ธปท.ส่งสัญญาณปรับเป้าจีดีพีปี2564 ต่ำกว่าคาดการณ์เดิม ที่ตั้งไว้ 3% จากผลกระทบโควิดรอบใหม่ ที่รุนแรงกว่าทุกรอบ
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกสามในประเทศ ที่มีความรุนแรง และเป็นการระบาดในวงกว้าง กระทบภาคเศรษฐกิจไทย เบื้องต้นมีแนวโน้มว่า จะปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2564 ใหม่ จากที่เคยประเมินไว้ที่ 3% ซึ่งต้องติดตามความชัดเจนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในครั้งต่อไป
ก่อนหน้านี้ ธปท. ประเมินGDP ปีนี้ จะโตได้ 3% เป็นประมาณการในช่วงเดือนมี.ค. 64 ซึ่งยังไม่มีเหตุการณ์ระบาดในรอบ 3 และมองว่า ภาคการส่งออกจะเป็นแรงส่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เนื่องจากเห็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 63 จากที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของสหรัฐ ที่มีผลส่งผ่านถึงการค้าโลกให้มีแนวโน้มดีขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าภาคการส่งออกจะเป็นแรงส่งที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้
ธปท. ยังรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค.64 พบว่า ทยอยปรับตัวดีขึ้น หลังการแพร่ระบาดรอบสองของ COVID-19 คลี่คลายลง ซึ่งยังไม่รวมการระบาดในรอบสาม โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จาก 1) กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวภายหลังการแพร่ระบาดรอบสองของ COVID-19 คลี่คลายลง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่มีต่อเนื่องทำให้การใช้จ่ายปรับดีขึ้นในทุกหมวด
2) ผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดฯ รอบแรก มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวสูงที่ 15.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน และหากไม่รวมหมวดทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 22.1% โดยเป็นการขยายตัวที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน จากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวทำให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวด , ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และฐานที่ต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดฯ รอบแรก
ส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวดีแม้ชะลอลงบ้าง จากผลดีของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งนี้ อุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัวทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นสอดคล้องกัน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังหดตัวสูงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทยยังมีไม่มาก
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นเป็นสำคัญ ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง สะท้อนจากสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมต่อผู้ประกันตนทั้งหมดที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่
สำหรับภาพรวมไตรมาสที่ 1 ปี 2564 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบสองของ COVID-19 ทำให้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนปรับแย่ลง โดยมาตรการกระตุ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบของภาครัฐช่วยพยุงกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีอยู่
แต่การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำกลับมาขยายตัวดีในหลายหมวดสินค้า ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนทรงตัว ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากราคาอาหารสดที่ลดลง และผลของมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง
สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากกว่าไตรมาสก่อน จากดุลการค้าที่เกินดุลลดลงตามการนำเข้าทองคำเป็นสำคัญ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง การแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับเงินสกุลคู่ค้าคู่แข่ง จึงทำให้ดัชนีค่าเงินบาททรงตัว


