xs
xsm
sm
md
lg

เหลือครึ่งตัวก็สู้! “ลุงเบี้ยว” อุบัติเหตุทำเสียขา แต่ไม่ท้อ นอนบนรถเข็นปลูกผัก-เลี้ยงปลา-ทำงานฝีมือเลี้ยงชีพ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 15 มิ.ย.2562 พาไปพบกับเรื่องราวของ “ลุงเบี้ยว” ซึ่งร่างกายพิการจากอุบัติเหตุ ทำให้สูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง แต่ลุงนอกจากไม่ท้อแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการนอนบนรถเข็นทำเกษตรพอเพียง



ลุงเบี้ยว หรือสมจิตร ดวงตาคำ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ คือผู้ที่โชคร้ายเกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเมื่อ 20 ปีก่อน

“อุบัติเหตุเกิดเมื่อปี 41 ทีแรกผมขับรถ 10 ล้อ รถโม่ปูน ไปเทปูนที่แม่แตง เสร็จแล้ว กลับมาล้างโม่ ผมขี่มอเตอร์ไซค์ออกมา แล้วก็มาตอกบัตร ขี่มอไซค์กลับบ้าน ไปได้ประมาณครึ่ง กม. รถปิคอัพชน ผมก็ไถลไปประมาณ 15 เมตร รถแกก็เลยผมไปแล้ว ชาวบ้านวิ่งมา อย่าไปเหยียบเขาๆ เขาก็ถอยมาๆ ผมก็นอนคว่ำอย่างนี้ ผมมองดูข้างทาง จะมีร่องน้ำกว้างประมาณ 60 ซม. ลึก 40 ซม. ผมคิดว่าจะพลิกตัวลงตรงนั้น ไม่มีแรง ตาลาย หมดแรง เขาก็ถอยมา เหยียบขาซ้ายหักก่อน อีกทีหนึ่ง เหยียบตรงต้นขาเรา สะโพกแตกยุบ ลำไส้ใหญ่แตก (ถาม-ตอนนั้นลุงมีสติทุกอย่าง?) มีสติทุกอย่าง ถ้าเขาไม่มาทับ โทษนะ ข้อเท้าจะยาวประมาณข้อมือหนึ่ง แค่นั้นที่ถลอก แผลจริงๆ นิดเดียว (ถาม-เขาคงไม่อยากเจอความผิด เลยตัดสินใจขับมาทับอีกรอบ?) เขามาทับอีกรอบ นึกว่าจะให้ตาย”

แม้ลุงเบี้ยวจะรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถรักษาขาของตัวเองไว้ได้ ต้องกลายเป็นผู้พิการ ร่างกายเหลือเพียงครึ่งตัวท่อนบน

“เลือดไม่ไปเลี้ยง (ถาม-เลยต้องตัด ตัดถึงตรงไหนสรุปถึงทุกวันนี้?) ตรงรูทวาร (ถาม-พูดง่ายๆ ถ้าเป็นกระดูกสันหลังผู้ชม จะมีกระดูกก้นกบซี่สุดท้าย กระดูกขา รวมทั้งกระดูกท่อนขาบนที่เป็นชิ้น ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว?) ไม่อยู่แล้ว (พูดง่ายๆ ตอนนี้ขาของลุงขาดทั้งสองข้าง อวัยวะเบื้องล่างถูกตัด?) ถูกตัดทิ้งไปหมด”

แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ได้รับผิดชอบในแง่คดีที่ตัวเองก่อ แต่สุดท้ายก็ได้รับผลกรรมจากการกระทำของตน เพราะได้ขับรถไปชนคนอื่นอีกหลายครั้ง ก่อนที่ครั้งสุดท้าย จะขับชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตเอง

ขณะที่ลุงเบี้ยวอโหสิกรรมให้กับผู้ก่อเหตุ พร้อมกับต้องทำใจรับสภาพคนไร้ขา รวมทั้งต้องเผชิญกับผลข้างเคียงด้านสุขภาพที่ตามมาจากการถูกตัดขา

“ทุกวันนี้ ที่ก้น ที่สะโพก เหมือนสายไฟมันขาดไปแล้ว มันจะเชื่อมกันไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้มันจะปวด จะร้อน จะชา อยู่ตลอด 24 ชม. (บริเวณปลายประสาท) ที่ปลายที่เขาตัด (ถาม-ลุงได้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้?) ต้องมีความอดทน ถ้าเราไม่อดทน ถ้าเรากินยามาก ก็ไม่ดี (ถาม-หมอให้กินยาอยู่?) ให้กินยา วันนั้นผมไป รพ.อัลตร้าซาวด์ ไตซ้ายเป็นตุ่มสีขาวขนาดนี้ ทุกวันนี้ลุงก็ปวด”

แม้กายพิการ แต่ใจไม่ท้อ ใช้วีลแชร์เคลื่อนที่ตระเวนทำงาน

“เรายังมีชีวิต สู้ต่อไป ลุงออกไปอยู่บ้านได้ประมาณปีหนึ่ง ตอนนั้นมีเงิน 1 พัน ลุงก็นั่งวีลแชร์ขี่ไปตามหมู่บ้าน รับเชื่อมเหล็ก ถังขยะ (ถาม-ในสภาพนี้?) ในสภาพนี้ (ถาม-แล้วคนจ้างเขาเชื่อมั่นในฝีมือหรือ?) เชื่อมั่น เพราะเมื่อก่อนลุงก็รับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน ลุงจะสู้จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

โชคดีที่มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลช่วยเหลือผู้พิการให้มีที่พักพิง ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือลุงเบี้ยว ทำให้ลุงไม่ต้องตระเวนไปหางานทำตามที่ต่างๆ แต่ถึงกระนั้น การใช้ชีวิตอยู่ที่มูลนิธินี้ ลุงเบี้ยวก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ นอกจากรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ตามระบบของการอยู่ร่วมกับผู้พิการอื่นๆ แล้ว ลุงเบี้ยวยังพยายามทำเกษตรพอเพียง ตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก หรือเลี้ยงปลา

“ในหลวง ร.9 บอกว่า ใช้ที่ดินทุกตารางนิ้วให้เป็นประโยชน์ ถ้าเราปลูกพริก เราก็ได้กินพริก ถ้าเราปลูกต้นหอม เราก็ได้กินต้นหอม ถ้าเราปลูกผักชี เราก็ได้กินผักชี มีอะไรก็แบ่งปันกัน เราทำเราไม่หวังได้สิ่งตอบแทน เราให้ด้วยใจรัก เราจะมีความสุขกว่า (ถาม-พูดถึงการเกษตร ลุงปลูกอะไรบ้าง?) ตอนนี้ก็ปลูกเมล่อน แตงกวาใหญ่ พริก มะเขือ ผักคะน้า ต้นหอม ผักชี (ถาม-เราใช้ยาฆ่าแมลงไหม?) ใช้สมุนไพร หมักเอง มีหลายอย่างที่เราหมัก (ถาม-เวลาจะเอาผักไปขาย ทำอย่างไร?) ใส่มอเตอร์ไซค์ไป (ถาม-ลุงไปขายเอง?) ครับ บางทีเขาก็มาซื้อที่นี่”

ไม่ใช่แค่ปลูกผัก-เลี้ยงปลา แต่ลุงเบี้ยวยังใช้ความเชี่ยวชาญด้านงานช่าง จากที่เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการประดิษฐ์อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไม้เกาหลัง กะลานวดฝ่าเท้า กระถางต้นไม้ โมบาย ออมสิน ฯลฯ

“(ถาม-ปกติทำเสร็จ เอาไปขายที่ไหน?) เอาเข้าห้องขายของของมูลนิธิ (ถาม-ไม้เกาหลังนี่ขายอันเท่าไหร่?) อันละ 30 บาท ถ้าขายได้ มูลนิธิก็หัก 10% 30 บาท ก็ 3 บาท”

หลายคนอาจสงสัย เวลาลุงเบี้ยวทำกิจกรรม ไม่ว่าจะปลูกผัก เลี้ยงปลา หรือทำงานประดิษฐ์ ทำไมจึงไม่นั่งทำบนวีลแชร์ แต่กลับเลือกนอนทำบนรถเข็น

“ถ้าเรานั่งรถเข็นวีลแชร์ เราจะปลูกผัก ขุดดิน ถอนหญ้า ไม่สะดวก ถ้าเราขยับซ้าย ก็ไถล ขยับขวา ก็ไถล ดีไม่ดีเราก็หน้ำคว่ำ และถ้าเราไม่รักษาสะโพกไว้ มันจะเป็นแผลกดทับ มันไถล มันจะถลอก เป็นแผลกดทับ รักษายากด้วย (ถาม-การนอนบนรถเข็นแบบนี้ไม่เป็นแผลกดทับเหรอ?) ไม่เป็น ลุงนอนมา 10 กว่าปีแล้ว ถ้าเราร้อนหน้าท้อง เราก็พลิกตัวนอนตะแคงอย่างนี้”

การที่ผู้พิการอย่างลุงเบี้ยวสามารถนอนบนรถเข็นแล้วทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ ก็ทำให้ครั้งหนึ่ง “ลุงเบี้ยว” ได้รับคำชื่นชมจาก “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” ว่า “คุณลุงซูเปอร์แมน” ซึ่งยังความปลาบปลื้มแก่ลุงเบี้ยวเป็นอันมาก

“(ถาม-ผมเห็นรูปถ่ายกรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จฯ) พระองค์ท่านเสด็จฯ มาปี 51 พระองค์มาเปิดห้องสมุดที่ 2 พระองค์ก็เดินชมไปตลอด มาถึงตรงนี้ บอกว่า ที่นี่แปลงผักที่ลุงเบี้ยวทำ นอนทำ งั้นลุงเบี้ยวก็เป็นคุณลุงซูเปอร์แมนสิ พระองค์ให้นาม คุณลุงซูเปอร์แมน ลุงก็ถวายผัก เสร็จก็คุยกับพระองค์แบบในวัง “พระเจ้าค่ะ” พระองค์บอกว่า “ไม่ต้องพูดพระเจ้าค่ะ พูดแบบชาวบ้านๆ นี่แหละ” พระองค์ยืนคุยกับลุงห่างกันแค่นี้ (ถาม-เป็นอย่างไรบ้างความรู้สึกที่เราคนไทยตัวเล็กๆ เจ้าฟ้าแผ่นดินได้มาปฏิสันถารพูดคุยกับเรา?) เราก็ตื้นตันใจ เพราะคนพิการแบบเรา ยังมีคนใหญ่คนโต เป็นเจ้านาย เจ้าใหญ่ในหลวง มาดูงาน มาชื่นชมเรา ขนาดคนพิการเรายังทำได้”

เพื่อนร่วมมูลนิธิฯ การันตี “ลุงเบี้ยว” ขยัน-ใจดี

“ลุงเบี้ยวเป็นคนใจดี ขยันทำงาน บางครั้งมีผักมาแบ่งปันกันกินในครัว กินเป็นกลุ่มกัน ที่เหลือจากกิน แกก็แบ่งขายบ้าง ไปหา เจอเป็นบางครั้ง อยู่สวนบ้าง ทำงานฝีมือ ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก พรวนดิน ทำทุกวัน ลุงเบี้ยวขยันดี แต่ช่วงหลังไม่ค่อยสบาย ก็อยากให้แกพักบ้าง แกทำทุกวัน อยากให้พักผ่อนบ้าง” ศิริพรรณ จันสีมุ่ย ผู้พิการที่ใช้ชีวิตอยู่ในมูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ฯ

“(ถาม-ในแง่สุขภาพลุงเบี้ยว ตอนนี้นอกจากถูกตัดขาออก ภาวะไต มีภาวะเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรอีกไหม?) ตอนนี้ลุงเป็นแผลกดทับจากการนอนเตียง ที่หลัง ห่างจากก้นประมาณ 4 นิ้ว (ถาม-ความเป็นอยู่ทุกวันนี้ ลุงยังมีความต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม?) ลุงทำกระถางผักเชียงดา นานๆ ได้ขายกระถางสองกระถาง 2-3 เดือน ลุงต้องไปซื้อยาทาหลัง แผลกดทับ หลอดหนึ่ง 200 กว่าบาท ขาดปัจจัยมาซื้อไม้ทำอุปกรณ์ ซื้ออาหารปลา เลี้ยงปลาดุก”

หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของลุงเบี้ยว สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขามีโชคพลาซ่า ถนนเชียงใหม่-แม่โจ้ ชื่อบัญชี นายสมจิตร ดวงตาคำ เลขที่บัญชี 415-2-34139-9

ฝากข้อคิดทุกคน อย่าท้อ-ต้องสู้

“ลุงเบี้ยว หรือลุงสมจิตร ขอฝากไว้ว่า คนที่ท้อแท้ชีวิต อย่าท้อแท้มัน คุณมีครบ 32 อยู่แล้ว แต่ผมลุงเบี้ยวคนพิการยังไม่ท้อแท้ คุณมีครบ 32 แล้ว คุณจะไปท้อแท้ทำไม คุณต้องสู้ชีวิตต่อไป สักวันหนึ่งจะเป็นของเรา ที่เราตั้งใจไว้ เรามั่นหมายไว้”

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos





กำลังโหลดความคิดเห็น...