xs
xsm
sm
md
lg

ปมร้อน ข่าวลึก : เชือด โมโตจีพี ดับบารมี เนวิน ทักษิณไม่ถูกใจสิ่งนี้!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปมร้อน ข่าวลึก : เชือด โมโตจีพี ดับบารมี เนวิน ทักษิณไม่ถูกใจสิ่งนี้!

คอกีฬาพากันช็อกไม่เชื่อหู เมื่อรัฐบาลแพทองธารทอง ทำท่าจะเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “โมโตจีพี” หรือมอเตอร์ไซค์จรวดทางเรียบ มีความเป็นไปได้มาก ปีหน้า จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่คนไทยจะได้สัมผัสใกล้ชิดกับทักษะความสามารถของนักบิดระดับโลก และสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ ที่เร็วที่สุดในโลก

ทั้งนี้ “โมโตจีพี” เหมือนเป็นรายการกีฬาระดับโลก ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองไทยไปแล้ว จากการจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 แล้วในปีนี้ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามของบรรดาคนรักความเร็ว

ถือเป็นสุดยอดมหกรรมกีฬาที่จัดแข่งในไทย ในดีกรีเทียบเท่ากับการจัดแข่งกอล์ฟหญิง Honda LGPA ที่พัทยา แบบเถือกันไม่ลงว่าใครเหนือใคร เพราะต่างเป็นที่สุดของที่สุด เป็นกีฬาระดับโลกอย่างแท้จริง

ที่น่าเศร้าใจก็คือ เบื้องหลังของการเลิกจัด “โมโตจีพี” เป็นเพราะความไม่ลงรอยทางการเมืองกันระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

หรือหากลงลึกไปอีกสเตป คือความเกลียดชังในหัวใจนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีต่อนายเนวิน ชิดชอบ แบบว่าชาตินี้ ต้องเป็น “ศัตรูถาวร” ต่อกันสถานเดียว

ต้องบอกว่า ตลอดหลายปีที่จัดการแข่งขัน “โมโตจีพี” คนที่มีแต่ได้กับได้มาตลอด ก็คือ ลุงเน เนวิน ชิดชอบ ในฐานะเจ้าของสนามแข่ง “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต”
และมีภาพลักษณ์เป็นเจ้าของจังหวัดบุรีรัมย์ กลายๆ ตามความรู้สึกของผู้คน

“นายใหญ่ พ่อนายกฯ” ไม่ถูกใจสิ่งนี้มายาวนาน จนถึงตอนนี้ได้เวลาตัดวงจรการโกยทั้งเงินทั้งกล่องของนายเนวิน ผ่านอำนาจของรัฐบาล ที่ขอคว่ำบาตร “โมโตจีพี”
อ้างเหตุผลเรื่องต้องสูญเสียเงินประมาณสนับสนุน โดยมองข้ามผลตอบแทนทางการท่องเที่ยว และหน้าตาประเทศ ที่ได้จากการเป็นเจ้าภาพ “โมโตจีพี”

พลังของการแข่งขันโมโตจีพี ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ถึงขนาดโรงแรม รีสอร์ต ทุกแห่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพักจนเต็มเหยียดทุกแห่ง

จนต้องลามไปพักยังต่างอำเภอไกลๆ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่างสุรินทร์ หรือนครราชสีมาเลยทีเดียว นี่คืออิทธิพลของโมโตจีพี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ถ้าเลิกโมโตจีพี ก็จะจัดการแข่งขันรถแข่งสูตร 1 หรือ “ฟอร์มูล่าวัน” แทน
ทั้งที่ตอนนี้ไทยไม่มีความพร้อมสักอย่าง สนามก็ไม่มี แถมการสร้างสนามฟอร์มูล่าวัน ใช้งบประมาณมากกว่าสนามแข่งมอเตอร์ไซค์โมโตจีพี หลายเท่า

หากการยกเลิกโมโตจีพี อ้างเหตุผลเรื่องการผลาญเงินเป็นหลักละก็ การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน จะเป็นการผลาญเงินที่หนักยิ่งกว่า เพราะมันเป็นการแข่งรถที่ต้องใช้เงินมหาศาล

ที่สำคัญ ประเทศไทยจะพร้อมจัดแข่งฟอร์มูล่าวันกี่โมง? ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เขามีสนามและจัดแข่งมานานร่วม 20 ปีแล้ว

การที่ไทยจะมาขอจัดตอนนี้ ออกจะล้าหลังเพื่อนบ้านมากๆ และคงจะเต็มไปด้วยความทุลักทุเล จากความไม่พร้อมนานัปการ
เรื่องรสนิยมของผู้ชมก็ถือว่าสำคัญ ลุงเนชี้ว่า แฟนคลับของโมโตจีพี มีฐานกว้างกว่า เพราะคนไทยเราขี่มอเตอร์ไซค์กันเยอะ

ขณะที่ฟอร์มูล่าวัน มีกลุ่มคนดูที่แคบ คนดูก็ไม่รู้สึกใกล้ชิด เปรียบเหมือน “หมามองเครื่องบิน” เลยทีเดียว

ถามว่าจริงไหม? มันก็จริงอย่างลุงเนว่า นั่นแหละ

สิ่งหนึ่งเป็นถือความเป็นภูมิใจของแฟนๆ โมโตจีพีชาวไทย ปัจจุบันเรามีนักบิดไทยที่ไต่เต้าขึ้นมาสู่การแข่งขันระดับสูงสุดได้แล้วด้วย คือ “สมเกียรติ จันทรา”
ซึ่งในการแข่งขันที่บุรีรัมย์ ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ สมเกียรติเข้าเป็นอันดับ 18 ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

มาดูงบประมาณ ที่รัฐบาลต้องจ่ายให้การแข่งโมโตจีพี ครั้งแรกเมื่อปี 2560 คือ 300 ล้านบาท
จากนั้นมีการขยับขึ้นค่าลิขสิทธิ์บ้าง แต่สรุปก็คือ ช่วงระหว่างปี 2564-2568 ไทยใช้งบประมาณจัดการแข่งขันทั้งสิ้น 3,248.14 ล้านบาท

แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ 1,800 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจัดการแข่งขัน 1,448.14 ล้านบาท

จำนวนนี้เป็นเงินที่รัฐบาลรับภาระ 900 ล้านบาท และเอกชนรับภาระ 2,348.14 ล้านบาท
จะเห็นว่าเงินที่รัฐบาลต้องเสียจริงๆ ถือว่าไม่เยอะเลย เทียบกับการไปถลุงอีลุ่ยฉุยแฉกกับแจกเงินประชานิยม หรือนโยบาย ซอฟท์ เพาเวอร์ ที่ตั้งงบไว้ตั้ง5 พันล้านบาท

และหากเทียบกับผลตอบแทนที่ไทยได้รับ ก็น่าจะคุ้มค่าลงตัว เรียกว่า “ได้คุ้มเสีย”
การเล็งยกเลิกโมโตจีพี แสดงให้เห็นอุณหภูมิความขัดแย้งอันร้อนระอุ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ที่แม้จะอยู่ร่วมรัฐบาลกัน แต่ก็มีปัญหางัดกันทุกเรื่อง
พอดีตอนนี้ พรรคเพื่อไทยคุมการกีฬาโดยตรง ลุงเนเลยไม่อาจต้านทาน การเมืองร้อน แม้ต้องลากเรื่องของกีฬามาเชือดกัน ก็พร้อมจะทำ

คนไทยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องมาพลอยรู้สึกสูญเสีย จากเรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น