xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : นักวิชาการฟันธง! ลุงตู่ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย แต่....

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน นักวิชาการฟันธง! ลุงตู่ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย แต่.... ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561



ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งว่ากันตามโรดแม๊ปก็คือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องงัดทุกอย่างที่มีมาใช้สู้ศึกในสนามเลือกตั้งกันอย่างเต็มที่ มีการแบ่งฝ่ายไว้เป็น 3 ก๊กคือก๊กที่หนุน คสช.กับก๊กที่ไม่เอาคสช.และก๊กที่3คือก๊กที่รอเสียบเป็นรัฐบาล แต่ครั้งนี้จะพูดถึงเฉพาะก๊กหนุนคสช.กับก๊กไม่เอาคสช.ซึ่งก็คือฝั่งเพื่อไทยนั่นเอง สำหรับก๊กของ คสช.ได้วางหมากกลผ่านกฎหมายไว้หลายซับหลายซ้อน ทั้งกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมือง จึงน่าจะช่วงชิงความได้เปรียบได้ไม่น้อย ขณะที่เพื่อไทยก็ได้คิดค้นกลยุทธ์มาแก้เกมส์ไว้ทุกทางเช่นกัน แต่หากประเมินจากคะแนนนิยมของทั้งสองก๊กแล้ว หลายฝ่ายยังเห็นว่าฝั่งเพื่อไทย ยังเหนือกว่าฝ่ายที่สนับสนุน คสช.อยู่

ความเห็นของ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม นิด้า ชี้ว่า แม้ผลการสำรวจจะพบว่าเพื่อไทยยังคงมีคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่งและเมื่อรวมกับพรรคพันธมิตรแล้วก็มีเสียงมากพอที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ฝ่ายคสช.ก็ได้เตรียมหมัดน็อกไว้สกัดในขั้นสุดท้ายเช่นกัน โดยให้ สว. 250 เสียง ที่ คสช.แต่งตั้ง ร่วมกับ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 120 เสียง โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่เพื่อไทยแม้จะได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่สามารถมีเสียงข้างมากในรัฐสภา เมื่อนายกฯ ที่เพื่อไทยเสนอชื่อไม่ได้รับเลือก ก็ทำให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลไม่ได้

ดังนั้นฟันธงได้เลยว่าพรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน แต่ได้เป็นรัฐบาลแล้วก็คงไม่สามารถบริหารงานได้ เพราะเพื่อไทยที่มี ส.ส. ในสภามากกว่าย่อมไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นแค่เริ่มการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ ก็ไม่ผ่านสภาแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องยุบสภา!!

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นนายกฯ แต่หากเป็นพรรคเสียงข้างน้อยก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะหากเสียงส่วนใหญ่ในสภาไม่ยกมือสนับสนุนร่างกฎหมายต่างๆ รัฐบาลก็ทำงานไม่ได้ ที่สำคัญการใช้อำนาจ ส.ว.ที่ คสช.ตั้งขึ้นเองกับมือมาผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นสู่อำนาจอีกครั้ง โดยไม่สนใจความต้องการของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งก็อาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงเหมือนเมื่อครั้งพฤษภาทมิฬได้

ในส่วนพรรคเพื่อไทยที่ใช้กลยุทธ์กระจายพรรคออกไปตั้งพรรคไทยรักษาชาติเพื่อเก็บคะแนนเสียงในส่วนของบัญชีรายชื่อนั้น หรือที่ตอนนี้มีสำนวนใหม่ว่า “แตกแบ๊งค์พัน”นับเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง เพราะจะช่วยแก้ปัญหาการเสียโอกาสจากการเลือกตั้งระบบใหม่ อีกทั้งทำให้แรงกดดันในพรรคลดลงเพราะมีที่นั่งให้ว่าที่ ส.ส.มากขึ้น คนที่สนใจร่วมงานกับพรรคมีโอกาสเข้ามาทำงานมากขึ้น หรือในกรณีที่เพื่อไทยถูกยุบพรรค สมาชิกที่ย้ายไปพรรคอื่นแล้วก็จะไม่ได้รับผลกระทบ

เมื่อมองภาพรวมในตอนนี้ก็ต้องบอกว่า ฝั่งเพื่อไทยยังถือไพ่เหนือกว่า แต่เรื่องการเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้น ยังต้องมองกันอีกยาว ๆ ว่าแต่ว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้าจะได้กากบาทหรือเปล่า ยังไม่แน่ใจ?

ทีมข่าวลึกทันใจ รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...