รัฐวิสาหกิจจีน ยื่นร้องทุกข์ถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มีการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม เหตุกรมบัญชีกลาง วินิจฉัยสองมาตรฐาน
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงาน ก.พ. ตัวแทน ITD-CREC NO. 10 JV (ไอ-ที-ดี-ซี-อา-อี-ซี-นับเบอร์เท็น-เจ-วี)ซึ่งประกอบด้วยรัฐวิสาหกิจแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไชน่า เรลเวย นัมเบอร์เทน เอนจิเนียวิ่งกรุ๊ป จำกัด และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายยกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม เหตุกรมบัญชีกลาง วินิจฉัยโดยมิชอบ ใช้อำนาจอนุมัติยกเว้นเป็นการเฉพาะรายให้ผู้ยื่นข้อเสนอราคาเพียงรายเดียวในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมสำหรับผู้เสนอราคารายอื่นๆ ในโครงการดังกล่าว
โดย นายชัยทัศน์ ทั่งหรัญ ตัวแทนกิจการร่วมค้า ไอ-ที-ดี-ซี-อา-อี-ซี-นับเบอร์เท็น-เจ-วี รุะบุว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 มีประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ ไอ-ที-ดี-ซี-อา-อี-ซี-นับเบอร์เท็น-เจ-วี เป็นผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการความร่วมมืไทยและจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง แต่ต่อมาหลังจากการประมูลสร็จสิ้น ปรากฎว่ามีบริษัทที่เข้าร่วมประมูลรายหนึ่ง ซึ่งการรถไฟพิจารณาว่าคุณสมบัติและผลงานไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อกรมบัญชีกลาง ซึ่งกรมบัญชีกลางพิจารณาให้บริษัทดังกล่าวที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว แต่กรมบัญชีกลางง กลับอนุมัติยกเว้นให้ผ่านคุณสมบัติเป็นการเฉพาะราย และโดยคำวินิจฉัยดังกล่าวกรมบัญชีกลาง มีคำสั่งให้การรรถไฟพิจารณาให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับกรมบัญชีกลาง และไม่ให้หยิบยกประเด็นคุณสมบัติของ บริษัทดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาตัดสิทธิ์ได้อีก มีผลให้บริษัทผู้อุทธรณ์ดังกล่าวพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะการประมูลในโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ คำวินิจฉัยดังกล่าว ถือว่าขัดแย้งกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 8(2) โดยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุต้องกระทำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจน และมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดในทุกขั้นตอน โดยเมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า กรณีนี้ไม่เป็นกรณียกเว้น ที่เป็นการทั่วไปบริษัทรายอื่นๆ ทีได้เข้าร่วมประมูลจึงไม่มีโอกาสได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม
ดังนั้น จึงได้ร้องเรียนต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม โดยขอนายกรัฐมนตรี ให้มีคำสั่งให้ ป.ป.ช. เร่งรัดดำเนินการ ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินงานและออกคำวินิจฉัย ของกรมบัญชีกลางถึงความถูกต้องและความโปร่งใสในกระบวนพิจรณาอุทธรณ์ และขอให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งและคำวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางเพื่อรอผลการตรวจสอบความถูกต้องและความโปร่งใสของ ป.ป.ช. รวมถึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี มีคำสั่ง เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัย ของกรมบัญชีกลางดังกล่าว และ นาย ชัยทัศน์ ยังกล่าวว่า จะมี Big Surprise การจัดแถลงข่าว เร็วๆนี้


