รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 24 ต.ค.2563 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปรู้จัก “แม่จอย” กับมรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำ ทำเธอพิการไม่พอ ยังสูญเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่โชคดียังมีลูกสาวอย่าง “น้องภัทร” ที่ทั้งน่ารักและแสนกตัญญู พร้อมดูแลแม่และทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว แม้จะอยู่ในวัยแค่ 12
ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริงๆ ใครจะคิดว่า วันหนึ่งอุบัติเหตุจะทำเราพิการ ไม่สามารถเป็นเสาหลักให้ครอบครัวต่อไปได้ “คุณจอย” ชาลิษา สงค์ฉิม คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่หารายได้ดูแลครอบครัวด้วยอาชีพขับสามล้อรับจ้าง ก็ไม่คิดเช่นกันว่า เธอต้องมาพิการเพราะอุบัติเหตุ
“แต่ก่อนขับสามล้อ วันนั้นส่งผู้โดยสารเสร็จ ก็ไปเติมแก๊สที่แยกเตาปูน ความประมาทของเราเอง เราลืมเปิดไฟหน้ารถ ขับออกมา พอดีรถเมล์แป๊ดออกมา แวบเดียวก็มา (รพ.) วชิระเลย แวบเดียวจริงๆ (ถาม-เกิดอะไร รถพลิกคว่ำหรือ?) ดูที่กล้องเขาบอกว่า เราหักวงมาลัยไปชนแท่งแบริเออร์เอง แล้วรถล้อแม็กซ์ทับหลัง หลังนี่ใส่เหล็กหมดเลยนะ ปวดตลอดเวลา นั่งไม่ค่อยได้ นั่งได้แป๊บๆ พอนั่งปุ๊บ เอาแล้ว แผลกดทับ นี่ผ่าแผลกดทับมา 3 รอบแล้ว ทรมาน”
หลังประสบอุบัติเหตุ แม่จอยต้องกู้หนี้ยืมสินมารักษาตัว เพราะค่ารักษาค่อนข้างสูง อุบัติเหตุไม่เพียงทำให้เธอพิการ ไม่สามารถประกอบอาชีพอย่างที่เคยทำได้ แต่ลูกชายต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวอีกด้วย
“น้องเจมส์รับภาระหมดและรับภาระทุกคนในบ้าน เจมส์คือเสาหลัก เจมส์หาเงินทุกอย่าง ขับวินมอไซค์เอามาให้แม่ ก่อนไปทำงาน ตื่นตี 4 ตี 5 ไปขับวิน เอาเงินให้แม่ แล้วก็ไปทำงาน (ถาม-คาดหวังในตัวของลูกชายไว้ไหม?) จบวิศวะไฟฟ้า เข้างานการไฟฟ้า สตาร์ทเงินดือน 1.5 หมื่น แม่จอยสบาย เดี๋ยวแม่จอยก็เดินได้แล้ว”
แต่แล้ว แม่จอยกลับต้องสูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหัน!!
“วัยรุ่นมันตีกัน แล้วแทงผิดคน (ถาม-แทงผิดคนได้ยังไง?) เขาไปซื้อของให้เรานี่แหละ จะกลับแล้ว เห็นเสียงเปี๊ยะป๊ะๆ หันไปอีกที โดนเขาชาร์จแทงเข้านี่ (ชี้ที่หัวใจ) จู่ๆ เขาก็ทิ้งเราไปอย่างนี้ (ร้องไห้) ไม่ไหว จิตใจไม่ไหว”
จนถึงตอนนี้ คดีของลูกชายยังอยู่ในชั้นศาลฎีกา ซึ่งแม่จอยยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปก่อนวัยอันควร
พร้อมตาย ...หากไม่ได้รับความเป็นธรรม!!
“ทำใจไม่ได้ รอศาลฎีกาตัดสินก่อน ถ้าศาลฎีกาตัดสินไม่ยุติธรรมนะ จะฆ่าตัวตายในศาล”
แม้จะสูญเสียลูกชายที่เป็นเสาหลักของบ้านไป แต่โชคดีที่แม่จอยยังมีลูกสาวอีกคน คือน้องภัทร ด.ญ.นภัทร สงค์ฉิม วัย 12 ที่แสนกตัญญู พร้อมดูแลแม่และเป็นเสาหลักทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว ด้วยการขายเสื้อผ้ามือสอง นอกจากนี้ยังเป็นมัคนายกน้อย เวลามีงานบุญหรืองานศพที่วัดอีกด้วย
“ทุกวัน ตื่นเช้ามา หนูจะดูแลอาบน้ำ เช็ดตัวให้แม่ บางวันไปเอากับข้าวที่วัดกลับมาให้แม่ พาหลานไปโรงเรียน หลังจากเลิกเรียนตอนเย็น ก็พาแม่ไปขายของด้วยกันที่ตลาดกรุงนนท์ อู่ 89 วัดน้อย (ถาม-ขายอะไรบ้าง?) ขายเสื้อผ้ามือสอง กระเป๋า หมวก รองเท้า ของเล่น (ถาม-ของที่เอาไปขาย เอามาจากไหน?) คนเขาบริจาคมา (ถาม-ขายเท่าไหร่?) ตัวละ 20 บาท”น้องภัทร เล่ากิจวัตรประจำวัน ทั้งก่อนและหลังเลิกเรียน
“บางทีถ้าเราไปไหว เราก็ไปเป็นเพื่อนลูกขายเสื้อผ้า แม่ค้าแถวนั้นเมตตาก็ช่วยเหมาๆ น้องภัทร แม่จะได้ไม่ต้องนั่งนาน เงินที่ขายเสื้อผ้าได้น้องภัทรก็จะเก็บ เราไปหาหมอที เงินเก็บก็หมด รายจ่ายเยอะ (ถาม-รายได้ที่ได้มา เพียงพอกับรายจ่ายที่จ่ายออกไปไหม?) ไม่ อะไรที่เราอดได้ เราก็ต้องอด”
แม่ค้าที่ตลาดช่วยอุดหนุนสินค้า ชื่นชม “น้องภัทร” ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก
“อุดหนุนทุกครั้งที่เขามา มาครั้งไหน ก็ซื้อครั้งนั้นเลย น้องเก่งมากเลย น่ารักด้วย เก่งกว่าลูกสาวอีก ลูกสาวก็รุ่นราวคราวเดียวกัน ยังนอนเล่นเกมอยู่บ้านอยู่เลย”
ครูประจำชั้นสงสาร “น้องภัทร” อายุแค่นี้ แต่ต้องรับผิดชอบเยอะมาก
“ครอบครัวน้องค่อนข้างลำบาก แม่ก็มีอาการป่วยอยู่ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ คือเดินไม่ได้ น้องนภัทรจะเป็นคนที่คอยดูแลทุกอย่างในบ้าน เหมือนเป็นตัวหลักของบ้านเลยทั้งที่น้องก็เป็นเด็กชั้น ป.5 อายุนิดเดียว แต่ความสามารถและความรับผิดชอบหน้าที่เยอะมาก”ธนาภรณ์ สายดี ครูประจำชั้นน้องภัทร รร.กุศลศึกษา วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร
ครูยังห่วงเรื่องการเรียนของ “น้องภัทร”
“ห่วงน้องทุกด้าน เพราะน้องไม่ได้จัดว่าเป็นเด็กที่เรียนดีสักเท่าไหร่ เพราะแม่บอกว่าคลอดน้องก่อนกำหนดด้วย เขาค่อนข้างที่จะช้า ครูจะบอกเขาว่า เวลามีปัญหาเรื่องการเรียน มาปรึกษาได้ ให้มาเรียนเสริมกับครูได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร ส่วนด้านความเป็นอยู่ เป็นห่วงมาก อะไรถ้าช่วยได้ ก็อยากจะช่วย เพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นห่วงแม่เขาด้วย”
“พระ” เมตตา ให้น้องภัทรเป็น “มัคนายก” หวังให้น้องกล้าแสดงออก
“สังเกตว่า ด.ญ.นภัทร เขาไม่ค่อยพูด เป็นคนนั่งนิ่งๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร... เวลาครูถาม เขาจะนั่งนิ่งๆ บางทีไม่รู้ว่าเกิดจากภาวะความเครียดเรื่องเกี่ยวกับแม่เขาป่วยหรือเปล่า หลังจากนั้นพอมาช่วงหลังๆ ทางพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่า ให้เป็นการสงเคราะห์ ให้เด็กมาทำศาสนพิธีกร โดยการอาราธนาศีล เหมือนที่อาตมาฝึกอยู่หน้าชั้นเรียน เลยอยากให้เด็กได้มีประสบการณ์ กล้าแสดงออก ในการไปทำอาราธนาศีลกับงานศพ”พระอาจารย์สมศักดิ์ วชิรญาโณ พระอาจารย์สอนพระพุทธศึกษา รร.กุศลศึกษา วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร
พระอาจารย์สมศักดิ์ บอกด้วยว่า หลังจากน้องภัทรได้ทำหน้าที่มัคนายกน้อย เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น น้องกล้าแสดงออก กล้าพูด มีอะไรก็คุยกับเพื่อนๆ เล่นกับเพื่อนๆ ได้ ดูน้องมีความสุขขึ้น
ขณะที่แม่จอยเอง หลังจากอุบัติเหตุทำพิการ ได้พยายามทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอทำได้ โดยถักตุ๊กตาไหมพรมเป็นพวงกุญแจ ขายทางออนไลน์ แม้ไม่ได้ช่วยเรื่องรายได้เท่าใดนัก แต่แม่จอยบอกว่า อย่างน้อยก็ช่วยให้แม่ไม่รู้สึกฟุ้งซ่าน
น้องจากมีน้องภัทรเป็นเสาหลักให้แม่ในการดูแลและทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัวแล้ว โชคดียังมียาย ที่แม้จะอายุ 75 ปีแล้ว และมีโรครุมเร้าอยู่บ้าง แต่ยังสามารถทำงาน เพื่อจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านที่เช่าวัดอยู่ทุกวันนี้ได้
“เจ้าอาวาสเมตตาให้กวาดถนน ท่านก็ให้วันละ 200 (ถาม-กวาดตั้งแต่กี่โมง?) เจ็ดโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็นทุกวัน กวาดใบไม้กับถอนหญ้า...” ชไมพร อันวาน ยายน้องภัทร
น้องภัทร ฝันอยากเป็น “พยาบาล”!
“ถ้ามีโอกาสเรียนสูงๆ อยากเป็นพยาบาล จะได้กลับมารักษาแม่ (ถาม-ทุกวันนี้ทั้งเรียน ทั้งทำงาน เหนื่อยบ้างไหม?) ไม่ (ถาม-ไม่อยากออกไปเที่ยวเหมือนเพื่อนๆ บ้างหรือ?) บางทีก็อยาก แต่อยากใช้เวลาที่มีกับคุณแม่ ไปช่วยกันขายของหาเงินมาใช้ดีกว่า”
อยากเห็นแม่หายป่วย เดินได้อีกครั้ง!!
“อยากให้แม่หายดีกลับมาเดินได้เหมือนเดิม(ถาม-รู้ไหมว่าแม่เป็นโรคซึมเศร้า?) ไม่รู้ (ถาม-เวลาแม่ท้อแท้หรือทุกข์ใจ หนูทำยังไง?) เข้าไปกอด ให้กำลังใจแม่ บอกแม่ว่า เราจะสู้ไปด้วยกัน หนูรักแม่ หนูอยากบอกแม่ว่า หนูจะไม่ทิ้งแม่ หนูเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทนหนูจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด”
หากท่านใดต้องการช่วยเหลือน้องภัทรและแม่จอยด้วยการบริจาคเสื้อผ้ามือสองเพื่อให้น้องไปขายได้เงินจุนเจือครอบครัว หรือบริจาคอุปกรณ์สำหรับทำแผลแม่น้อง สามารถส่งไปได้ที่ 3/63 หมู่ 4 ซ.วัดชัยพฤกษ์ 26 แขวง/เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 หรือหากต้องการช่วยเหลือเป็นเงิน สามารถโอนไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นางชาลิษา สงค์ฉิม เลขบัญชี 020-0-23008-5
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน “หนู...จะไม่ทิ้งแม่”
https://youtu.be/50A-jdVVBF4
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-09.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
และยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


