xs
xsm
sm
md
lg

ส่งออกมิ.ย.นิวไฮ! โต43.82%สูงสุดรอบ11ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส่งออกไทย ทำสถิติสูงสุดใหม่รายเดือน เดือนมิถุนายน 2564 ขยายตัวถึง 43.82 % สูงสุดในรอบ 11 ปี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก /เป็นเครื่องยนต์หลักตัวเดียว ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้

กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2564 พบว่า การส่งออกของไทย ขยายตัว 43.82 % เป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี  ด้วยมูลค่า 23,699 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งให้ภาพรวมการส่งออกครึ่งปีแรก  มีมูลค่ารวม 132,334 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 15.53%  ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 129,895 ล้านดอลลาร์ฯ ทำให้ดุลการค้าครึ่งปีแรก เกินดุล 2,439 ล้านดอลลาร์ฯ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  พร้อมด้วย นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กล่าวว่า  ส่งออกไทยได้แรงสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการผลิตในทั่วโลก  โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐ และยุโรป ขณะเดียวกันเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ก็เป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุน จึงมั่นใจว่า การส่งออกทั้งปีนี้ จะทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4% แน่นอน เพราะในช่วงครึ่งปีแรก ก็ขยายตัวได้ถึง 15.53% เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้ว 

สินค้าส่งออกของไทย ที่มีอัตราขยายตัวสูง 5 อันดับแรก คือ ,สินค้าผลไม้, อัญมณีและเครื่องประดับ ,สินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน ,สินค้าเครื่องจักรกล  และสินค้าเคมีภัณฑ์  

ในช่วงที่เหลือของปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะร่วมมือกับภาคเอกชน จะเร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรคการส่งออก  ใช้ทั้งทีมเซลล์แมนจังหวัด และทีมเซลล์แมนประเทศ  ผลักดันการส่งออก ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการส่งออกไว้กว่า 130 กิจกรรม  ซึ่งมีการทำยอดขายสั่งจองล่วงหน้าแล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะเร่งเปิดตลาดใหม่ที่เป็นรูปธรรม เช่น ตลาดซาอุดิอาระเบีย ที่มีความต้องการไก่สด ,ไก่แช่เย็นแช่แข็งจากไทย  และตลาดลาตินอเมริกา ที่มีความต้องการสินค้า New Normal ทั้งอาหารเกี่ยวกับสุขภาพ ,อาหารรูปแบบใหม่ ,อาหารกระป๋อง  รวมทั้งเร่งกระจายวัคซีนป้องกันโควิดเข้าสู่แรงงานภาคการผลิต โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อไม่ให้โควิด กระทบภาคการผลิตของประเทศ


นายจุรินทร์ ย้ำด้วยว่า ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยในภาคการผลิตเพื่อให้คงตัวเลขส่งออก หรือให้มีสินค้าในการสนองความต้องการตลาดโลกได้ต่อไป ปัญหาภาคการผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคมเช่น บางจังหวัดสั่งปิดโรงงานแบบเหมารวม จะต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบส่วนไหนที่มีปัญหาก็ปิดโซนนั้น โซนไหนที่ไม่มีปัญหาควรให้เปิดดำเนินการต่อไปได้ หรือถ้ามีการปิดทั้งโรงงานส่วนไหนที่แก้ไขปัญหาจบแล้วก็ควรจะเปิดให้ดำเนินการผลิตต่อไป เพื่อไม่ให้ภาคการผลิตหยุดชะงักและกระทบกับการส่งออก ซึ่งตนจะเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าต่อไป

อีกประเด็น คือ เรื่องแรงงาน ภาคเอกชนเรียกร้องให้มีแรงงานเข้าสู่ระบบมากขึ้น ในช่วงที่ส่งออกกำลังดี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงานในการเร่งรัดขึ้นทะเบียนแรงงานที่หมดอายุโดยตน ขอให้กระทรวงแรงงานจัดศูนย์ One Stop Service เพื่อรับขึ้นทะเบียนแรงงานหมดอายุในจุดต่างๆเพื่อความรวดเร็ว จะได้นำมาใช้ในภาคการผลิตต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...