xs
xsm
sm
md
lg

สุขใจได้เป็นผู้ให้! “ครูชาตรี” แม้ป่วยมะเร็ง เปิด “ไร่สุมหัว” สอนเกษตรให้เด็ก-ผู้สนใจฟรีมานานว่า 10 ปี!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “ครูชาตรี” แห่งไร่สุมหัว (รร.วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง) จ.นครปฐม ผู้ตั้งปณิธานจะถ่ายทอด “ศาสตร์พระราชา” จนกว่าชีวิตจะหาไม่ แม้ถูกมะเร็งคุกคาม แต่ทุ่มเทสอนเกษตรฟรีแก่เด็กๆ และผู้สนใจมานานกว่า 10 ปีแล้ว



ครูชาตรี ต่วนศรีแก้ว ครูผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรที่รู้ลึก-รู้จริง และทำแล้วเห็นผลจริง นอกจากอุทิศเวลาที่เหลือจากการสอนวิชาเกษตรในโรงเรียนแล้ว ยังเปิด “ไร่สุมหัว” สอนเกษตรให้เด็กๆ และผู้สนใจทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย บนพื้นที่ 25 ไร่ ที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว


ครูชาตรีสอนเรื่องเกษตรให้เข้าใจง่าย มีหลากหลายกิจกรรมให้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง มีโฮมสเตย์ให้ผู้สนใจมาเรียนรู้ได้พัก มีการปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และใส่ใจกระทั่งไปดูพื้นที่ถึงบ้านของผู้สนใจ เพื่อแนะนำว่า ควรทำเกษตรประเภทไหนจึงจะเหมาะ ซึ่งครูมีลูกศิษย์ลูกหาที่ประสบความสำเร็จแล้วมากมาย ...ที่สำคัญ ครูชาตรีได้ช่วยให้เด็กในพื้นที่ที่มาเรียนรู้ ซึ่งส่วนใหญ่ฐานะยากจน มีรายได้จากผลิตผลทางการเกษตร ไปจุนเจือครอบครัวคนละนับหมื่นบาทต่อเดือนเลยทีเดียว


ที่มา “ไร่สุมหัว” !!

“ตอนแรกเราไม่ใช่ไร่สุมหัวนะ วันหนึ่งเราถูกปรามาส เด็กมาทำไมเสาร์อาทิตย์เด็กต้องมาที่นี่ มาเล่นน้ำ อะไรกัน เด็กมามั่วสุมกันหรือเปล่า เด็กมาทำกิจกรรม มีทั้งเรียน เล่น เรียนรู้ทักษะ แต่บางคนไม่รู้ คิดว่าเด็กมามั่วสุม เราก็เลยตั้งชื่อ ไร่สุมหัว จริงๆ ชื่อเต็มคือ ไร่สุมหัว แต่ไม่มั่วสุม”


ก่อนจะเป็น ไร่สุมหัว เคยใช้ชื่อ ศูนย์เรียนรู้เกษตรสถาพร แล้วจึงมาเป็น “โรงเรียนวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง” เมื่อเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ครูชาตรีจึงสอนให้เด็กๆ ทำเป็นมากกว่าเรื่องเกษตร เช่น ต้องเชื่อมเหล็กเป็น ต่อสายไฟเป็น ใช้เครื่องจักรเป็น เพื่อมาช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ

เมื่อครูสอนเกษตรให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงต้องมีหลักสูตรที่เอาใจผู้สนใจทั้งสองวัย


หลักสูตร “เรียนด้วยใจ เบื่อเมื่อไหร่กลับ”!!

“เรามีหลักสูตร เรียนด้วยใจ เบื่อเมื่อไหร่กลับ เรารับเกษตรกรจากทั่วประเทศเลย หิ้วกระเป๋ามาอยู่กับเราเลย เรียนด้วยใจเบื่อเมื่อไหร่กลับ หิ้วกระเป๋ามาอยู่ เรามีบ้านพักโฮมสเตย์ให้ พอมาเรียนรู้เสร็จ มาปรับพื้นฐานประมาณ 1 เดือน เสร็จแล้ว เกษตรกรคนนั้นต้องพาเรากลับไปบ้าน เช่น เขามาจากพิมาย เคสล่าสุดมาจากพิมาย เขาก็ต้องพาเรากลับพิมาย เอารถผมไป พอไปพิมายเสร็จ เราก็ไปดูไปนั่งคุยสภาพบ้าน บ้านเขาเป็นชุมชนเพาะเห็ดนี่ เราเลยบอกเอาอย่างนี้ เรามาเรียนเพาะเห็ดกัน”


ส่วนโครงการสำหรับเด็กๆ ได้แก่ โครงการเรียนรู้ อยู่กินกับปราชญ์

“เด็กเหล่านี้พอปิดเทอม ก็จะเข้าสู่โครงการเรียนรู้อยู่กินกับปราชญ์ ผมว่าน่าจะเป็นโรงเรียนเดียวในประเทศไทย เด็กจะจับฉลากกัน จับคู่กัน 2 คน หรือ 3 คน และจะมีจังหวัดให้เลือก 48 จังหวัด พอจับฉลากปุ๊บ สมมุติได้สุรินทร์ เด็กจะถูกส่งไปอยู่เครือข่ายเราที่สุรินทร์ เด็กจะได้ตั๋วรถทัวร์คนละ 1 ใบ ได้เงินติดตัวพ็อกเก็ตมันนี่คนละ 500 และขึ้นรถทัวร์ไป ไปเรียนรู้อยู่กินกับปราชญ์ อย่างน้อย 2 เดือนต่อปี เสร็จแล้ว เมื่อกลับมา ไปเรียนรู้อะไร ต้องกลับมาทำที่ไร่สุมหัว ไปเรียนเพาะเห็ดมา ก็ทำเห็ด เพื่อมาฝึกอาชีพ”


เครือข่ายในจังหวัดต่างๆ ที่ครูชาตรีส่งเด็กไปเรียนรู้ ก็คือคนที่เคยเรียนรู้เกษตรฟรีจากครูมาก่อน จนประสบความสำเร็จเป็นเจ้าของฟาร์มหรือกิจการต่างๆ ซึ่งลูกศิษย์เหล่านั้นมีพันธะสัญญาใจระหว่างเรียนรู้อยู่กับครูชาตรีว่า เมื่อวันหนึ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จ จะต้องพร้อมรับเด็กๆ หรือผู้สนใจที่ครูส่งไปเรียนรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นกัน ...เท่ากับว่า สิ่งที่ครูชาตรีได้ให้ความรู้เรื่องเกษตรแก่เด็กๆ และผู้สนใจ ได้ก่อให้เกิดการให้และการแบ่งปันเป็นทอดๆ จนเป็นเครือข่ายที่ทำเพื่อสังคมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ


อีก 1 กิจกรรมที่น่าสนใจของครูชาตรี คือ “ปิ่นโตความรู้” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากในหลวง ร.9

“วันหนึ่งผมเป็นมะเร็ง(ที่โพรงจมูก ตั้งแต่ปี 2550) เมื่อปี 2555 ผมรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ผมเห็นในหลวง ร.9 ท่านอยู่ตึกตรงข้ามผม ท่านก็ป่วย แต่ท่านยังทรงงาน ผมเลยนั่งคิด ความเป็นคนไทย มีความเชื่อว่า ถ้าเราบนบานศาลกล่าวอาจจะได้ผล ผมก็บนบานศาลกล่าวต่อพระบิดา ต่อในหลวง ร.9 ถ้าผมทุเลา ผมก็จะขอถ่ายทอดศาสตร์พระราชา พอดีผมทุเลาขึ้นมา ผมเลยสร้างกิจกรรมมาตัวหนึ่ง กิจกรรมปิ่นโตความรู้ คือ การเก็บความรู้มาใส่ปิ่นโตไว้ จะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ...ปิ่นโตความรู้สัญจร คือคนแก่มาอบรมที่ไร่สุมหัวไม่ได้ เราก็เลยไปสอนให้ในรัศมีไม่เกิน 25 กม. รวมกลุ่มกัน 5 คนขึ้นไป เราไปสอนให้ฟรี อยากเรียนอะไร เราไปสอนให้ฟรี”


ครูชาตรี สอนเด็กให้ทำเกษตรด้วย “สมอง สองมือ และหัวใจแห่งความพอเพียง”

“สอนเด็กว่า อย่าทำไล่ ไล่ตามเขา ให้ทำสวน สวนกระแส อะไรแพง อย่าปลูก อะไรถูก ปลูกอย่างนั้น ถ้าปลูกแพง ไม่ทันแล้ว เลยมีวิชาหนึ่ง การสืบค้นข้อมูลเกษตร คะน้าแพงวันไหน ผักกินใบแพงวันไหน ทุกคนไปเปิดกูเกิลเลย ไปหาเลยว่า 5 ปีย้อนหลัง เดือนไหนผักอะไรแพง เสร็จแล้วมาทำตารางกัน ฉะนั้นเราจะรู้เลย เราปลูกผักวันไหน เราขายได้”


เกษตรกรจะไม่จน ถ้ามีความรับผิดชอบ!!

“เราต้องสอนเด็กเสมอว่า การเกษตรสำคัญ เมื่อเราฉีกเมล็ดพันธุ์ผักออกจากซองเมื่อไหร่ วันนั้นคือวันที่ต้องรับผิดชอบจนกว่าเราจะเก็บมันได้ เราฉีกพริกออกจากซองไปเพาะ เราต้องรับผิดชอบจนกว่าจะเก็บพริกได้ ที่วันนี้เกษตรกรยากจนคือขาดความรับผิดชอบ รับผิดชอบในการดูแล เช่น ทำนา ขาดความรับผิดชอบในการเดินดู วันนี้หนอนมาตัวหนึ่ง ถ้าเรายังเฉยๆ ไม่เข้าไปดูแล พรุ่งนี้หนอนอาจจะระบาดขึ้น”


เด็กๆ ที่ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนและวันหยุดเรียนรู้เกษตรกับครูชาตรีที่ไร่สุมหัว ไม่เพียงได้ลงมือลงแรงทำเกษตรด้วยตนเอง แต่ยังมีรายได้จากการนำผลผลิตทางการเกษตรไปขาย ซึ่งครูให้เด็กทั้งหมด โดยเด็กไม่ต้องลงทุนอะไร นอกจากลงแรง ทำให้เด็กๆ มีเงินไปจุนเจือครอบครัวคนละนับหมื่นต่อเดือน


“...อย่างเราทำนา 5 ไร่ในแต่ละปี เราลงทุนไม่เกิน 4-5 พันบาท 5 ไร่นะ เฉลี่ยไร่ละ 1 พัน เด็กจะมีรายได้จากการขาย อย่างถุงนี้ 75 บาท ฉะนั้นปีหนึ่งเขาจะมีรายได้กลุ่มเขา 3 คนเขาจะมีรายได้ปีหนึ่ง 3 คน เขาแบ่งคนละ 4 หมื่นกว่าบาท ต่อ 4 เดือนนะ แค่ 4 เดือนเอง คนละหมื่นกว่าบาท เฉลี่ยเขามีรายได้เดือนละหมื่น”


“เหมือนเราได้บทเรียนด้วย ปุ๋ย เราต้องรู้สัดส่วนด้วยกว่าจะทำได้ ปุ๋ยหมักก็เอาไปฉีดพวกแมลงได้ รู้จากครูว่าผสมยังไงบ้าง (ถาม-มีการขายผัก ขายดินผสม เดือนๆ หนึ่งเราได้รายได้ประมาณเท่าไหร่?) 2-3 หมื่น ถ้าขายดีๆ มีคนมาซื้อเรื่อยๆ (ถาม-รายได้เป็นหมื่น เอาเงินไปทำอะไร?) ให้พ่อแม่ พ่อแม่ก็ภูมิใจ” ด.ช.กิตติพงศ์ จินวงษ์โป๊ (พีม) หนึ่งในเด็กๆ ที่เรียนรู้งานเกษตรกับครูชาตรีที่ไร่สุมหัว


“ผมเลี้ยงสัตว์ ลุ่มๆ ดอนๆ กำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง ได้อบรมกับครูชาตรี ผมเอาปุ๋ยหมักที่เรามีไปให้ครูดู ครูบอกทำทำไมให้ยาก มาเอาสูตรที่ครู ก็เลยได้สูตรดินมาผสม มาทำเป็นธุรกิจของเรา ตอนนี้ก็มีอาชีพมีรายได้เสริมจากการทำดินปลูก” สมศิลป์ ตรีธัญญา ได้มีโอกาสเรียนรู้งานเกษตรกับครูชาตรี


“ไอเดียหลายๆ อย่างที่ครูชาตรีทำ ผมเอาไปสานต่อ มาปรับปรุงให้เข้ากับธุรกิจเรา คือทุกอย่างมันลดต้นทุนธุรกิจเราทุกตัวเลย ผมทำตั้งแต่เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ปลูกผักหลายๆ ตัว แต่ปลูกไม่เยอะ ปลูกแค่พอขาย ทุกครั้งที่มีการอบรมที่ไร่สุมหัว ผมจะมาทำอาหารเลี้ยงผู้มาอบรมทุกครั้ง โดยไม่หวังผลอะไร มาทำให้ฟรี คนที่มาอบรมได้กินของอร่อย” เดิม สำลีพันธุ์ อีกหนึ่งผู้เรียนรู้งานเกษตรกับครูชาตรี และมีหัวใจเป็นผู้ให้


ถ้าครูชาตรีไม่เป็นมะเร็ง อาจไม่ได้เห็นความสำเร็จที่ตนเองทุ่มเทก็เป็นได้!

“ตอนที่ผมป่วย ไปฉายแสง ไปอยู่ รพ. ผมกลับมาที่ไร่ ศูนย์เรียนรู้ผมก็เหมือนเดิม (ไม่ได้ถูกทิ้งหรือรกร้าง) เด็กก็มารดน้ำต้นไม้ มีคนมาดูงาน เด็กก็จัดการ ผลผลิตก็เหมือนกัน มันไม่ได้ร้าง ความรู้สึกผม ผมมาถูกทางแล้ว ผมพูดกับใครเสมอว่า ผมดีใจที่ผมเป็นมะเร็ง ถ้าผมไม่เป็น ผมก็คงไม่เห็นเด็กผม เมล็ดพันธุ์ที่ผมเพาะมันเติบโต มันแทนผมได้”


วันนี้ ครูชาตรีในวัย 56 ยืนยันว่า เงินไม่มีค่าสำหรับครูนานแล้ว เงินไม่มีค่าตั้งแต่ตอนที่ครูป่วยหนักด้วยมะเร็งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด สิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ครูยังอยู่ได้และมีความสุข ก็คือ “การให้” ดังที่ครูได้อุทิศตนทุ่มเทสอนเกษตรฟรีแก่เด็กๆ และผู้สนใจมานานกว่าสิบปี นอกจากนี้ครูยังเปิดเพจ “โรงเรียนมะเร็งวิทยา” เพื่อให้ความรู้และเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย


ครูชาตรียังยืนยันหนักแน่นด้วยว่า ชีวิตที่เหลือ จะขอถ่ายทอด “ศาสตร์พระราชา” จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพื่อให้เด็กๆ และผู้สนใจได้มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเกษตรต่อไป!!

หากท่านใดสนใจอยากเรียนรู้งานเกษตรกับครูชาตรีที่ไร่สุมหัว ลองโทรปรึกษาก่อนได้ที่เบอร์ 083-142-5255


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “ครูชาตรี...ผู้มีแต่ให้”
https://www.youtube.com/watch?v=J9SIh9G67ys&t=30s


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )



หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


กำลังโหลดความคิดเห็น...