xs
xsm
sm
md
lg

เปิดลับ 40 อุยกูร์ กลับบ้าน ซินเจียง 11 ปี ที่รอคอยในคุกไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



...การออกโรงของสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ มันหลุดจากข้อเท็จจริง และก็เหมือนจะหลงยุค หลงเวลา ชอบกล ในความเป็นจริง ก็คือ 40 อุยกูร์ ที่จีนเพิ่งรับตัวกลับไปนั้น พวกเขายินดีสมัครใจกลับบ้าน ด้วยการเกลี้ยกล่อมของบรรดาญาติๆ ยืนยันว่าสถานการณ์ที่จีน มันไม่มีอะไรรุนแรงแล้ว ปลอดภัยแล้ว.



พอรัฐบาลไทย จัดการส่งกลับชาวอุยกูร์ตกค้าง 40 คนสุดท้าย กลับไปยังซินเจียง ที่ประเทศจีน
สหรัฐอเมริกา ไม้เบื่อไม้เมากับจีน และเป็นเจ้าตำรับสิทธิมนุษยชนจ๋า ก็ออกโรงประณามไทยอย่างดุเดือด

พูดเหมือนกับว่า ไทยส่งอุยกูร์พวกนี้กลับไปให้จีนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใส่ดีกรีความรุนแรงแบบสุดโต่ง

ผลก็คือ พลิกล็อกกันน่าดู ถล่มทลาย
แทนที่คนจะชื่นชมจุดยืนของสหรัฐฯ คนไทยกลับเฮโลไปทัวร์ลงเพจของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ประณามกลับสหรัฐฯ ชนิดเสียงเป็นเอกฉันท์

เหตุเพราะการออกโรงของสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ มันหลุดจากข้อเท็จจริง และก็เหมือนจะหลงยุค หลงเวลา ชอบกล

ในความเป็นจริง ก็คือ 40 อุยกูร์ ที่จีนเพิ่งรับตัวกลับไปนั้น พวกเขายินดีสมัครใจกลับบ้าน ด้วยการเกลี้ยกล่อมของบรรดาญาติๆ ยืนยันว่าสถานการณ์ที่จีน มันไม่มีอะไรรุนแรงแล้ว ปลอดภัยแล้ว

หลังจากคนพวกนี้ ต้องมาติดคุกของ สตม. ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในซอยสวนพลู ยาวนานถึง 11 ปี

ชาวอุยกูร์กลุ่มนี้หนีจากจีนมาพร้อมกับความหวังความฝันของพวกเขา ที่จะถูกส่งตัวไปยังประเทศที่สาม คือ ตุรกี แต่สิ่งที่หวังมันล่มสลายไปนานแล้ว

ในวันที่ติดคุกจากข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พวกเขาตระหนักแล้วว่า ไม่มีใครหน้าไหน จะยื่นมือมาช่วยเหลืออย่างจริงจังจริงใจ แม้แต่คนเดียว รวมถึงสหรัฐฯ เองด้วย
อาจมีนักสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ มาเยี่ยมเยียนบ้าง แต่ก็แค่นั้น จบแค่พูดคุยสารทุกข์สุขดิบ แล้วกลับไป ทิ้งให้ชาวอุยกูร์พลัดถิ่น ต้องจับเจ่าในคุกต่อไป

เวลา 11 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก ในเมื่อหมดโอกาสไปยังประเทศที่สาม ทางเลือกของพวกเขาจึงเหลือแค่ 2 ทาง จะยอมติดคุกไปชั่วชีวิต หรือจะกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติที่ซินเจียง

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ละ? ถ้าคุณมีทางเลือก 2 ทางแค่นี้ คุณจะขอติดคุกไปตลอดหรือไม่? เคยถามตัวเองบ้างไหม?

การดำเนินการส่งอุยกูร์กลุ่มนี้กลับบ้าน กระทำกันอย่างเป็นทางการระหว่าง 2 ประเทศ คือ จีนกับไทย
ที่เป็นหลักประกันสูงสุดของชาวอุยกูร์ คือหนังสือที่เซ็นรับรองโดยประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง รับรองความปลอดภัยให้ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 ว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติสุข โดยไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ

สรุปก็คือ ไทยไม่ได้บังคับให้ 40 อุยกูร์ไปตาย ไม่ได้ส่งใครไปตาย อย่างที่สหรัฐฯ ตีปี๊บอย่างเว่อ

อย่างไรก็ตาม เดิมที กำหนดการเดินทางส่งกลับในวันที่ 2 มี.ค. ถูกเปลี่ยนกะทันหันเป็นเช้าตรู่ 27 ก.พ. มีเหตุผลเพื่อ “สับขาหลอก” ป้องกันพวกมือที่สาม ที่อาจก่อเหตุวุ่นวายเพื่อสร้างข่าวความขัดแย้ง

ย้อนประวัติศาสตร์การลี้ภัยของชาวอุยกูร์ในไทย เมื่อ 11 ปีก่อน พวกเขาหนีจากจีนมารวม 48 คน เส้นทางหนีของอุยกูร์ คือ จากจีนมาไทย ไปสงขลา ข้ามแดนไปมาเลเซีย ปลายทางตุรกี

บางส่วนถูกจับกุมได้ที่สงขลา แต่คุกที่นั่นมีสภาพลำบากสุดทน ชาวอุยกูร์จึงก่อเหตุแหกคุก เลยถูกจับส่งมายังส่วนกลาง คือ สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู
ซึ่งชาวอุยกูร์พวกนี้ ผ่านกระบวนการขึ้นศาลไทย จนศาลพิพากษาไปหมดแล้ว ทาง สตม. สามารถผลักดันออกนอกประเทศได้เลย
แต่ที่ยังต้องดูแลไว้ในไทย เพราะมีเงื่อนไขระดับสากลว่า หากเจ้าตัวเองไม่เต็มใจจะเดินทางกลับ หรือหากส่งกลับไปแล้ว อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ ก็ห้ามส่งกลับเด็ดขาด

ซึ่งชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ เลือกที่จะไม่กลับ ขอติดคุกในไทย รอโอกาสไปประเทศที่สาม
พออยู่นานไป จาก 48 คน อุยกูร์พลัดถิ่นก็เจ็บไข้ได้ป่วยจนลาโลกไป เหลือแค่ 40 คน
ทั้งนี้ทั้งนั้น สภาพคุกของสตม. ในซอยสวนพลู ไม่ได้เลวร้าย แถมให้การดูแลพวกเขาตามหลักมนุษยธรรม มีอาหารมุสลิมให้รับประทาน 3 มื้อ มีเวลาให้ละหมาดก่อนนอนทุกวัน

แต่เมื่อเนิ่นนานไป ความฝันที่จะไปมีชีวิตใหม่ที่ตุรกี ล่มสลายไปตามกาลเวลา ประกอบกับญาติพี่น้อง ก็แห่มาเกลี้ยกล่อมให้หายหวาดกลัว ยืนยันได้ว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว
40 อุยกูร์ จึงสมัครใจเดินทางกลับจีนเอง แต่สิ่งนี้ไม่ถูกใจสหรัฐฯ ก็ช่วยไม่ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น