xs
xsm
sm
md
lg

“น้องใยไหม-น้องกัปตัน” ทั้งเรียนทั้งทำงาน ช่วยแม่หารายได้จุนเจือครอบครัว หลังสูญเสียพ่อ ส่วนแม่หลายโรครุมเร้า!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.พิษณุโลก เพื่อรู้จักครอบครัวสู้ชีวิตที่ไม่เพียงฐานะอัตคัดขัดสน แต่แม่ผู้เป็นเสาหลักในการหารายได้ สุขภาพก็ไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นผลจากอุบัติเหตุและหลายโรคที่รุมเร้า โชคดีมีลูกกตัญญู แม้จะอยู่ในวัยเรียน แต่ก็พยายามทุกทางเพื่อช่วยแม่ทำงานหารายได้



ชีวิตครอบครัวของ “แม่น้ำค้าง ทิพย์กระโทก” คุณแม่ลูกสอง เผชิญความลำบากมาตั้งแต่ก่อนปี 2561 โดยเธอทำงานเป็นช่างเย็บผ้าอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ส่วนสามีทำงานรับจ้างทาสีที่ จ.พิษณุโลก เพราะที่บุรีรัมย์ไม่มีงานให้ทำ


แต่แล้ว วันหนึ่งในปี 2561 อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็ทำให้แม่และน้องกัปตัน ลูกคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บและมีอาการป่วยต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา“เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายมอเตอร์ไซค์ของแม่ ซึ่งลูกนั่งมาด้วย ตอนนั้นลูกกะโหลกศีรษะร้าว และแตกยุบตรงข้างซ้าย และร้าวตั้งแต่ข้างหน้าถึงข้างหลัง ส่วนแม่สะโพกร้าว เอ็นหัวเข่าฉีกทั้ง 2 ข้าง หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน แม่เย็บผ้าอยู่แล้วปวดหัวมาก อาเจียน พอไปเอกซเรย์ถึงพบว่ากะโหลกยุบด้วย หลังเกิดอุบัติเหตุ แม่ทำงานไม่ค่อยได้ นั่งเย็บจักรได้วันละไม่เกิน 20 นาที ก็ปวดมาก ต้องให้ลูกนวดให้ทุกเย็น”


ขณะที่น้องกัปตัน (ด.ช.อาทิตย์ ทรัพย์สิน) วัย 11 ขวบ ยอมรับว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้จนถึงวันนี้ น้องไม่สามารถเล่นหรือทำอะไรหนักๆ ได้ เพราะจะมีอาการปวดหัวขึ้นมาทันที“ก็เล่นกีฬาไม่ค่อยได้ เพราะตรงตาตุ่มตรงเท้า กระดูกแตก และถ้าเราวิ่งเยอะๆ ก็จะปวดหัว หรือได้รับความกระเทือนก็จะปวดหัว ทรมานครับ”


หลังอาการป่วยกระทบต่อสุขภาพและการทำงานเป็นช่างเย็บผ้า แม่ได้ตัดสินใจออกจากงานตามคำแนะนำของสามี และพาลูกๆ ย้ายมาอยู่ที่พิษณุโลกกับสามี“สามีทำงานรับจ้างทาสี รับจ้างรายวัน (ถาม-รายได้ดีไหม?) ก็ไม่ค่อยดี ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนก็ไม่ค่อยมีงาน (ถาม-แล้วเอาที่ไหนใช้จ่าย?) เขาก็ไปกู้ยืมมา”


เมื่อเสาหลักของครอบครัวเหลือเพียงหนึ่งเดียว คือสามี ทำให้การหารายได้ไม่พอต่อรายจ่าย ประกอบกับการไม่มีบ้านของตัวเอง ต้องอาศัยบ้านญาติอยู่ จึงกลายเป็นความเครียดสะสม ส่งผลให้สามีล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา“เขาเครียดหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่ที่เอาไปจำนองอยู่ ยังไม่มีเงินไปเอา เรื่องเรียนของลูกที่กำลังเลื่อนชั้น ต้องซื้ออุปกรณ์การเรียน เขาก็เครียด เจอปัญหาคนรอบข้างเรื่องบ้าน เจ้าของจะมาอยู่ เมื่อไหร่จะทำบ้าน เขาไม่มีเงินทำบ้าน เลยเครียดซ้ำไปอีก กระทั่งวันหนึ่งตื่นเช้ามา เขาปวดหัวมาก ไม่ได้ไปทำงาน เขาบอกปวดตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นมาก็ยังปวด ปวดสุดๆ แบบไม่เคยปวดมาก่อน แม่ก็ถามว่า ไปหาหมอไหม เขาบอกว่า ยังไม่ไปดีกว่า กินยา เดี๋ยวก็หาย สุดท้ายก็ขยับไม่ได้แล้ว ต้องอุ้มขึ้นรถไป รพ.หมอบอกว่า คนไข้อาการหนัก เส้นเลือดในสมองแตก รักษาไม่ได้แล้ว”


หลังสามีเสียชีวิต ไม่ใช่แค่แม่ที่พยายามทำงานหารายได้เลี้ยงลูก แต่ลูกทั้งสอง คือน้องใยไหมและกัปตันซึ่งอยู่ในวัยเรียน ก็ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำงานด้วยอีกแรง“แม่ก็ทำงานเลี้ยงเด็ก เป็นลูกสาวของเพื่อนสามี พอดีเขามีลูกเล็ก แล้วเขาต้องไปทำงาน เขาเลยมาจ้างให้แม่เลี้ยง และแม่ก็เย็บผ้าด้วย (ถาม-รายได้เยอะไหมเลี้ยงเด็ก?) ได้วันละ 100 และเขาจะให้เป็นข้าว บ้านเขาเลี้ยงไก่ เขาก็เอาเป็นไข่มาให้ ส่วนใยไหมเขาก็ช่วยหารายได้อีกทาง เขาจะขายลูกชิ้นปิ้งตอนเย็นหลังเลิกเรียน เขาช่วยกันทำกับน้อง”


ทุกวัน หลังเลิกเรียน น้องใยไหมและกัปตันจะรีบไปปิ้งลูกชิ้นขายที่บ้านเพื่อนของพ่อที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ ซึ่งหากแม่ว่างจากการเลี้ยงเด็กแล้ว จะตามไปสมทบเพื่อช่วยลูกทันที ซึ่งแม่ยอมรับว่า รายได้จากการขายลูกชิ้นปิ้งก็ไม่ดี“บางวันก็ขายไม่ได้ บางวันก็ขายได้แค่ทุน บางวันก็ได้ 100-200 (ถาม-ถ้ารวมรายได้ทั้งขายลูกชิ้นและเลี้ยงเด็กเฉลี่ยเดือนละเท่าไหร่?) ไม่ถึง 3,000 (ถาม-แล้วพอใช้จ่ายในครอบครัว 3 คนหรือ?) ก็ไม่พอ น้องไปโรงเรียน บางทีก็ได้แม่ของตัวเล็กที่แม่รับจ้างเลี้ยง ให้วันละ 20 คนละ 20 ไปโรงเรียนเพื่อช่วยเบาแม่ แม่จะได้ไม่ต้องให้น้อง เพื่อเอามาซื้อกับข้าวแทน”


อัตคัดขัดสน ประหยัดสุดตัว!

แม่ยอมรับว่า เวลาไม่ค่อยมีกับข้าว ก็กินลูกชิ้นปิ้งที่เหลือจากการขายแทน เพราะเงินที่ขายได้นิดหน่อยก็ต้องเก็บไว้ซื้อของมาขายในวันถัดไป สามแม่ลูกจึงไม่ค่อยได้กินข้าวมื้อเย็นเท่าใดนัก แต่กินลูกชิ้นแทน


ขณะที่น้องใยไหม (ด.ญ.ชลศิริญาภรณ์ ทรัพย์สิน) บอกว่า บางครั้งไปโรงเรียน ไม่มีตังค์กินข้าว ก็กินน้ำแทน“บางครั้งค่าใช้จ่ายไม่พอ ก็อด ไม่กินข้าว (ถาม-ตอนไหนที่มักจะอด?) ตอนตังค์หมด เวลาเอาไปจ่ายค่าของอุปกรณ์ที่โรงเรียน (ถาม-การอด มันทำให้เรารู้สึกทุกข์ยากหรือลำบากไหม?) ไม่ เวลาหิวก็กินน้ำ (ถาม-ไม่เครียดหรือทุกข์ใจเลยหรือ?) เครียด แต่ไม่ขนาดนั้น ต้องทน เดี๋ยวมันก็ดีเอง”


ในภาวะที่ครอบครัวอัตคัดขัดสน น้องใยไหมพยายามทำทุกอย่างที่สามารถช่วยให้ครอบครัวมีรายได้ แม้อาจเล็กน้อยก็ตาม เช่น ทำถุงผ้าขาย โดยแม่เป็นคนเย็บถุงผ้า แล้วน้องใยไหมซึ่งมีความสามารถด้านศิลปะก็จะวาดภาพลงบนถุงผ้าเพื่อขาย หรือบางครั้ง น้องก็ซื้อขนมหรือลูกอม แล้วมาแบ่งห่อไปขายให้เพื่อนๆ


ขณะที่ “จันทรัตน์ บุญพร้อม” ผอ.โรงเรียนบ้านเขาสมอแคลง จ.พิษณุโลก อดชื่นชมน้องใยไหมไม่ได้“น้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง แข็งแกร่งในการที่จะเอาชนะความยากลำบาก ...เขาเป็นเด็กดี พยายามหากำลังทรัพย์มาจุนเจือครอบครัว และใช้เวลาที่เขามีหลังเลิกเรียนให้เป็นประโยชน์ พอเราทราบ ก็ยื่นมือให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น มอบทุนการศึกษาทั้งทุนยากจนพิเศษและทุนของโรงเรียน”


แม่ถูกหลายโรครุมเร้า แต่ไม่ห่วงตัวเอง ห่วงอนาคตลูก!

“ตอนนี้แม่มีโรคมาเพิ่มอีก จากเดิมมีธาลัสซีเมีย กับไวรัสตับอักเสบบี ตอนนี้มีโรคเบาหวานเข้ามาอีก 1 โรค และได้ความดันมาอีก แต่ที่หนักสุดคือ เบาหวานขึ้นตาแล้ว เป็นธาลัสซีเมีย บางทีแม่ต้องไปนอน รพ. เพื่อให้เลือด น้องก็จะอยู่ 2 คน (ถาม-ตอนนี้แม่ห่วงเรื่องอะไรมากที่สุด?) อันดับ 1 คือเรื่องการศึกษาของลูก เพราะกลัวไม่มีเงินส่งเขาเรียน รองลงมาคือ ที่อยู่อาศัย เพราะบ้านที่อยู่นี่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง เป็นบ้านของน้องสาวสามีที่เสียไปแล้ว เขาอนุญาตให้เราอยู่ได้ แต่ก็มีความไม่สะดวกอยู่บ้าง คือไม่มีห้องน้ำ (ถาม-แล้วไปเข้าห้องน้ำที่ไหน?) ที่บ้านเพื่อนของสามีที่ให้เราไปขายลูกชิ้น ปกติขายลูกชิ้นเสร็จ ก็จะอาบน้ำที่นั่น แล้วค่อยเดินกลับมาบ้านนี้ แต่ถ้าดึกๆ แม่หรือลูกต้องเข้าห้องน้ำ เราก็จะไปด้วยกันทั้งหมด ไปเป็นเพื่อนกัน”


ขณะที่ฝันของน้องใยไหม กับวัย 14 ในวันนี้ แม้จะเรียนดีและฝันอยากเป็นหมอ แต่ไม่กล้าหวังว่าจะเดินถึงฝันหรือไม่?“ตอนแรกอยากเป็นหมอ แต่ไม่รู้จะเรียนไหวไหม (ถาม-เราติดตรงไหน?) การเงิน (ถาม-ทำไมถึงอยากเป็นหมอ?) อยากได้สวัสดิการมารักษาแม่กับน้อง (ถาม-ตอนนี้สิ่งที่หนูกังวลและห่วงใยมากที่สุดคือเรื่องอะไร?) ห่วงแม่ เพราะแม่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอะไรอีกหรือเปล่า อยากบอกว่า รักแม่มาก อยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ทุกวันนี้หนูมีแม่กับน้องเป็นกำลังใจ หนูอยากมีงานทำดีๆ เพื่อมาเลี้ยงแม่กับน้อง”


หากท่านใดต้องการช่วยเหลือหรือสนับสนุนทุนการศึกษาให้น้องใยไหมและน้องกัปตัน โอนไปได้ที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.น้ำค้าง ทิพย์กระโทก เลขที่บัญชี 602-0-55770-7


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “กตัญญูสู้ชีวิต”
https://www.youtube.com/watch?v=pbW7s0NfFww


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 615 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos










กำลังโหลดความคิดเห็น