เกิดเหตุวุ่นวายบริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา หลังนายมงคลกิตติ์ และ นาย สิระ เผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายอ้างถูกคุกคาม ขณะที่นายสิระ ร้องขอกำลังตำรวจคุ้มกัน และอ้างว่าเรื่องต้องถึง”ประธาน ชวน”
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายมงคลกิตติ์ (เต้) สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ กำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่บริเวณหน้าทางขึ้นลิฟท์ เป็นจังหวะเดียวกับที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้ามาที่รัฐสภา ภายหลังจากไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง
ผู้สื่อข่าวจึงถามนายสิระว่า นายมงคลกิตติ์ ไม่ได้ลบโพสต์ในเฟซบุ๊ก แต่นิ้วก้อยไปกดโดน นายสิระ ตอบว่า ลบไปก็โพสต์ใหม่ได้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่นายมงคลกิตติ์ เดินปรี่เข้ามาหานายสิระ ด้วยสีหน้าจะเอาเรื่อง นายสิระจึงบอกให้สื่อถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนายมงคลลกิตติ์ เข้ามาจับแขนนายสิระ ซึ่งนายสิระสะบัดแขนแล้วพูดว่า “เห้ย อย่ามาจับตัวผม ไม่ได้ คุณเป็นนักเลง” นายมงคลกิตติ์จึงพูดสวนไปว่า “พี่สิระด่าผม” นายสิระเดินหนี นายมงคลกิตติ์ เดินตามพร้อมชี้หน้านายสิระแล้วกล่าวว่า “ผมด่าตรงไหน นี่มันสภานะครับ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ” แล้วตะโกนเรียกตำรวจสภาว่ามาจับอันธพาล ซึ่งนายมงคลกิตติ์ยืนประกบข้าง แล้วบอกว่า “มาจับดิ” นายสิระจึงบอกว่า “นี่แหละครับผู้แทนผู้ทรงเกียรติมาหาเรื่อง ที่นี่สภา” แล้วก็เดินหนีไประหว่างพูด พร้อมย้ำให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพไปให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและฟ้องประชาชน ว่า ส.ส.ทำผิด
โดยระหว่างนั้น นายมงคลกิตติ์ พูดแทรกว่า “ทำไมตอนพูดถึงไม่คิด” นายสิระตอบว่า “คิดแล้ว” นายมงคลกิตติ์ ถามว่า “ใครเป็นคนเริ่ม?” นายสิระตอบว่า “ไม่ต้องมาพูดกับผม” พร้อมหันไปพูดกับสื่อมวลชนว่า ให้จับภาพไว้ใครหาเรื่องใคร ประชาชนเห็นหรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎร เหตุการณ์ครั้งนี้ประธานสภาฯ ต้องรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่า ตนใช้วาจาสุภาพมาตลอด ไม่ได้เป็นนักเลง ทุกวันทำแต่ความดี ทำงานให้ประชาชน ผยุงความยุติธรรม ผลงานก็มีให้เห็นออกไปชัดเจนมากกว่าคณะกรรมาธิการชุดอื่นด้วยซ้ำ และตนตั้งใจจะมาเป็น ส.ส. ไม่ได้ตั้งใจมานักเลงในสภาฯ หรือก่อกวนใคร พร้อมฝากว่าต่อไปนี้การเดินเข้าออกสภาต้องให้ความปลอดภัยกันมากขึ้น ตนเป็น ส.ส. โดนตามรังควานคุกคาม นี่คือการคุกคามการทำหน้าที่ ส.ส. ในรัฐสภาแล้วประชาชนจะคาดหวังกับการทำงานได้อย่างได้ นายชวนต้องรับผิดชอบ จากนั้นนายสิระก็เดินไปขึ้นลิฟท์
ขณะที่นายมงคลกิตติ์ ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังนายสิระ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนหลังนายสิระเดินแยกไปขึ้นลิฟท์ว่า นายสิระเป็นคนเริ่มก่อน แทนที่จะมีสำนึกขอโทษก็ไม่มี ตนเป็นลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้ คนเราทำอะไรผิดต้องมีสำนึก เป็นลูกผู้ชายทำผิดต้องรู้จักขอโทษ วันนี้ตนก็มาในฐานะผู้แทนประชาชนเหมือนกัน ที่เดินไปหาก็ไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากจะถามว่าที่พูดไปได้คิดหรือเปล่า มันกระทบคนอื่น สร้างความเสียหาย ไม่ใช่ถือดีมาจากไหน ไปด่าคนอื่นไปทั่ว ตนเองก็เคยถูกสิระตำหนิมาหลายครั้ง การเป็นผู้ชายแล้วด่าคนอื่นลับหลังไม่เรียกว่าลูกผู้ชาย


