xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจฯ นัดถกคลัง กษ.-ศธ.เคลียร์ปมเยียวยา 5 พัน 24 เม.ย. นี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ตรวจฯ นัดถกคลัง กษ.-ศธ.เคลียร์ปมเยียวยา 5 พัน 24 เม.ย. นี้ ย้ำไม่ใช่จับผิด แต่เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขผิดพลาดช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกิจกรรมผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อสังคม (OSR: Ombudsman Social Responsibility) “ผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมใจต้านภัยโควิด-19” จัดทำ Face Shield จำนวน 2,020 ชิ้น เพื่อส่งมอบกรมอนามัย นำไปแจกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยสู้ภัยโควิด-19 และผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว

โดยพล.อ.วิทวัส กล่าวภายหลังการจัดกิจกรรมดังกล่าวถคึง กรณีเครือข่ายณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมยื่นขอให้ตรวจสอบการลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาทในโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล ว่า ตามคำร้องเป็นการร้องว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ผู้ลงทะเบียนถูกระบบตรวจสอบคุณสมบัติที่เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้อยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เช่น เป็นเกษตรกร นักศึกษา ขณะที่กระทรวงการคลังอ้างว่า ได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาจากหน่วยงานอื่น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงเกษตร กระทรวงศึกษาได้มีการนำส่งข้อมูลดังกล่าวจริงหรือไม่ และข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องมาจากแหล่งใด เคยถูกนำไปใช้ในเชิงทุจริตหรือไม่


ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการหารือกันในกรณีที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบและเห็นว่า การที่รัฐมีคำสั่งให้ประชาชนงดกิจกรรมต่าง ๆ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 เกิดขึ้นทั่วประเทศเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่รัฐบาลต้องมีการเยียวยา แต่การดำเนินโครงการไม่ควรรีบร้อน เพราะก็จะเกิดปัญหาเช่นปัจจุบัน ควรที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยเชิญ หัวหน้าส่วนราชการในแต่ละจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาหารือเพื่อให้ได้ข้อมูลว่าใครที่เป็นผู้ที่เดือดร้อนจริงและอยู่ในเป้าหมายที่รัฐบาลพึงเยียวยา แต่ก็ทราบว่าทางกระทรวงการคลังกำลังพยายามแก้ไขปัญหาอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการร้องเรียน ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะมีการเชิญประชุมผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร กระทรวงศึกษาธิการ ธนาคารออมสิน คาดว่าจะเป็นวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.เพื่อรับฟังข้อมูลและร่วมหาแนวทางแก้ไข โดยเห็นว่าในสถานการณ์ขณะนี้ถ้าพบว่ามีความผิดพลาดในขั้นตอนใดแล้ว จะไม่ใช่เป็นการจับผิด แต่จะเป็นเรื่อของการหาแนวทางแก้ไข โดยระหว่างนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งติดตามการแก้ไขปัญหาของกระทรวงการคลังเพื่อให้ได้ข้อมูลไว้เป็นเบื้องต้นด้วย


นอกจากนี้ พล.อ.วิทวัส ยังกล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตรวจสอบปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ตามที่รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า วันนี้ตนได้ลงนามหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศบค. แจ้งผลวินิจฉัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการแอลกอฮอล์ที่แปลงสภาพเพื่อนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคโดยมีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมโดยขอให้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตประชาสัมพันธ์ให้กับ ประชาชน ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สุราสามทับแปลงสภาพ(แอลกอฮอล์ 70%) เพื่อใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นส่วนประกอบ ครั้งละ 5 พันลิตร ต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์การขออนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนดอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการกักตุน และขาดแคลนสุราสามทับแปลงสภาพ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์ ติดตามการกระจายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ซี่งผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะได้มีการติดตามการแก้ไขปัญหาต่อไปและเชื่อว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ปริมาณแอลกอฮอล์และเจลล้างมือในตลาดควรจะมีมากขึ้นและมีราคาถูกลง

ส่วนที่พบว่ามีการกักตุนแล้วอ้างว่าเพื่อไว้บริจาคนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องดูเจตนาเป็นหลัก เพราะการขออนุญาตจากกรมสรรพสามิตจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งคิดว่าปัญหาแอลกอฮอล์และเจลล้างมือขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลน แต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย


กำลังโหลดความคิดเห็น...