ตลาดไท ต่อยอดโครงการ“ตลาดไท ซีเล็ค” จัดสรรพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร สนับสนุนเกษตรกรไทย ให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าสมุนไพรสด-เครื่องเทศสดแบบทั่วไป และแบบมาตรฐานปลอดภัย GAP ส่งเสริมเกษตรกร ที่เพาะปลูกสินค้าคุณภาพปลอดภัย มีพื้นที่จำหน่าย และได้ราคาที่เป็นธรรม ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งเพาะปลูกได้
นายอดิศร์ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่า โครงการตลาดไท ซีเล็ค ‘สมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP’ จะถูกขับเคลื่อนโดยใช้กลไกตลาดกลางค้าส่ง และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของตลาดไท เข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดจำหน่ายสมุนไพรสดและเครื่องเทศสด ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดไทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดพื้นที่ซื้อขายสมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP โดยเฉพาะภายในโซนผักร่วมใจ ผักปลอดภัย ณ ลานผัก ตลาดไท และมีบริการรถขนส่ง ‘ตลาดไท เฟรช’ (TALAADTHAI FRESH) อำนวยความสะดวกในการจัดส่งสินค้าไปยังพันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจของตลาดไท เช่น กลุ่มโรงเรียน กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มตลาดสด
ซึ่งในปี 2562 ตลาดไท มีสมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP หมุนเวียนเข้าตลาดจำนวน 9,700 ตัน แบ่งออกเป็นสมุนไพรสดปลอดภัย GAP จำนวน 2,780 ตัน และเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP จำนวน 6,920 ตัน คาดว่า หลังจากผลักดันอย่างจริงจังภายในหนึ่งปีแรก จะมีกลุ่มเกษตรกรสมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP จากทั่วประเทศ สนใจเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 กลุ่ม และมีปริมาณสินค้าสมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP หมุนเวียนในตลาดไทเพิ่มขึ้นอีกกว่า 15,000 ตันในเดือนกันยายน 2564 และจะขยายโครงการไปยังกลุ่มสินค้าแปรรูปต่อไปในอนาคต
สำหรับโครงการตลาดไท ซีเล็ค ‘สมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP’ เป็นโครงการสืบเนื่องที่ต่อยอดจากโครงการตลาดไท ซีเล็ค (TALAADTHAI SELECT) ซึ่งริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ ในการส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรทั้งผัก ผลไม้ และสินค้าแปรรูป ที่มีคุณภาพ สด ใหม่ สะอาด ปลอดภัย และได้ใบรับรองมาตรฐาน GAP, Thai GAP, Organic Thailand หรือมาตรฐานรับรองอื่นจากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ
ผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งเพาะปลูกได้ จึงมั่นใจในมาตรฐานและความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง ซึ่งตลาดไท สนับสนุนให้มีพื้นที่จำหน่ายและมีช่องทางกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจได้มากขึ้น ในราคาที่ยุติธรรมเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมและช่วยเหลือให้เกิดการเชื่อมโยง และสร้างโอกาสจับคู่การค้าให้เกิดการเจรจาซื้อ-ขายระหว่างเกษตรกรและผู้ซื้อ
ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มโครงการ “ตลาดไท ซีเล็ค” ที่ได้นำสินค้าผักปลอดภัย GAP ของเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนำร่องภายใต้ชื่อ “ผักร่วมใจ ผักปลอดภัย”ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมียอดจำหน่ายในปี 2562 ถึง 659 ล้านบาท ซึ่่งมีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพทางการค้าและการแข่งขันของเกษตรกรไทย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน


