xs
xsm
sm
md
lg

“พีรธร เสนีย์วงศ์” จากคนเร่ร่อนใต้สะพาน สู่ผู้นำชุมชนต้นแบบ ใช้ “ขยะ” แทน “เงิน” ซื้อของ-ซื้อหุ้น-ทำประกันชีวิต-ฝากธนาคาร!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่” ที่เป็นชุมชนต้นแบบให้กับหลายจังหวัดของไทย รวมถึงต่างประเทศที่พากันมาดูงาน ไม่น่าเชื่อว่า “พีรธร” ผู้นำชุมชนแห่งนี้ ที่อดีตเป็นคนใช้ชีวิตอยู่ใต้สะพาน จะมีความคิดอ่านผุดโครงการต่างๆ ให้สมาชิกในชุมชนดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงิน แต่ใช้ “ขยะ” แทน






หลายคนอาจมองว่า คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้สะพานทั่วไปในกรุงเทพฯ เป็นคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคมอะไร ชีวิตต้องหาเช้ากินค่ำ อดบ้างอิ่มบ้าง สู้ชีวิตกันไป คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น แต่สำหรับชาวชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ซึ่งสมาชิกในชุมชนล้วนมาจากคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้สะพาน สามารถคิดและทำอะไรได้มากกว่าที่หลายคนคิด แถมยังประสบความสำเร็จ จนเป็นชุมชนต้นแบบให้หลายจังหวัดของไทย รวมถึงต่างประเทศมาดูงาน เพื่อเดินรอยตามบ้าง

“พอดี ปี 36 เขาไล่ไม่ให้พวกผมอยู่ใต้สะพาน เพราะกลัวว่าไม่มีความปลอดภัย และให้ออกไปอยู่ข้างนอก พอมาอยู่ข้างนอก ปัญหาที่ตามมาคือ เราไม่มีที่ แต่วันนั้นเราก็เรียกร้องสิทธิในเรื่องที่อยู่อาศัย จนมาสำเร็จเอาปี 45 ปี 46 มาอยู่ที่นี่แล้ว 46 47 48 มาอยู่ที่นี่” พีรธร เสนีย์วงศ์ ย้อนที่มาของการเปลี่ยนชีวิตจากใต้สะพานมาอยู่ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่

ด้าน “บัวรินทร์ เสนีย์วงศ์” ภรรยาคุณพีรธร ยอมรับว่า ชีวิตช่วงแรกในชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ลำบากยิ่งกว่าอยู่ใต้สะพาน

“เมื่อก่อนเป็นแม่บ้านอยู่ตามโรงพยาบาลแถวสุขุมวิท พอขึ้นจากใต้สะพาน เมื่อก่อนอยู่ใต้สะพานก็ว่ายากลำบาก ขึ้นมาอยู่ตรงนี้ ยิ่งยากลำบากกว่าใต้สะพานอีก พอเราขึ้นมาอยู่ข้างบน เราต้องดิ้นรนหาค่าน้ำ ค่าไฟ หาข้าวประทังชีวิตแต่ละวัน เราขึ้นจากใต้สะพานมาอยู่ตรงนี้ เราก็ไม่มีอาชีพ จะกลับไปทำงานที่เดิม มันก็ไกล ลูกก็ยังเล็ก เราก็จะเอาอย่างไรดี ชาวบ้านบางคนก็ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำ น้ำประปาก็ไม่มี ไฟก็ไม่มี มีบ้านเดียวไฟสำรอง แล้วก็แจกจ่ายกันใช้”

“พีรธร” ได้ไอเดียทำ “ร้าน 0 บาท” ใช้ขยะแทนเงิน

“มีอยู่วัน ผมขี่รถซาเล้งไป ทุกคนที่มาตลาดนัด ต้องมีอะไรที่เหมือนกัน ต้องมีเงิน (ถาม-ต้องเอาเงินมาซื้อของ?) ถ้าเราไม่มีเงิน เราจะแก้ปัญหาอย่างไร นั่นคือที่มาของร้าน 0 บาท โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ไม่ใช่แค่ร้าน 0 บาท มันมี 4 โครงการ ใช้เวลาเกือบ 15 ปี (ถาม-มีโครงการอะไรบ้าง?) 1.ขยะที่บ้านคุณเอามาที่ร้าน 0 บาท 2.ขยะที่บ้านคุณนำมาประกันชีวิตได้ 3.เรามีธนาคาร ถ้าเราไปข้างนอก ทุกคนก็เห็นธนาคาร ต้องใช้เงินฝาก แต่ที่นี่เราใช้ขยะฝาก 4.เราจะเห็นรถกับข้าววิ่งมาในชุมชน ทุกคนต้องใช้เงินซื้อ แต่เรามีพื้นที่ว่าง ทุกคนไม่ต้องใช้เงิน (ถาม-พื้นที่ไว้ทำอะไร?) ปลูกผัก ปลูกอะไรต่างๆ ผักปลอดสารพิษ เลี้ยงสัตว์ ทุกคนก็เอาขยะมาแลกไปเหมือนกัน”

ขยะไม่เพียงใช้แลกซื้อสิ่งของแทนเงินได้ที่ร้าน 0 บาท แต่ขยะยังใช้ทำ “ประกันชีวิต” ได้ด้วย

“ง่ายๆ เดือนหนึ่งมี 30 วัน เราขอวันละ 1 บาท แต่ทุกคนไม่ต้องเอาเงินมา เอาขยะที่มีมูลค่า 1 บาท เอามาทำประกันชีวิต จริงๆ มีอยู่ 4 อัน ถ้าทำประกันชีวิตด้วยขยะ 1.ไปนอนโรงพยาบาล เราให้คืนละ 200 บาท 2.ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล เราให้ข้าวสารเดือนละ 5 โล 3.เด็กนักเรียนเรียนดี เราให้เทอมละ 500 บาท อีกอันสำคัญที่สุด เวลาไปหาหมอ รัฐบาลจ่ายหมดก็จริง แต่มีสิ่งหนึ่งต้องจ่ายคือ ยานอกบัญชี ถ้าหมอเขียนมา 500 บาท กลุ่มออกให้ 250 บาท และอีกอันสำคัญที่สุดเลย เวลาตาย ป่อเต็กตึ๊งบ้าง ไปขอโลง มูลนิธิต่างๆ ที่วัดบ้าง ผมว่ามันเสียศักดิ์ศรี (ถาม-แล้วทำอย่างไร?) ง่ายๆ ตายปุ๊บ เราให้โลง 1 ใบ เป็นเจ้าภาพ 1 คืน มีพวงหรีดด้วย ของชำร่วยชาวบ้านทำเอง ก่อนตายอยากกินอะไร กินได้ไม่เกิน 200 บาท” พีรธร เสนีย์วงศ์ ผู้ริเริ่มโครงการร้าน 0 บาท แจกแจงผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตด้วยขยะ

ไม่ต้องมีเงิน ก็ใช้ขยะฝาก “ธนาคารขยะ” ได้

“นี่เป็นธนาคารขยะนะ ให้เอาขยะมาฝากเหมือนกัน ฝากแล้วได้อะไร? บางคนฝากไว้ ต้องขาย ได้ 100 ก็เอาเงินไปเลย และอีก 5 บาท เราฝากธนาคารให้ เพื่อเวลาเขาไม่มีเงิน เขามาเบิกไปซื้อถุงเท้าได้ ให้ดอกเบี้ยเลย 5 บาท ส่วนดอกเบี้ยก็จะอยู่ตรงนี้ พอต้องการเงินไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เขาก็เอาไปเลย ก็สมทบไว้ในกลุ่มนี้ ทางกลุ่มช่วยออม พอถึงสิ้นปี เขาได้ 200-300 เขาไม่มีเงินไปซื้อถุงเท้า ซื้ออุปกรณ์การเรียนให้ลูก ก็มาถอนเงินส่วนนี้ไป เงินทุนนี้ เด็กเรียนดี ไม่เกเร ให้เลยเทอมละ 500 บาท ให้ไปเลยฟรีๆ ได้ 2.5 เอาใบนี้มา และขยันไปโรงเรียน อย่างเด็กด้อยโอกาส ไม่มีเงินไปโรงเรียน เช้ามา ก็มาเอาไป 20 บาท เย็นมารดน้ำผัก ทางกลุ่มก็ให้ อย่างสมคิด เขาอยากไปโรงเรียน ไม่มีเงิน แม่เขาพิการทางสมอง เขาอยากเรียน เราก็ไปติดต่อโรงเรียนให้ ให้ไปโรงเรียน ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว ก็ไปอยู่ข้างนอก”

15 ปี ที่คุณพีรธรทำร้าน 0 บาทมา มีสมาชิกในชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 80-90 ครอบครัว

บริหารจัดการร้าน 0 บาทอย่างไร? สมาชิกในชุมชนจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร?

“ก็ง่ายๆ เราได้ระดมทุน ทุนนี้มาจากไหน? คือการระดมหุ้น หุ้นละ 100 บาท ทุกคนไม่ต้องเอาเงินมา เอาขยะที่มีมูลค่า 100 บาทมาลงหุ้น วิธีการก็ง่ายๆ เมื่อเราเอาขยะมาลงหุ้นครบ 100 บาท ก็จะได้หุ้น ทุกคนก็จะถาม ธร ฉันลงหุ้นแล้วฉันได้อะไร? 1.ประมาณ 6 เดือน เราจะปันผลคืนให้สมาชิก หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดใน 6 เดือนแล้ว กำไร 100% แบ่งเป็น 4-5 ส่วน 5% แรกคือค่าหุ้นของเรา 15% หลัง พี่ก็เอาขยะมาแลก ได้อีก 15% อีก 20% ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการ 9 คน เหลืออีก 50% นำไปสู่การพัฒนา ไม่ว่าตัวอาคาร ทำโน่นทำนี่ จากเล็กๆ ค่อยๆ ขยาย จนถึงที่เห็นทุกวันนี้”

“(ถาม-เงินปันผลออกมาเป็นเงิน?) เป็นเงิน (ถาม-นี่เรียกว่า ขยะแปรเป็นเงิน?) ใช่ บางคนมีหุ้นอยู่ 100 เขาบอกไม่เอาเงินนะ สะสมเป็นหุ้นไปเลย (ถาม-แล้วของในร้าน มีน้ำอัดลม แฟ้บ ฯลฯ เอารายได้จากไหนมาซื้อ?) จากหุ้น ที่ลงทุนในเบื้องต้น (ถาม-คือคนเอาขยะมาแลก เราก็เอาขยะไปขาย?) กำไรมาจาก 3 ส่วน 1.วันนี้พี่อยากได้มาม่า 1 ห่อ พี่ก็ไปเอาขยะมา สมมุติว่าเหล็กโลละ 3 บาท 2 โล 6 บาท พี่ได้มาม่าไป 1 ห่อ แต่พอผมเอาเหล็กนั้นไปขาย โลละประมาณ 9 บาท ส่วนต่าง 3 บาท ส่วนต่างมาม่าอีก 1 บาท เป็น 4 บาท กำไรมาจาก 3 ส่วน 1.ขยะที่เราไปขาย 2.กำไรจากสินค้าที่ขายในร้าน 3.จากการขายผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลจากขยะ”


“ขยะ” ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนในชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ให้ดีขึ้นจริง

“ป้าเก็บขยะตั้งแต่อยู่ใต้สะพาน มาอยู่ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ก็มารวมกลุ่มกันเป็นรุ่น 2 รุ่นแรกคุณพีรธร 3 คน คุณพีรธรชวนให้เข้ากลุ่ม ตอนนั้นป้าลำบากมาก ไม่มีตังค์ ไม่รู้จักใครเลย คุณพีรธรบอกว่ามารวมกลุ่มกันมั้ย ตอนนั้นคุณพีรธรเป็นสหกรณ์เล็กๆ ป้าก็ไปเชื่อใครไม่ได้ ใครก็ไม่ให้เชื่อ ป้าก็ไปร่วมกับคุณพีรธร ชีวิตเราก็เปลี่ยน ดีขึ้น เราไม่ต้องใช้สตางค์ ใช้ขยะขับเคลื่อน ไม่ต้องใช้เงิน ลดค่าครองชีพได้” สมพร โหงวลิ้น กรรมการชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ดีใจได้ร่วมขับเคลื่อนชีวิตด้วยขยะ

คุณพีรธรและภรรยาไม่เพียงทำร้าน 0 บาท เพื่อคนในชุมชน แต่ยังทำโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนด้วย ไม่เท่านั้น เขายังปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กในชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น ฝึกการแยกขยะ ทำวัสดุรีไซเคิลจากขยะ นอกจากช่วยให้เด็กมีรายได้จุนเจือครอบครัวแล้ว ยังเป็นการดึงเด็กให้ห่างไกลจากอบายมุขได้อีกด้วย

“พีรธร” จากคนเร่ร่อนใช้ชีวิตใต้สะพาน สู่ผู้นำชุมชนที่ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อให้คนในชุมชนอยู่รอดและมีรายได้ เขาได้แรงบันดาลใจจากไหนในการทำเพื่อชุมชน?

“ผมเห็นพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นนักปราชญ์อย่างดีที่สุด จัดการสิ่งแวดล้อมสุดยอดมาก ท่านสอนด้วยวิธีง่ายๆ และทุกคนสามารถเอาไปปฏิบัติได้ สิ่งที่เราเห็นง่ายๆ เรื่องการใช้รองเท้าของท่าน รองพระบาทของท่าน ท่านใช้แล้ว ซ่อมแล้วซ่อมอีก ใช้จนสึก ส่วนที่สอง เรื่องยาสีฟัน ท่านใช้จนหมดหลอด หรือดินสอ ท่านใช้จนหมดเหมือนกัน เป็นแบบอย่างง่ายๆ ทุกชุมชนทั่วประเทศสามารถไปปฏิบัติได้ง่ายๆ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง”

“(ถาม-ที่พี่ทำนี่เป็นแบบอย่างของสังคมเลย มีใครเรียนรู้วิธีการทำกับพี่ไหม?) มีเยอะเลย ตอนนี้เกือบทุกจังหวัดมั้ง ภาคใต้ก็ยะลา ปัตตานี ล่าสุด อ.บาเจาะ จะมาอีกแล้ว ตอนนี้เรามีเครือข่ายเยอะแยะเลย ร้าน 0 บาท ภาคใต้มี จ.สตูล หรือ อ.ควนโดน มี จ.น่าน จ.เชียงราย ของท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี ก็มี (ถาม-ได้ข่าวว่า ต่างประเทศก็มา?) มาดูงานเยอะเลย วันที่ 1 ก.พ.นี้มาอีก 12 ประเทศ ประมาณ 40 กว่าคน มีลาว จีน มองโกเลีย เขาจองคิวไว้แล้ว”


ภูมิใจ จากคนไม่มีอะไร แต่สามารถทำอะไรให้คนอื่นนำไปใช้ได้

“ถ้าพูดถึความภูมิใจ อย่างน้อยเกือบ 20-30 เครือข่ายแล้วนะที่เอาไปใช้ มันทำให้ผมมีกำลังใจสู้ต่อ ดีใจ ภูมิใจ เราเป็นคนไม่มีอะไร แต่เขาสามารถเอาไปทำอะไรได้ สุดยอดที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆ มีคนต่อยอดแล้วล่ะ”

“หลายชุมชนทั่วประเทศ ถ้าได้ดูรายการนี้ ผมอยากให้ทำ ไปหาแหล่งทุนตัวเองให้เจอ ถ้าที่นี่ใช้ชยะขับเคลื่อน ตั้งแต่ประกันชีวิต ร้าน 0 บาท สวนเกษตร ธนาคาร ที่นี่ใช้ขยะขับเคลื่อนทั้งหมด ผมเชื่อว่า ถ้าชุมชนไปหาแหล่งทุนตัวเองให้เจอ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ถือว่าสุดยอดที่สุด”


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos




กำลังโหลดความคิดเห็น...