xs
xsm
sm
md
lg

“ป้าหมอ”บ้านเด็กชัยพฤกษ์ สุขใจได้เป็นผู้ให้ ชุบชีวิตเด็กกำพร้ามากว่า 30 ปี!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “ป้าหมอ” แห่งบ้านเด็กชัยพฤกษ์ ที่รับดูแลเด็กกำพร้า-เด็กถูกทอดทิ้ง มา 30 กว่าปีแล้ว ป้าหมอไม่เพียงช่วยต่อลมหายใจให้เด็กเหล่านี้มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ยังช่วยให้เด็กมีอนาคตที่สดใสอีกด้วย



ปัญหาเด็กถูกทิ้งตามสถานที่ต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ดูจากสถิติที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บันทึกไว้ พบว่า ปี 2556 มีเด็กถูกทิ้ง 154 คน ขณะที่ปี 2560 ตัวเลขเด็กถูกทิ้ง อยู่ที่ 566 คน นี่ยังไม่รวมเด็กที่ถูกทิ้งและเสียชีวิต

น่าดีใจที่เมืองไทยยังมีคุณหมอใจบุญอย่าง พญ.ดร.เคลียวพันธ์ สูรพันธุ์ หรือป้าหมอ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขาสูตินรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่ทนเห็นเด็กถูกทิ้งไม่ไหว จึงตั้งมูลนิธิเพื่อดูแลและช่วยต่อลมหายใจให้กับเด็กกำพร้าและเด็กถูกทิ้ง ให้มีอนาคตที่สดใส สามารถพึ่งพาตัวเองได้

หลังป้าหมอไปเรียนแพทย์ที่เยอรมนี และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นหลายปีกับสามี น.ต.นพ.สมศักดิ์ สูรพันธ์ เมื่อกลับมาเมืองไทยอีกครั้งเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว เห็นข่าวเด็กถูกทิ้งผ่านสื่อต่างๆ ป้าหมอจึงรู้สึกหดหู่เกินกว่าที่จะนิ่งเฉยต่อสิ่งที่เห็นได้

“กลับมาอาทิตย์แรกก็พบแล้วว่า เด็กที่โดนทอดทิ้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ หดหู่มากๆ ราวกับชีวิตของเด็กไร้ค่า เดี๋ยวมีเด็กโดนทิ้งที่ถังขยะบ้าง ตรงโน้นตรงนี้ ในสวนจตุจักร”

สามีถาม จะอยู่เมืองไทยต่อหรือจะกลับเยอรมนี?

“ก็บอกลุง(สามี)ว่า ถ้าถามว่าอยากอยู่ที่ไหน อยากอยู่เยอรมัน เพราะมีความสะดวกสบายหลายอย่าง แต่เหมือนเห็นแก่ตัว เพราะไม่ได้ทำอะไรที่รับใช้สังคม แต่ลุงอยากอยู่เมืองไทย อยากอยู่ที่นี่ แต่ขอให้ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำ คือต้องการดูแลเด็กๆ เหล่านี้ที่เขาโดนทิ้งราวกับไร้ค่า แต่จริงๆ แล้ว เขาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีค่ามากๆ ให้เราได้ดูแลเขา ลุงก็บอก เหนื่อยจะตายนะ ทำไมไม่เอาเงินไปให้สถานสงเคราะห์เด็ก ก็บอกว่า เขาก็จะเลี้ยงลูกไม่เหมือนเราเลี้ยงนะ เราเลี้ยงเรารักเหมือนลูกเราแท้ๆ เพราะฉะนั้นช่วยกันได้ไหม ลุงก็มาช่วย”

และนั่น จึงเป็นที่มาของการตั้งมูลนิธิชัยพฤกษ์ เพื่ออุปการะเด็กที่ถูกทิ้งหรือกำพร้า ที่ จ.นครนายก

ทำไมตั้งชื่อว่า มูลนิธิชัยพฤกษ์?

“เพราะบ้านแรกที่เราเช่า อยู่ที่ ซ.ชัยพฤกษ์ เลยเก็บชื่อนี้ไว้ เพราะเป็นชื่อแห่งไม้มงคลประเทศเรา เป็นต้นไม้ประจำชาติ ต้นชัยพฤกษ์ และป้าหมอเป็นคริสเตียน เราก็นึกว่า นั่นคือไม้แห่งชัยชนะ คือกางเขนของพระเยซูคริสต์”

เด็กกลุ่มไหนบ้างที่ป้าหมอช่วย?

“จุดประสงค์ของเรา ต้องการช่วยเหลือเด็กที่ไร้ที่พึ่ง เด็กที่ถูกทอดทิ้ง และเด็กที่มีความทุกข์ยากลำบาก ถึงแม้จะไม่ถูกทอดทิ้ง มีพ่อแม่ แต่โดนทำร้าย เช่น กระทำชำเรา เราจะมองไปที่ตัวเด็ก โฟกัสตัวเด็ก เป็นจุดแรกที่เราจะดูว่า ถ้าเราไม่ช่วยเขา เขาลำบากไหม ถ้าเขาลำบาก เราจะช่วยเขา”

บ้านเด็กชัยพฤกษ์ของป้าหมอ ไม่เพียงจ้าง "นักจิตวิทยา" มาช่วยดูแลเด็ก แต่ยังเน้นการให้ความรักแก่เด็ก ซึ่งป้าหมอเรียกว่า “รักอย่างไม่มีข้อแม้”

“ต้องรักเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร เขาจะพิการ เขาจะขี้เหร่ เขาจะไม่ฉลาดเท่าคนอื่นก็ตาม เราก็ยังต้องรักเขา และเราต้องทำให้ลูกอิ่มใจให้ได้ทุกคน ไม่ใช่ฉันรักคนนี้ คนนี้ผิวขาว สวย ฉันก็จะดูแต่คนนี้ คนอื่นไม่ดูแล ปล่อยละเลย ก็ไม่ได้”

ป้าหมอใช้ 4 ส.ในการให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็กๆ ที่รับอุปการะ เด็กที่นี่จึงไม่รู้สึกว่าขาดความรัก

“สบตา ส่งยิ้มให้เขา สวมกอด ส่งเสียงสนทนากับเขา เสริมสร้างกำลังใจให้เขา ป้าเลยสรุปว่า 4 ส. สบตา ส่งยิ้ม ไม่เสียสตางค์อะไรเลย ทำได้เลย สวมกอด ขณะสวมกอด เราพูดได้เลยลูกเก่ง ลูกทำไมน่ารักอย่างนี้ ลูกตื่นแต่เช้าเลย มากอดกันหน่อย”

เด็กๆ ในความดูแลของป้าหมอ ไม่เพียงเต็มไปด้วยความอิ่มเอมในความรักที่ได้รับ แต่พวกเขายังได้รับการอบรมและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

“ชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านก่อน เอาง่ายๆ เพื่อว่าเขาออกไปอยู่คนเดียว เขาจะซักผ้าเป็น เขาจะทำกับข้าวเป็น ดูแลบ้านเป็น เขาต้องรู้นี่คือความสะอาด ความเป็นระเบียบ เก็บของ จริงๆ ชีวิตมนุษย์ตรงนี้สำคัญที่สุด ถ้าเขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งปกติที่ผมต้องล้างห้องน้ำ ต้องเช็ดโต๊ะอาหาร ต้องทำครัว พอออกไปอยู่ข้างนอก เขาก็ไม่รู้สึกหนักใจ หรือมีความทุกข์ว่ายากลำบาก อยู่ไม่ได้”

บ้านเด็กชัยพฤกษ์สอนให้เด็กรู้จักปลูกผักเกษตรอินทรีย์ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะนำผลผลิตมารับประทานเองแล้ว ยังสามารถนำไปขายเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้อีกด้วย ซึ่งป้าหมอพร้อมสนับสนุนให้เด็กๆ ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาตรี

หลายคนที่จบการศึกษา จะมีงานดีๆ ทำ และไม่ลืมที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนป้าหมออยู่เสมอๆ เสมือนเป็นแม่ที่เลี้ยงดูตนเองมา ซึ่งความภูมิใจของป้าหมอ ไม่ได้อยู่แค่ว่า เห็นลูกๆ ทุกคนมีอนาคตที่สดใส สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่อยากให้ลูกๆ ทุกคนทำอะไรเพื่อรับใช้สังคมต่อไปด้วย

“จริงๆ ลูกที่เรียนจบ ให้เขาออกไปหาประสบการณ์ชีวิตข้างนอก ให้เขาออกไปรับใช้สังคมข้างนอก คือรับใช้ตัวเองให้ถูกต้องและรับใช้สังคม”

หากถามว่า ความสุขของป้าหมอจากการรับดูแลเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง มารุ่นแล้วรุ่นเล่า 30 กว่าปีแล้ว คืออะไร?

“ป้าคิดว่าเวลาของเราสั้นลงเรื่อยๆ ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นในทุกวันที่ยังมีชีวิตอยู่ ป้าอยากเป็นผู้ให้ ให้ผู้อื่นมีความสุข เพราะการให้ มันทำให้มีความสุขมากกว่าการคอยรับ ป้าเป็นคนให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงเด็ก ให้ทุกคนดูแลเอาใจใส่เด็ก เพราะนั่นคืออนาคตของโลกใบนี้ ถ้าเราดูแลเมล็ดพันธุ์ของเราตั้งแต่เล็กให้ดี เราจะมีแต่มนุษย์ที่น่ารัก ที่รักซึ่งกันและกัน มีแต่จะให้ มีแต่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่”

ป้าหมอ เป็นทั้งแม่ของเด็กกำพร้า และแม่แบบในดวงใจของพี่เลี้ยงเด็ก

“สำหรับป้าหมอเป็นทุกอย่าง เป็นแม่แบบที่ดีมากๆ ในสังคม และตัวเองด้วย เป็นผู้หญิงที่ทำงานไม่รู้จักเหนื่อย เป็นผู้หญิงที่เสียสละมากๆ ทุกอย่างยอมเหนื่อย เพื่อเด็กในสังคม เราทำงานกับคุณหมอมา 20 กว่าปี เราไม่เคยมีความรู้สึกว่าคุณหมอทำให้เรารู้สึกว่าเราโดดเดี่ยว ถึงแม้จะไม่ได้กลับบ้าน แต่คุณหมอทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ มีปัญหาอะไรเราสามารถพูดคุยกับหมอได้ทุกเรื่อง จะช่วยป้าหมอไปเรื่อยๆ อะไรแบ่งเบาได้ จะทำให้ดีที่สุด และดีขึ้นไปเรื่อยๆ” เกศรินทร์ จันทร์คง พี่เลี้ยงเด็ก และผู้จัดการมูลนิธิชัยพฤกษ์

ป้าหมอ พญ.ดร.เคลียวพันธ์ สูรพันธุ์ มีคำแนะนำดีๆ ถึงคุณพ่อคุณแม่และผู้ที่ต้องดูแลเด็กทุกคนด้วยว่า อย่าเลี้ยงลูกหรือเด็กให้อิ่มแต่กาย แต่ต้องให้อิ่มใจควบคู่กันไปด้วย เพราะสุขภาพจิตสำคัญกว่ากายเยอะ

“เวลาเราเข้าไปหาลูกๆ ในห้อง จะหาเด็กโตก่อนเสมอ เพราะเด็กโตจะดูว่า เราเข้าไปหาคนน้องมากกว่าหรือเปล่า ใช้เวลากับคนอื่นมากกว่าหรือเปล่า เด็กยิ่งโต สุขภาพจิตของเขาที่ต้องการให้เติมเต็มความรักก็โตตามตัวเขา อันนี้มักจะโดนลืมจากพ่อแม่ทั่วๆ ไป”

หากท่านใดต้องการมีส่วนร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กๆ บ้านเด็กชัยพฤกษ์ของป้าหมอให้มีอนาคตที่สดใส และเป็นบุคคลคุณภาพที่สามารถรับใช้สังคมในภายภาคหน้า สามารถโอนเงินได้ไปที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขานานาเหนือ ชื่อบัญชี ชัยพฤกษ์ มูลนิธิ เลขที่บัญชี 197-0-134-134

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


กำลังโหลดความคิดเห็น...