xs
xsm
sm
md
lg

คุณแม่นักสู้! สูญเสียลูกสาวคนโต-สามีถูกจี้ทำร้ายสติฟั่นเฟือน ทำงานทุกอย่างหาเงินรักษาลูกป่วย-พิการ!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปพบกับชีวิตของ “แม่เปิ้ล” ที่ไม่เพียงสูญเสียลูกสาวคนโต แต่สามียังถูกทำร้ายจนสติฟั่นเฟือน เธอจึงต้องเป็นเสาหลัก ทำงานทุกอย่าง เพื่อเลี้ยงดูลูกน้อยที่ป่วยและพิการ แม้หมอบอกว่า ลูกจะอายุสั้น แต่จะดูแลให้ดีที่สุด



จะเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจขนาดไหน ที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียลูกสาวคนโต ที่เป็นเหมือนความหวังของครอบครัว ซ้ำร้ายสามีที่ขับแท็กซี่ยังมาถูกจี้และทำร้ายจนสติฟั่นเฟือน ทำให้ตนเองต้องเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวในการดูแลลูกสาวคนเล็ก ซึ่งป่วยและพิการ ต้องการการดูแลเกือบตลอดเวลา

แม้จะต้องเจอวิกฤตดังกล่าว แต่ “คุณเปิ้ล” หรือสุกัญญา คล้ายสอน ไม่ท้อ ดิ้นรนทำงานทุกอย่าง เพื่อให้มีเงินมาดูแลและรักษาอาการป่วยของลูก โดยงานที่ทำได้ต้องเป็นงานที่ทำกับบ้านเท่านั้น เพื่อที่จะสามารถดูแลลูกไปด้วยได้

อุบัติเหตุคร่าชีวิต “ลูกสาวคนโต”

“น้องเขาเพิ่งเรียนจบ เขาขออนุญาตจะไปเที่ยวกับเพื่อนหน่อย ไปบางแสน เพื่อนเลี้ยง เขาจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปกันเอง ไปหลายคน แม่ไม่อนุญาต เพราะกลัว มันอันตราย (ถาม-ตอนนั้นน้องเรียนชั้นอะไร?) น้องเรียนบริหารอยู่ ปี 3 อายุ 18 เรียนเก่งมาก เกรดเฉลี่ย 3.9 เป็นที่รักของเพื่อนๆ และครู แม่ไม่อนุญาต เขาไปขออนุญาตยายแทน ยายอนุญาต”

“(ถาม-อุบัติเหตุเกิดอย่างไร?) ตกรถมอเตอร์ไซค์ คือรถฟอร์จูนเนอร์มาเฉี่ยว น้องเขาขับมาตรงๆ แล้วฟอร์จูนเนอร์เขาเบี่ยงออกขวาเพื่อจะไปบางแสน เขาก็ปาดเลย พอปาดปุ๊บ รถน้องก็สะบัด แต่มอเตอร์ไซค์น้องไม่ได้ล้มนะ รถน้องสะบัด แฟนเขาก็อยู่บนรถ แต่น้องตกลงไป แล้วรถพ่วงตามหลังมาพอดี (ถาม-ทับร่างน้อง?) ทับ (ร้องไห้) เห็นหมวกกันน็อค และเห็นเลือดในหมวกกันน็อค”

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุลอยนวล ทั้งคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ และรถพ่วง!!

สูญเสียลูกสาวคนโตไม่พอ สามีมาถูกจี้และทำร้าย จนกลายเป็นโรคจิตเวชตามมา

“แม่ก็ไม่เห็นนะว่าเหตุการณ์เป็นยังไง รู้ตอนเจ้าของอู่เขาโทรมาบอกว่า เขาให้เด็กอีกคนที่อู่เขาไปเอารถ เขาบอกว่าแฟนเราถูกตีนะ และนอนอยู่ รพ. โดนจี้ เพราะไม่มีอะไรเหลือเลย ข้าวของ โทรศัพท์ เงิน (ถาม-โดนผู้โดยสารทำร้ายหรือ?) น่าจะเป็นผู้โดยสาร (ถาม-โดนทุบเข้าศีรษะ หมอบอกกระทบกระเทือนมากเลยหรือ?) หมอบอกว่ามีแผลแตกและเย็บ”

หลังรักษาตัว สามีคุณสุกัญญา ยังสามารถไปขับแท็กซี่ได้อีกครั้ง แต่ขับได้ไม่นาน ก็มีอาการผิดปกติ จนไม่สามารถขับแท็กซี่อีกต่อไปได้

“เหมือนเขาเป็นโรคซึมเศร้า พูดไม่รู้เรื่อง แม่จับใจความไม่ได้ (ถาม-ปกติสามีคุยเก่งไหม?) อัธยาศัยดี (ถาม-แต่หลังเกิดอุบัติเหตุ?) พูดจับต้นชนปลายไม่ถูก (ถาม-มีเหม่อลอยไหม?) มี (ถาม-หลังจากนั้นได้พาหาหมออีกไหม?) จะพาไปหาหมอ เขาไม่ยอมไป จนต้องพาหมอมา พอดีมีคนแนะนำว่า ให้หมอมาที่บ้านได้ หมอจิตเวช”

ปัจจุบัน สามีคุณสุกัญญารักษาตัวอยู่ต่างจังหวัด โดยมีแม่สามีคอยดูแลและลูกชายที่อยู่ในวัยเรียนอีกคน ส่วนคุณสุกัญญาต้องดูแลลูกสาวคนเล็กที่พิการและป่วย โดยใช้ชีวิตอยู่ที่วัดมหาบุศย์ กทม.

“(ถาม-บ้านหลังนี้เป็นบ้านใคร?) ที่วัด บ้านวัดทั้งนั้น เพราะพ่อกับแม่ทำงานอยู่ที่วัด เราเป็นคนงาน พ่อกับแม่เป็นคนงานของวัด คืออยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ทำงานให้วัด เจ้าอาวาสเขาก็เมตตา เขาก็ให้ที่อยู่ที่อาศัย”

“น้องวัน” ลูกสาวคนเล็กทั้งพิการทั้งป่วย แถมดวงตามองไม่เห็น

“หลังคลอด 7-8 เดือน ลูกเกิดความผิดปกติ ลูกไม่จ้องหน้าเรา มันแปลก เพราะเด็กต้องจ้องหน้าเราตั้งแต่ 3-4 เดือน ก็พาไปหาหมอตา หมอตาส่องตาปุ๊บ หมอบอกมองไม่เห็นหรอก เราตกใจเลย ทำไมมองไม่เห็น หมอบอกขั้วจอประสาทตาของน้อง เส้นประสาทตาฝ่อ น้องไม่เห็นเป็นภาพ เห็นแค่เป็นแสงแวบๆ”

ไม่ใช่แค่ดวงตามองไม่เห็น แต่สมองส่วนหน้าของน้องวันยังฝ่ออีกด้วย ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนและการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งยังมีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก

"พอสมองส่วนหน้ามันฝ่อปุ๊บ หมออธิบายว่า มีต่อมใต้สมองหลายต่อมข้างหน้าที่ผลิตฮอร์โมน ไทรอยด์ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้ ถ้าตัวร้อนปุ๊บ ไทรอยด์ขึ้น ผมร่วงเป็นกระจุกเลย เขาไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ที่เป็นตัวปรับอุณหภูมิ ส่วนปัสสาวะ ก็ไม่มีฮอร์โมนกักเก็บน้ำ เขาจะฉี่เอาน้ำในร่างกายออกจนหมด เหลือแต่เลือดข้นๆ ก็ช็อกได้ เคยช็อกและกระอักเลือด จนต้องปั๊มหัวใจ 4 ครั้ง (ถาม-แม่ต้องให้สารน้ำน้องทุกๆ กี่ชั่วโมง?) ทุกๆ ครึ่ง ชม. แม่ถึงไปไหนไกลไม่ได้"

คุณสุกัญญายอมรับด้วยว่า ครั้งหนึ่งเคยคิดท้อแท้ถึงขั้นฆ่าตัวตาย ช่วงที่สูญเสียลูกสาวคนโตใหม่ๆ ขณะที่ลูกสาวคนเล็กก็ป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล

“แม่ก็ออกไปยืนตรงระเบียงของ รพ. ระเบียงตึกอยู่ชั้น 9 (ถาม-จะกระโดด แล้วมีอะไรเข้ามา?) พยาบาลเรียกแม่กลับไปที่เตียงของน้อง เพราะน้องออกซิเจนหลุด เราก็รีบเข้าไป ไปถึงอ้าว มือเขาถูไปถูมา ออกซิเจนหลุด น้องเขาก็หายใจพะงาบๆ เราก็ตกใจ ตายแล้ว หลุดได้ไง พอตกกลางคืน เรานั่งเฝ้าลูก ก็มานั่งคิดว่า ลมหายใจของเรา ก็คือของลูก ถ้าเขาไม่มีเรา เขาก็อยู่ไม่ได้ ถ้าเราเป็นอะไรไป เขาก็อยู่ไม่ได้ มันเหมือนเป็นลมหายใจเดียวกัน ขนาดเราไม่อยู่กับเขาแป๊บเดียว ดึงสายออกซิเจนหลุด ถ้าเผื่อวันนั้นเราทำอะไรลงไป แล้วไม่มีใครมาเห็นลูก ลูกเราก็คงตายเหมือนกัน”

หลังผ่านชีวิตที่คิดฆ่าตัวตายมาได้ คุณสุกัญญาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานทุกอย่าง เพื่อหาเงินดูแลและรักษาลูก ซึ่งงานที่สามารถทำได้ ต้องทำที่บ้านเท่านั้น เพราะเธอต้องดูแลลูกเกือบตลอดเวลา

“(ถาม-รายได้ของแม่มาจากการทำน้ำพริกขายออนไลน์?) เรียกว่า ปลาร้าบองสมุนไพร แบบสุก แม่ทำเองทุกขั้นตอน ขายกระปุกละ 35 บาท 3 กระปุก 100 ขายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (เฟซบุ๊กชื่อ วรรณภร น้องวัน)”

นอกจากปลาร้าบองสมุนไพรแล้ว คุณสุกัญญายังรับจ้างซักผ้า-รีดผ้า ทำกระทงประทีปประจำวันเกิด ซึ่งทำจากวัสดุธรรมชาติ ฯลฯ

“(ถาม-ทุกวันนี้ อาการน้องมีเปอร์เซ็นต์ที่จะดีขึ้นพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ไหม?) ถ้าพูดตามความจริง หมอเขาให้ทำใจ เพราะเด็กที่ไม่มีฮอร์โมนพวกนี้ เขาจะอายุสั้น แม่ก็จะดูแลเขาให้ดีที่สุด ไม่มีเรา เขาอยู่ไม่ได้เลยนะ แม่เลยทำสมุดบันทึกไว้เล่มหนึ่ง ซึ่งจะเขียนรายละเอียดไว้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวน้องว่าน้องเป็นโรคอะไร เผื่อไม่มีแม่แล้ว ใครพาเขาไป รพ. ให้เอาสมุดเล่มนี้ไปให้หมอดูด้วยว่าน้องเป็นอย่างนี้ ต้องใช้ยาอย่างนี้"

ไม่กล้ามอง "อนาคต" เอาวันนี้พรุ่งนี้ให้ "รอด" ก่อน!

"แม่จะไม่มองอะไรไกลๆ นะ เอาแค่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้วันนี้รอด พรุ่งนี้รอด อย่างถ้ารู้อีกอาทิตย์หนึ่ง จะมีนัดหมอ เราจะต้องใช้เงินเท่านี้ ทำยังไงเราถึงจะหาเงินจำนวนนั้นมาได้ แต่แม่ยังโชคดีนิดหนึ่งตรงที่ว่า มีคนช่วยสนับสนุน พอเราขายของ เขาก็เหมือนสงสารน้องด้วย ก็ช่วยอุดหนุน"

“(ถาม-ทุกวันนี้นอกจากทำน้ำพริกหรือขายของออนไลน์ทางเฟซแล้ว แม่ยังต้องการความช่วยเหลือด้านไหนบ้างไหม?) จะมีพวกอาหารทางสายยางของน้อง แพมเพิส และพวกอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆ เพราะใช้แล้วต้องทิ้งเลย ทิชชู่เปียก ยาสวนทวาร สายเอ็นจี พวกสายยาง เพราะใช้ทีเดียวต้องทิ้งเลย”

หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณสุกัญญาและลูก สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.สุกัญญา คล้ายสอน เลขที่บัญชี 981-2-46788-2

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos

กำลังโหลดความคิดเห็น...