xs
xsm
sm
md
lg

"พรรคพลัง"เปิดตัวแกนนำภาคอีสาน 20 จังหวัด คึกคัก!!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พรรคพลังเปิดตัวแกนนำภาคอีสาน 20 จังหวัด วางตัวลงสู้ศึกเลือกตั้งทุกเขตเลือกตั้ง พร้อมสอนมวย “พล.อ.ประยุทธ์” เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนจะดีกว่า

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายสุรศักดิ์ ศิริบุญ หัวหน้าพรรคพลัง นางสาวอัญชิสา เทพทับทิมทอง เลขาธิการพรรค นายชัยพัชญ์ โชติชัยธนเสฐ โฆษกพรรค นางผุสดี กลิ่นทอง(อาจารย์เป้า สิงห์บุรี) นายทะเบียนพรรค พล.ต.ชอบ ตระกูลสม ประธานที่ปรึกษา นายอุดมเกียรติ ปานมี รองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ นางอัญชลี เทพวงษาหรือแอ๊ว ศรีษะเกษ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน จัดประชุมสัญจรภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยพบปะแกนนำพรรคระดับภาค แกนนำระดับจังหวัด 20 จังหวัด ดังนี้ 1)จ.อุดรธานี2)จ.ขอนแก่น 3)จ.บึงกาฬ 4)จ.มุกดาหาร 5)จ.อำนาจเจริญ 6)จ.หนองคาย 7)จ.หนองบัวลำภู 8)จ.เลย 9)จ.ยโสธร10) จ.นครพนม 11)จ.กาฬสินธ์ 12)จ.มหาสารคาม 13)จ.ชัยภูมิ 14)จ.สกลนคร 15)จ.ร้อยเอ็ด 16)จ.สุรินทร์ 17)จ.บุรีรัมย์ 18)จ.ศรีสะเกษ 19)จ.อุบลราชธานี และ 20)จ.นครราชสีมา รวม 116 เขตการเลือกตั้ง เพื่อสรรหาตัวแทนของพรรคผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อส่งชิงชัยสู้ศึกในระดับเขตการเลือกตั้งในสมัยหน้า 


ซึ่งในวันนี้ แกนนำพรรคระดับภาค ประกอบไปด้วย แกนนำอีสานเหนือ แกนนำอีสานกลางและแกนนำอีสานใต้ และระดับจังหวัดในเขต 20 จังหวัดมาร่วมประชุมสัมมนากันอย่างคึกคัก อาทิ นางอัญชลี เทพวงษา (ศรีษะเกษ) นางวิไล หน่อแก้ว นายสมประดิษฐ์ ไตรยวงศ์ นายเดชณรงค์ หน่อแก้ว (มุกดาหาร) นายชัยพงษ์ โฉมเฉลา (อำนาจเจริญ) นางนิตยา รักษาภัย หรือเยาว์ (มหาสารคาม) นายมานิต อินทร์อำคา(หนองบัวลำภู) นายบุญเพ็ง อินทร์อำคา(หนองบัวลำภู) นายพรหมพิทักษ์ ธนกรกุลพิพัฒน์ (สุรินทร์) พ.ต.อ.พงศ์ชัย พลแก้ว (ศรีสะเกษ) จ.ส.ต.วาทกฤตภัสส์ วรรสฏ์ณูฐ์ (ยโสธร) นาย ปรีดี พันทิวา (อุบลราชธานี) นายสายัณ ชนะเกียรติไพศาล (สกลนคร) นายชมณ ธีระศิลานน (ขอนแก่น) ร้อยโท ประไพ ฮวดศรี (ร้อยเอ็ด) นางสาวบุฟผา ภูมิไทสงค์ (บึงกาฬ) นางสาวรัตนาวรรณ สุขศาลา (อุดรธานี) นายปราบพงษ์ พงษ์เดชาตระกูล (ชัยภูมิ) นางสาวฐานมญ มาตรา (กาฬสินธุ์) นางสาววราพร สิงห์วงษ์ (นครราชสีมา) นายประกอบ วงศ์พันธ์ (นครพนม) และ ส.จ.อุไร อินทร์อ้อย (บุรีรัมย์) ดร.จักรภพ ฟองชัย(เลย) นางอนงค์ ธงภักดิ์(หนองคาย) เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ซึ่งทางพรรคพลังจะขยายฐานมวลชนไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งในการประชุมสัมมนาวันนี้ได้มีตัวแทนแต่ละจังหวัดนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลปฎิบัติ แก้ปัญหาความยากจน ซึ่งตรงกับคำขวัญของพรรคที่ว่า “เท่าเทียม ทั่วถึง ทันที”แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทั่วถึง และนำนโยบายไปปฎิบัติได้ทันที ทั้งนี้ ไม่ขัดต่อยุทธ์ศาสตร์ชาติ 20 ปี


นายสุรศักดิ์ ศิริบุญ กล่าวว่า ภาคอีสาน 20 จังหวัด มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผลิตเป็นสินค้าเกษตร และปลูกข้าว แต่ปัญหาผลผลิตไม่คุ้มราคาทุน ทำให้เกษตรกรขาดทุน ทำให้เกษตรเป็นหนี้สินจำนวนมากเพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การยกระดับราคาสินค้าเกษตรเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเป็นกลไกตลาดที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ การสร้างตลาดกลางสินค้าและการเข้าถึงราคาสินค้าเกษตรเป็นตัวแปรสำคัญ

โดยเฉพาะในยุคดิสรัปชั่น เกษตรต้องมีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลง หากพี่น้องเกษตรกรขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มผ่านออนไลน์ จะทำให้ไม่มีพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีการขายสินค้าโดยตรงไปยังประชาชนในราคาที่สูงขึ้น ทำให้ไม่ขาดทุน ในส่วนราคาที่แปรผันไปทั่วโลก จะต้องมีการประกันสินค้าในราคาคุ้มทุนเพื่อส่งเสริมเกษตรกรมีอาชีพประจำ เลี้ยงดูครอบครัวได้ สร้างรายได้ มีงานทำ ตรงนี้ พรรคพลังมีนโยบายที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ให้พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ให้อยู่ดีกินดี เพราะคำนึงถึงปากท้องพี่น้องประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ ในยุคเสรีนิยมใหม่ เปิดเสรีการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ในอุตสาหกรรมขนาดต่างๆ จะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ในส่วนของรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยวิธีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจ่ายคนละครึ่ง อาจเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ข้อเสีย คือ ต้องนำภาษีพี่น้องประชาชนมาผลาญงบประมาณจำนวนมาก ไม่ยั่งยืน สาเหตุที่พีน้องประชาชนจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก มีหลายตัวแปร แต่ตัวแปรหลัก เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนยากจนลง การที่รัฐออกนโยบายคนละครึ่ง ทำให้ท้องหายหิวเพียงชั่วคราว แต่ในทางกลับกัน ปริมาณคุณภาพสินค้าไม่เต็มร้อย แต่ประชาชนได้มาเพียงครึ่งเดียว เหมือนนโยบาย


โฆษกพรรคพลัง กล่าวอีกว่า ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงมีลักษณะประชานิยม อย่าลืมว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 162 ก่อนคณะรัฐมนตรีจะบริหารประเทศ จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายออกคนละครึ่ง รัฐเอาภาษีประชาชนจำนวนมากไปแจก เป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ ขัดต่อนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือไม่ อย่างไร เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ต้องสร้างอาชีพให้มั่นคง ระยะยาว ประเทศพัฒนา ประชาชนมั่งคั่ง ส่วนการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ว่าจะจัดการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับนิสิต นักศึกษาและน้องๆที่ชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เห็นว่า ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ควรเอาเวลามาแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนดีกว่า เพราะคนตกงานจำนวนมาก


นางสาวอัญชิสา กล่าวว่า กระแสการเมืองช่วงนี้ ข่าวลือว่าจะมีการรัฐประหาร ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นตัวแบบให้เห็นถึงความล้าหลัง ถอยหลังลงคลอง เพราะการรัฐประหารยึดอำนาจ ฉีกกฎหมายแม่บท ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างกติกาล้วนไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นข้อเสียของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะเห็นได้จากรัฐธรรมนูญในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มีเพียงฉบับเดียว 7 มาตรา สามารถยืดหยุ่นแก้ไขได้ตามสถานการณ์บ้านเมือง แต่ประเทศไทยมีถึง 20 ฉบับ แล้วจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกกี่ฉบับจะเป็นฉบับของประชาชนและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะตราบใดที่การร่างรัฐธรรมนูญประชาชนไม่มีส่วนร่วม กติกาที่ออกมาย่อมไม่เป็นธรรม จะเห็นได้จากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 128


โดยหลักต้องเขียนกฎหมายเลือกตั้งตามกฎหมายแม่บท แต่ในมาตรา 128 กลับเขียนและเพิ่มเติมคำว่า”เบื้องต้น”ทำให้เกิดสูตรคิดคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมากกว่า 1 สูตร ทำให้บัตร 1 ใบ เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองในระบบจัดสรรปันส่วนผสม ส่วนพรรคพลังสัญจรมาพบปะพี่น้องชาวอีสาน พบแกนนำ 20 จังหวัด สร้างฐานมวลชนทั่วทุกภาค ทุกจังหวัดของประเทศเพราะ “พรรคพลัง หัวใจ คือ โอกาสของประชาชน”


กำลังโหลดความคิดเห็น...