xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ยุบ ทษช.ใครได้ ใครเสีย?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ยุบ ทษช.ใครได้ ใครเสีย? ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562



หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักชาติแล้ว ย่อมมีผลให้การเมืองต้องเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ต้องสูญเสียเก้าอี้ ส.ส. ที่คิดว่าจะได้จากพรรคไทยรักษาชาติไม่ต่ำกว่า 25-30 ที่นั่งหายวับไปในพริบตา อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าไม่ได้เกินความคาดหมายนัก ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็เตรียมการวางแผนรับมือไว้แล้ว นอกจากนี้ยังต้องเตรียมรับมือกับการแจก”ใบส้ม” ถือเป็นดาบใหม่ของ กกต. ที่สามารถสั่งระงับสิทธิผู้สมัครที่ถูกร้องเรียนทุจริต ไว้ชั่วคราวได้นานถึง 1 ปี และคะแนนของผู้สมัครรายนั้น ก็จะไม่ถูกนำมาคิดคำนวณ เป็นคะแนนนิยมพรรคด้วยหมายความว่า สัดส่วนที่นั่ง ส.ส. ในสภา ก็จะถูกปรับลดลงตามคะแนนที่ถูกระงับไปด้วย ซึ่งผู้สมัครเพื่อไทยและเครือข่ายมีโอกาสจะถูกสอยด้วยการแจก 'ใบส้ม' หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ได้มากกว่าพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่งซะด้วย ดังนั้น ในระหว่างเวลา 60 วันที่ กกต.จะประกาศรับรองการเป็น ส.ส. จึงเป็นช่วงระทึกที่เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขส.ส.ได้ตลอด การที่พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ชนะได้จัดตั้งรัฐบาลเสมอไป ซึ่งนั่นเป็นการคาดการณ์ ในช่วงหลังเลือกตั้งว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

แต่สำหรับช่วงก่อนเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกไม่กี่วันนับจากนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ จะเดินเกมส์ต่ออย่างไร สำหรับพรรคเพื่อไทยแน่นอนว่าตอนนี้ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.เขตให้ได้มากที่สุด  จากที่ส่งผู้สมัครเพียง 250 เขตจาก 350  เขตและส่งระบบบัญชีรายชื่อ 97 คนเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกทางให้  ทษช.ที่ส่งระบบเขต 175  และบัญชีรายชื่อ 108 คน แต่เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยน ทษช.ถูกยุบไป ก็จะต้องหาวิธีการถ่ายคะแนนไปให้กับพรรคเครือข่ายทั้งเพื่อชาติ เสรีรวมไทย อนาคตใหม่ หรือประชาชาติ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายนัก เพราะขั้วตรงข้ามอย่างพลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์ก็จะต้องเข้าไปช่วงชิงพื้นที่ตรงนั้นเช่นกัน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐน่าจะได้มากกว่า เพราะตอนนี้กระแสเรื่องบัตรสวัสดิการของรัฐ หรือ”บัตรคนจน”กำลังมาแรงเหลือเกิน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ได้อานิสงส์เท่าใดนัก เพราะฐานคะแนนของทษช.ก็คือ”คนเสื้อแดง”นั่นเอง

เมื่อมาถึงจุดนี้ ประเมินกันแล้วทั้งแหล่งข่าวของทั้งพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ต่างก็เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ประโยชน์และน่าจะมีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 2 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้จะได้ที่ 1 ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะเครือข่ายอาจมีคะแนนไม่พอ แต่ต้องอย่าลืมว่า “การเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้”ทุกอย่างยังพลิกไปพลิกมาได้ตลอด แม้หลังช่วงเลือกตั้งแล้วก็ตาม!!

ทีมข่าวลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...