว่ากำลังใจจากประชาชนเป็นพลังสำคัญให้กับทั้งทีมผู้บริหารพรรคและผู้สมัครในพื้นที่

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิเคราะห์ว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจตัดคะแนนกับพรรคการเมืองอื่นที่มีฐานเสียงใกล้เคียงกัน นายสกลธีระบุว่า การตัดสินใจเป็นของประชาชน แม้หลายคนเคยทำงานการเมืองร่วมกันมาก่อน แต่วันนี้จุดยืนแตกต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันขายจุดแข็งเรื่องคนทำเป็น และนโยบายที่ทำได้จริง โดยเฉพาะนโยบายแก้ปัญหาความยากจนในกรุงเทพฯ ผ่านการจัดการขยะ การจราจร และปัญหาสิ่งแวดล้อม

สำหรับสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อว่าแข่งขันสูง นายสกลธีอ้างคำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเป็นพื้นที่ปราบเซียนไม่มีใครครอบครองคะแนนเสียงได้อย่างถาวร พรรคจึงย้ำการเมืองสุจริตและนโยบายที่ไม่สร้างภาระงบประมาณ แม้ไม่หวือหวา แต่ยั่งยืนและทำได้จริง พร้อมยอมรับว่าแข่งขันกับทุกพรรค รวมถึงพรรคประชาชน ซึ่งมีฐานเสียงส่วนหนึ่งเป็นอดีตผู้สนับสนุนประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ นายสกลธีประเมินจากผลโพลและเสียงสะท้อนจากพื้นที่ว่า แนวโน้มคะแนนของพรรคดีขึ้น และตั้งเป้าคว้า ส.ส.กทม. ราว 10 ที่นั่ง บวกลบ โดยย้ำว่าการตัดสินใจจะเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายกว่า 30 วันก่อนวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อปัญหาการเมืองเรื่องการซื้อเสียงและการใช้อำนาจเงิน ที่อาจทำให้ประเทศวนกลับสู่วงจรเดิม หากไม่แก้ไขอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของสมรภูมิการเมือง เกิดการถกเถียงร้อนแรงระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ หลัง พลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีวาทกรรมด้อยค่าทหาร โดยย้ำว่าไม่ควรเหมารวมทหารทั้งกองทัพ เพราะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบต่อถ้อยคำที่สร้างความแตกแยก

"ทหารคนอื่นไม่เกี่ยว คุณจะด่าทหารเลวคุณด่าไป แต่ทหารที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาสะดุ้งกับวาทกรรมด้อยค่าในขณะที่ที่เขาไปทำหน้าที่ที่ชายแดน มันบั่นทอนความรู้สึก คุณอย่าด่าเหมารวมวาทกรรมด้อยค่า มันไปกระทบความรู้สึกความภูมิใจในอาชีพของทหารที่เหลือ
คุณปรามาสกองทัพ ว่ารบที่ไหนก็แพ้ วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า เราทำหน้าที่กันสมบูรณ์แบบ มีใครขอโทษหรือเปลี่ยนวาทกรรม ที่ดูถูกปรามาส กองทัพไปบ้างหรือยัง หรือจะปล่อยให้เงียบไปกับสายลม"

ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า เห็นด้วยว่าไม่ควรเหมารวมทหาร พร้อมเสนอให้ปฏิรูปศาลทหาร เพื่อลดปัญหาวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเสนอให้นำคดีทุจริตและคดีอาญาที่กระทบประชาชนออกจากศาลทหาร ไปสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ

"ผมคิดว่าสาเหตุหนึ่ง เป็นเพราะประชาชนไม่ไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมของทหาร และเชื่อว่าระบบพวกพ้อง รุ่นพี่รุ่นน้อง จะสามารถช่วยให้ผู้ที่กระทำความผิดลอยนวลพ้นผิดได้อยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ที่ผ่านมาทหารดีๆ มากมาย ต่างก็รู้สึกไม่สบายใจ กับพฤติกรรมที่ชั่วร้ายของนายทหารที่ไม่ดีบางนายเหมือนกัน แต่พูดมากก็ไม่ได้ ทำได้อย่างมากก็แค่ถอนหายใจ แล้วก็ทำงานในฐานะทหารอาชีพของตนต่อไป ทางแก้ในเรื่องนี้ไม่ยากเลยครับ ผมชวนให้ พล.ท.ธีรนันท์ มาร่วมมือกันในการปฏิรูปศาลทหาร ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร โดยให้นำเอาคดีทุจริตของกองทัพไปพิจารณาที่ศาลคดีอาญาทุจริต เฉกเช่นเดียวกับข้าราชการอื่นๆ และให้การกระทำผิดอาญาต่อประชาชน ถูกนำไปพิจารณาคดีที่ศาลยุติธรรม แทนศาลทหาร"


กำลังโหลดความคิดเห็น