xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ตร.ชี้พิรุธปมอ้าง”โคเคนจากรักษาฟัน”เป็นเหตุไม่ฟ้องคดี”บอส

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรรมาธิการตำรวจ สภาฯ ชี้พบหลายพิรุธคดีทายาทกระทิงแดง โดยเฉพาะกรณีทันตแพทย์ ชี้ ผลสารโคเคนในร่างกายเกิดจากการรักษาฟัน เป็นเหตุให้ไม่มีการสั่งฟ้อง”บอส อยู่วิทยา” ถือเป็นอีกประเด็น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องชี้แจงสังคมให้ชัดเจน

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการตำรวจ พร้อมคณะ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเชิญ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการตำรวจเมื่อวานนี้ กรณีตำรวจ กรณีไม่มีคำสั่งแย้งอัยการที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง กรณีขับรถชนตำรวจสน.ทองหล่อ เมื่อปี 2555

โดยนายนิโรธ กล่าวว่า กรรมาธิการตำรวจ ได้มีการสอบถามตำรวจในหลายกรณี ประกอบด้วยกรณีไม่สามารถเอาผิดข้อหาเมาแล้วขับนายวรยุทธ เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุได้ทันที เพราะผู้ต้องหาขับรถหลบหนีเข้าบ้าน ตำรวจทำได้เพียงล้อมบ้านไว้ กว่าจะได้หมายศาลไปตรวจค้นบ้าน นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจแอลกอฮอล์ ก็เป็นเวลา 16.00 น. ซึ่งทิ้งเวลาจากตอนเกิดเหตุไปถึง 10 ชั่วโมง

โดยมีประเด็นทางข้อกฎหมายระบุว่า การจะนำตัวขึ้นสู่ศาลได้ ต้องมีการตรวจวัดทันทีหลังเกิดเหตุ จึงไม่สามารถเอาผิดเรื่องเมาแล้วขับได้ ส่วนเรื่องความเร็วรถยนต์นั้น ตำรวจให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการว่า มีหน่วยงานที่ตรวจสอบความเร็ว 3 หน่วย ได้แก่ 1.สำนักงานจราจร ใช้หลักฟิสิกส์ ดูหลักการปะทะว่าจะมีความเร็ว ความแรงแค่ไหน ผลออกมาในเบื้องต้นว่า น่าจะมีความเร็วเกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง 2.อาจารย์จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ใช้หลักวิศวกรคำนวณจากกล้องวงจรปิด พบว่า ความเร็วอยู่ที่ 80 กม.ต่อชั่วโมง 3.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้หลักวิศวกร คำนวณจากกล้องวงจรปิดเช่นกัน พบความเร็ว 177 กม.ต่อชั่วโมง


ดังนั้น เมื่อข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญความเร็วมีความต่างกัน อัยการจึงเชิญกองพิสูจน์หลักฐานและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ทั้ง 2 หน่วยงาน ยอมรับว่า น่าจะคำนวณความเร็วผิดพลาด เพราะไม่ได้หักลบจากค่าเลนส์ที่กล้อง ทำให้อัยการมีความเห็นว่า ควรไปหาประจักษ์พยานเพิ่มเติม เป็นเหตุให้มีพยานมาเพิ่มอีก 2 ปาก คือ 1.นายจารุชาติ มาดทอง ซึ่งเป็นพยานที่อยู่ในสำนวนแต่แรกอยู่แล้ว และได้ยืนยันว่า ผู้ต้องหาขับรถไม่น่าจะเร็ว และ 2.พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ซึ่งเป็นพยานที่อัยการขอให้ตำรวจไปสอบเพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้ ฝ่ายผู้ต้องหาเคยขอให้ตำรวจสอบปากคำพยานรายนี้ แต่ตำรวจบอกว่า ทำสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าจะให้สอบเพิ่มเติมต้องไปร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการ เพื่อให้มีคำสั่งให้ตำรวจสั่งสอบพยานรายนี้เพิ่มเติม ในที่สุดอัยการก็สั่งให้มีการสอบปากคำพยานรายนี้เพิ่มเติม จนกลายเป็นประเด็นข่าวอย่างที่ออกมา

ทั้งนี้ กรรมาธิการตำรวจมองว่า คดีนี้ไม่น่าจะถูกต้อง ไม่น่าจะชอบธรรม จึงได้ตั้งข้อสังเกตไปยังตำรวจ ให้มีการตรวจสอบรายละเอียดที่ขาดตกบกพร่องอยู่ โดยช่องโหว่ที่กรรมาธิการพบคือ การตั้ง 5 ข้อหาแต่ละข้อต่างกัน เมื่อไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีได้ทัน เพราะหลบหนีไปต่างประเทศ ทำให้บางข้อหาหมดอายุความลงไป ถือเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย


ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการตำรวจ และส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องสารเสพติดโคเคนที่พบในตัวผู้ต้องหา ทางพนักงานสอบสวนให้การว่า ได้รับการยืนยันจากทันตแพทย์ว่า สารที่ตรวจพบในร่างกายนายวรยุทธ เป็นยาที่ให้กับผู้ต้องหา ในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ เป็นเหตุให้ไม่มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาของสารเสพติด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาได้ทำการรักษาฟันในช่วงเวลาใด นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ทางทันตแพทย์ไม่ได้มีการระบุช่วงเวลาที่ผู้ต้องหาทำการรักษาฟันแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องออกมาชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจนด้วย

ส่วนปริมาณแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบในตัวผู้ต้องหาหลังก่อเหตุไปแล้ว 10 ชั่วโมง ที่ยังมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 60 มิลลิกรัม ทางตำรวจชี้แจงว่า ผู้ต้องหายืนยันว่า ไม่ได้ขับรถระหว่างเมาสุรา แต่ที่ตรวจพบเป็นการดื่มหลังจากเกิดเหตุแล้ว เนื่องจากเพราะมีความเครียด อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการฯยังติดใจ ช่วงเวลาที่ห่างกัน 10 ชั่วโมง ผู้ต้องหาไปกินอาหารหรืออะไรบางอย่าง เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ทางตำรวจยอมให้ข้อมูลกระจ่างชัด ทั้งที่เป็นชุดเดิมจากการที่มาชี้แจงในกรรมาธิการกฎหมายฯ เนื่องจากครั้งนี้ ได้เชิญเพียงฝ่ายตำรวจมาให้ข้อมูล ไม่ได้เชิญอัยการมาด้วย รวมทั้งการให้ข้อมูลเพียงเฉพาะกรรมาธิการเท่านั้น โดยที่ไม่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมรับฟังด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...