xs
xsm
sm
md
lg

“สมยศ” อดีต อพปร.ใจเพชร โดนแก๊สระเบิด-ไฟไหม้ตัว แข็งใจอยู่เพื่อลูกชายป่วย“เชื้อราขึ้นสมอง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “สมยศ” อดีต อปพร.ที่ชีวิตต้องเผชิญกับอุบัติเหตุเฉียดตายขณะกู้ภัยแก๊สรั่ว ซึ่งแม้เวลาจะผ่านมา 2 ปีเศษแล้ว แต่เขายังช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ ขณะที่ลูกชายก็พบวิกฤตชีวิต ป่วยหนักเกือบตายเช่นกัน แต่ไม่ว่าชีวิตจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน เขาพร้อมสู้ ไม่เคยท้อ



แทบไม่น่าเชื่อว่า สมยศ จันทร์ทอง อดีตอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่นให้รอดพ้นจากภัยอันตรายมามากมายนับไม่ถ้วน จะประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขณะกู้ภัย จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

วันเกิดเหตุ 30 ธ.ค.2559 ขณะประจำจุดตรวจ 7 วันอันตรายที่ จ.ระยอง คุณสมยศได้รับแจ้งจากตำรวจให้ไปตรวจสอบแก๊สรั่วที่ห้องแถวแห่งหนึ่ง เขากับเพื่อนอีก 2 คนจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ และดำเนินการทุกอย่างตามที่ได้รับการฝึกอบรมมา

“ไปถึงก็บอกทุกคนให้ออกไปข้างนอก สวิตช์ไฟห้ามปิดเปิดเด็ดขาด ...จากนั้น ทำการกู้แก๊สจากถังแก๊สหุงต้ม เพื่อระบายแก๊สออก ...ทำครั้งแรกไม่เป็นไร ครั้งที่สองไม่เป็นไร ทำครั้งที่สาม เกิดระเบิดเลย พอระเบิดปั๊บ ต่างคนต่างกระเด็น น้องกระเด็นไปนอกกำแพง 1 คน อีกคนกระเด็นตกร่องน้ำ ส่วนผมกระเด็นตกร่องน้ำ ไฟก็ลุก ไหม้เสื้อผ้า หัวใหม้ ผมไหม้หมด ตั้งสติ ตามองไม่เห็นแล้ว ช่วยตัวเองให้ออกไปจากเปลวไฟให้ได้ ...ออกไปก็ตะโกนเรียก แม่ๆ (ภรรยา) ช่วยด้วย เราถูกแก๊สระเบิด มองไม่เห็น ตาเจ็บ แสบไปหมด ช่วยด้วยๆ ตะโกนอยู่สักพัก และให้รถ อปพร.ไปส่งโรงพยาบาล”

เหตุการณ์ในครั้งนั้น คุณสมยศรอดชีวิตมาได้คนเดียว ส่วน อปพร.อีก 2 คนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะถูกไฟไหม้มากกว่า แม้คุณสมยศจะไม่เสียชีวิต แต่ผลจากแรงระเบิดและถูกไฟไหม้ ก็ทำให้เขาตาบอด 1 ข้าง ขณะที่อีก 1 ข้างยังไม่ปกติ ทุกเดือน ภรรยาต้องเช่ารถตู้จาก จ.ระยอง พาคุณสมยศเข้ามาหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราช เดือนละหลายครั้ง เพื่อรักษาบาดแผลทั้งดวงตาและร่างกายที่ยังไม่หาย แม้อุบัติเหตุจะผ่านมา 2 ปีเศษแล้วก็ตาม

“เรื่องบาดแผล เรื่องข้อ ก็ดีขึ้น ตอนนี้ที่หมอต้องดูถี่หน่อยคือ ตาข้างขวาที่เหลืออยู่ข้างหนึ่ง เพราะกระจกตามันบาง โอกาสรั่วเยอะ (ถาม-แต่ละครั้งที่ไป รพ.ไปอย่างไร?) แม่ก็เช่ารถตู้ไป ไปกันเอง 2 คนกับพ่อ (ถาม-มีค่าใช้จ่ายไหม?) ค่ารถตู้ 3,500 ค่ากิน และยานอกรายการที่เบิกไม่ได้ พ่อใช้บัตรผู้พิการ ค่าใช้จ่ายครั้งหนึ่งบางทีก็ 5,000 บางทีก็ 5,000 กว่า (ถาม-เดือนหนึ่งต้องไปกี่ครั้ง?) บางเดือนต้องไป 2-3 ครั้ง อยู่ที่หมอนัด” วรรณา จันทร์ทอง ภรรยาคุณสมยศเผยค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวของสามี

วิกฤตที่เกิดกับครอบครัวนี้ ไม่ใช่เกิดกับคุณสมยศเพียงคนเดียว แต่ลูกชายเขา น้องแบงก์ หรือ ธเนศ จันทร์ทอง อดีตทหารเรือ ก็ป่วยหนักด้วยภาวะ “เชื้อราขึ้นสมอง” จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดไม่เช่นกัน โดยลูกชายป่วยช่วงต้นปี 2559 ก่อนที่พ่อจะเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิดขณะกู้ภัยช่วงปลายปีเดียวกัน

"ตอนอายุ 20 ผมไปเป็นทหารเรือ ประจำการอยู่ที่เรือแสมสาร ผมได้รับแจ้งว่ามีเรือน้ำมันคว่ำที่อ่าวไทย ผมไม่แน่ใจว่า มันติดเชื้อจากตรงนี้หรือไม่ เพราะผมกระโดดไปช่วยกู้เก็บคราบน้ำมันจากทะเลไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วอ่าว ผมลงไป กลับมาได้ 2 วัน ก็ผื่นขึ้นเต็มตัว และไป รพ.สิริกิติ์ หมอบอกว่า แพ้ขั้นรุนแรงมาก ผมก็ตกใจว่าทำไมถึงแพ้ขนาดนี้ ...หลังจากกลับมา อยู่ รพ.10 วัน ผู้การฯ บอกว่า ไม่ต้องประจำการที่เรือแล้ว กลับไปอยู่บ้านเลย รักษาตัวที่บ้านเลย ผมก็กลับมาที่บ้าน"

หลังปลดประจำการได้ 2 ปี น้องแบงก์ก็ทำงานเกี่ยวกับน้ำมันอีกครั้ง กระทั่งเขาป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล

"ทำงานเกี่ยวกับอะไหล่รถยนต์ เกี่ยวกับน้ำมันต่อ ทำได้ประมาณปีกว่าๆ พอเข้าปี 59 ต้นปี ผมเริ่มรู้สึกว่าป่วย เริ่มเวียนหัว อ้วก จับไข้ตลอดเวลา ผมลางานบ่อย พอได้สักเดือน พ.ค. ผมก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว นอนไม่ไหวแล้ว ลุกไม่ขึ้นแล้ว เวียนหัวตลอด”

หลังจากไปหาหมอ พอกลับมาบ้าน ยังไม่ทันลงจากรถมอเตอร์ไซค์ น้องแบงก์ก็มีอาการชัก จนแม่ต้องพาส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง คราวนี้ หมอบอกให้แม่ทำใจ เชื้อราขึ้นสมอง ลูกไม่รอดแน่!

นาทีชีวิต หมอให้ญาติเข้าเยี่ยมครั้งสุดท้าย ด้านแม่หัวใจสลาย หลังสัญญาณชีพน้องแบงก์ดับลง ทำใจไม่ได้ กระซิบข้างหู ขอให้ลูกกลับมา

"แม่ก็นั่งจับมือน้อง และลูบหัวน้อง ทุกคนก็ร้องไห้ ก็เลยไปกระซิบที่หูลูก อย่าเพิ่งไปเลยนะ ถ้าห่วงพ่อกับแม่ กลับมานะลูก แม่ทำใจไม่ได้ แล้วหมอก็เดินมา เชิญญาติออกข้างนอก หมอรูดม่าน หมอจะฉีดยา ก็บอกหมอว่าอีกสักครู่ได้ไหม หมอบอกเร็วๆ นะคะ จะต้องรูดม่าน จะฉีดยาแล้ว เดี๋ยวฉีดยาไม่เข้า แม่ก็กระซิบที่หูเขา กลับมานะลูก แม่ทำใจไม่ได้ ห่วงพ่อกับแม่ก็ให้กลับมา แม่ก็จับมือเขา ลูบหัวเขา และลุกขึ้นเดินจะออกจากห้อง"

“น้องแบงก์” เผยสิ่งที่ได้ยินได้เจอหลังสัญญาณชีพดับ 30 นาที!

"ก่อนจะไปได้ยินอยู่ แต่ผมพูดว่าไม่ไหวแล้ว ตื่นมาอีกที อยู่ที่ไหน มืดๆ มืดมาก ...เดินไปสักระยะหนึ่ง มีแสงไฟ 2 ดวงอยู่ข้างหน้า จะเดินให้ถึง แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที ได้ยินเสียง แบงก์ถ้ารักแม่กับพ่อ กลับมานะลูก จะก้าวอีกก้าว ย่ากับปู่ ซึ่งเสียชีวิตแล้ว ผมจำเสียงปู่กับย่าได้ อย่ามานะลูก อย่าข้ามมานะ มาเที่ยวพอแล้ว กลับไป ผมก็กลับมา"

ไม่ว่าจะด้วยปาฏิหาริย์หรือเสียงแม่เรียก หรือเสียงปู่ย่า หรือบุญกุศลนำพาก็ตาม ได้ทำให้น้องแบงก์คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง หลังสัญญาณชีพดับไปนานถึงครึ่งชั่วโมง แม้การรอดชีวิตของน้องจะทำให้ทุกคนดีใจ แต่น้องก็อดเสียใจไม่ได้ที่ถูกเชื้อรากินตาจนตาบอดแล้วข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างเห็นเลือนลางแค่ 10% ซึ่งแม้จะป่วยมา 2 ปีกว่าแล้ว แต่น้องแบงก์ก็ยังต้องหาหมอทุกเดือน

“หาหมอเดือนละ 1 ครั้ง ผมก็นั่งรถตู้ไปเอง ไปครั้งหนึ่งก็ 2,000 บาท ผมต้องจ้างคนไปด้วย จ้างพาไปจูงไป แต่เดือนหน้าผมไป 2 ครั้ง แต่เดือนต่อๆ ไป ไปเดือนละครั้ง”

เมื่อครอบครัวขาดเสาหลักพร้อมกันถึง 2 คน คุณวรรณาจึงต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลทั้งสามีและลูก ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งการต้องคอยดูแลทายา-หยอดตาให้สามีทุกชั่วโมง ก็ทำให้คุณวรรณาแทบไม่สามารถทำงานอะไรเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว แต่เธอก็พยายามดิ้นรนด้วยการรับรีดผ้า เพราะเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำพร้อมกับการเฝ้าสามีได้

“(ถาม-รายได้ตอนนี้?) มีแค่เบี้ยพิการพ่อกับน้องแบงก์ 2 คน 1,600 แม่ อสม. 600 รวม 2,200 (ถาม-รายได้ที่เข้ามาพอไหม แม้จะรับรีดผ้าก็ตาม?) ไม่พอหรอก แค่ไปหาหมอ ก็ไม่พออยู่แล้ว (ถาม-เราวางแผนหรือคิดจะทำอย่างไรเพื่อให้มีรายได้เพิ่มไหม?) แม่คิดว่า ถ้าพ่อช่วยเหลือตัวเองได้ อาบน้ำเองได้ เข้าห้องน้ำเองได้ ทำเองได้หมดแล้ว การหยอดตาหาย แม่จะกลับไปขายขนมครกเหมือนเดิม เมื่อก่อน แม่จะออกไปขายตี 4 ประมาณ 8-9 โมงแม่ก็กลับ”

“สมยศ จันทร์ทอง” ขอบคุณทุกคนที่เคยให้ความช่วยเหลือ ยืนยัน จะสู้ต่อไป พร้อมให้กำลังใจลูกชายสู้ด้วยกัน

"บางครั้งก็คิดน้อยใจนอนร้องไห้ ทำไมต้องมาเกิดกับครอบครัว เกิดกับลูกชายด้วย ถึงสายตาเป็นเช่นนี้ แต่ก็สู้ (ถาม-ไม่เคยคิดสั้นใช่ไหม?) ไม่เคยคิดสั้น บอกลูกชาย สู้นะลูก พ่อยังสู้เลยเห็นเปล่า พ่อยังสู้ทุกวัน ลูกก็ต้องสู้ ทุกคนที่เป็นสภาพนี้ก็ต้องสู้ สักวันเราจะต้องมองเห็น ถึงไม่เห็น เราก็ต้องสู้ เห็นลางๆ หรือไม่เห็นเลย อย่าไปคิดทำร้ายตัวเอง สู้ไปเถอะ เดี๋ยวก็ดีเอง"

หากท่านใดต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวของคุณสมยศและลูกชาย สามารถโอนเงินได้ไปที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านค่าย ชื่อบัญชี วรรณา จันทร์ทอง เลขที่บัญชี 985-7261671

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos




กำลังโหลดความคิดเห็น...