xs
xsm
sm
md
lg

ครม.นัดพิเศษเคาะมาตรการเยียวยาโควิดเฟส 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม.นัดพิเศษ เห็นชอบมาตรการเยียวยาโควิด ระยะที่ 3 ครอบคลุมทุกมิติ ดูแลเศรษฐกิจไทยใน 6 เดือน ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอ ออก พ.ร.ก.2 ฉบับ ทำโครงการซอฟท์โลนโดยตรงเพื่อเยียวยาภาคธุรกิจ เสนอ ครม.ชุดใหญ่ พิจารณาสัปดาห์หน้า

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจระยะ 3 ครอบคลุมทุกมิติในระยะ 6 เดือน แบ่งมาตรการเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. เยียวยาดูแลภาคประชาชนและธุรกิจ ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ 2. ดูแลให้มีกิจกรรมเศรษฐกิจในช่วงที่ทุกอย่างติดขัด เพื่อไม่ให้เศรษกิจไทยหยุดชะงักในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า

และ 3. ดูแลภาคเศรษฐกิจการเงิน เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหากับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ย่อมกระทบไปถึงภาคการเงินด้วย แม้ขณะนี้ทุกอย่างยังไม่มีปัญหา แต่เพื่อความไม่ประมาท รัฐบาลจึงต้องวางมาตรการให้ครอบคลุมครบถ้วน

ส่วนวงเงินในการทำมาตรการ ส่วนหนึ่งจะนำมาจากงบประมาณรายจ่ายของประเทศ เพื่อให้การใช้งบประมาณแก้ปัญหาบ้านเมืองมีประสิทธิภาพสูงสุด คาดว่าจะอยู่ที่ 10% ของจำนวนงบประมาณในส่วนที่สามารถนำมาใช้ได้ และ อีกส่วนหนึ่ง จะมาจากการกู้ยืมโดยกระทรวงการคลัง เพื่อนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชน และจากการออก พ.ร.ก.ของธนาคารแห่งประเทศไทย

นาย วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า เตรียมเสนอมาตรการต่าง ๆ ให้คณะรัฐมตรีชุดใหญ่ เห็นชอบในหลักการวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อลดกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการออก พ.ร.ก.เพื่อจัดทำโครงการซอฟท์โลนพิเศษโดยตรง ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโครงการสินเชื่อของธนาคารออมสินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดเล็ก

ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ ในการนำเสนอมาตรการชุดต่าง ๆ โดยเน้นไปที่ลูกค้ารายย่อย ให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยระยะหนึ่ง แต่การแพร่ระบาดยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มขยายวงกว้าง จึงจำเป็นต้องขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการพักเงินต้นและดอกเบี้ย ให้เอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีสินเชื่อที่เป็นสภาพคล่องใหม่ เ พื่อช่วยเหลือรายที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน และดูแลให้ธุรกิจก้าวข้ามสถานการณ์วิกฤตไปได้

นอกจากนี้ เสนอให้ออก พ.ร.ก.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซื้อตราสารที่ครบกำหนดชำระ แต่ต้องเป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทที่มีคุณภาพดี

นายวิรไท บอกด้วยว่า จะมีมาตรการขยายระยะเวลาคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งตามกำหนดเดิมเดือนสิงหาคม 2563 วงเงินคุ้มครองเงินฝากจะลดลงจาก 5 ล้านบาท เหลือ 1 ล้านบาท ซึ่งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เสนอให้ยืดระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี เพื่อยังคงคุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาทต่อไปถึงเดือนสิงหาคม 2564 เพื่อช่วยลดความกังวลของประชาชน รวมทั้งจะให้สถาบันการเงินลดการนำเงินสมทบกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จากเดิมอัตรา 0.46% เหลือ 0.23% ในระยะเวลา 2 ปี เพื่อลดต้นทุนให้สถาบันการเงิน ซึ่งคาดหวังว่า จะนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับประชาชน





กำลังโหลดความคิดเห็น...