xs
xsm
sm
md
lg

“น้องบูม”เหยื่อไฟใต้ หน้าผิดรูป สูญเสียหู-ตา 1 ข้าง ยังสู้ชีวิตทำเบเกอรี่ขายช่วยครอบครัว!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “น้องบูม” หนุ่มปัตตานี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิดไม่เพียงทำให้รูปลักษณ์เขาเปลี่ยน แต่ยังบั่นทอนการมองเห็น-การได้ยิน-การใช้แขน แต่เขาก็ไม่ท้อ เดินหน้าทำสิ่งที่รัก-หารายได้เลี้ยงครอบครัว



สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ส่งผลให้เกิดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ไม่เท่านั้น ยังทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบอีกจำนวนไม่น้อย โครงการ รวมหัวใจไปให้สุดที่แดนใต้ ที่ริเริ่มโดย สัณณ์ชัย เองตระกูล (เป๊ก) ร่วมกับสภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ไม่ต้องการให้ผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเด็กๆ ต้องต่อสู้กับความยากลำบากเพียงลำพัง จึงได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน-ขี่เจ็ตสกีไปยัง จังหวัดยะลาและนราธิวาส เพื่อระดมเงินบริจาคช่วยเหลือเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“15 ปีผ่านไป เกิดเหตุการณ์ที่เราไม่พึงประสงค์เลยในแผ่นดินของเรา เกือบ 1.7 หมื่นครั้งโดยประมาณ เราเสียพี่น้องร่วมชาติไปประมาณ 5,000 เศษๆ ประมาณ 5,050 คน บาดเจ็บไปประมาณ 10,500 บางครอบครัวสูญเสียภรรยา เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวอีกประมาณ 3,000 ราย”
พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เผยตัวเลขความสูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ตัวเลขเหล่านี้

ศอ.บต.คอยประสาน-ดูแล-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

“คำว่าเยียวยา ศอ.บต.ก็ต้องดูแลคนเหล่านี้ ให้มีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เขาพึงจะเป็น และรัฐพึงจะกระทำได้ เราทอดทิ้งใครไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำว่าเยียวยา ส่วนที่ 1 คือ เมื่อเกิดเหตุ มีคนเสียชีวิต เราเชื่อว่าไม่เกิน 1-2 ชม.เจ้าหน้าที่จะไปถึง ...รัฐต้องช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นตัวเงินทันที ประมาณ 5 แสนบาทกรณีที่เสียชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยต้องเข้าไปเพื่อให้คนที่สูญเสียเกิดความรู้สึกว่า เขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ...สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อเวลาผ่านไป ลูกเขาต้องได้รับการศึกษา ซึ่งรัฐต้องส่งเสียจนจบปริญญาตรี...”

“กรณีที่บาดเจ็บหรือพิการ หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง อันนี้เราต้องดูแลตลอดเลย ถามว่าใครบ้างต้องดูแล กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมีเงินที่ต้องเยียวยาเป็นรายเดือนรายปี กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดูแล การเปลี่ยนอุปกรณ์ในร่างกาย ขาเทียม แขนเทียม ก็ต้องเข้าไปดูแล”


ปริภัทร กูลณรงค์ หรือบูม อายุ 28 ปี คือหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุไม่สงบที่ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงพระขณะบิณฑบาตเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2557 ใน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ส่งผลให้พระมรณภาพ 1 รูป มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก

“เขาออกไปกัน 14 คน คือบางคนใส่(บาตร) แล้วก็กลับ ก็ยังเหลืออยู่ ตอนนั้นเหมือนกับว่ารอรับพร ที่พระนั่งอยู่ ก็เกิดเหตุการณ์ มีวัยรุ่นหรือไง ขี่มอเตอร์ไซค์มา ใช้ปืนยิงรัว กราดยิงเลย ...น้องบูมอาการหนักกว่าเพื่อน หมดสภาพ แขนนี่ข้อศอกนี่หลุดไปเลย และโดนที่หลังท้ายทอย รูเบ้อเร่อเลย เลือดไหลไม่หยุด เขาก็ไม่รู้สึกตัวเลยตอนนั้น ทุกคนก็ได้รับการนำส่ง รพ.แม่ลาน และ รพ.แม่ลานนำส่ง รพ.ยะลา แต่น้องบูมอาการสาหัสกว่าเพื่อน ตอนนั้นหมอบอก ขอเจอญาติเพื่อจะให้ตัดสินใจว่าจะให้ส่ง-ไม่ส่ง คือเหลือ 5% ขณะเดินทางจาก รพ.ยะลาไป รพ.ปัตตานี คืออาจจะเสียบนรถ” ชนิดา ช่วยจำแนก ยายน้องบูม เล่าเหตุการณ์วันที่หลานโดนระเบิดให้ฟัง

หลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานเป็นสัปดาห์ อาการหลานก็ยังไม่ดีขึ้น

“บอกว่า บูม นี่ยายนะ(เสียงสั่นเครือ) ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยายจะรักษาบูมให้หาย ถ้าบูมมีความรู้สึก ถ้าบูมรับรู้ ให้กำมือยาย เขาก็กระดุกนิ้วมือ แต่คนที่เข็นเปลบอกว่า เขาไม่มีชีวิตแล้ว ตอนอยู่ในลิฟท์ที่พาขึ้น เขาไม่รู้สึกตัวแล้ว เขาบอกให้ยายกอดเขา ยายก็กอดกับกำมือเขาไว้แน่นตลอดเวลา ถ้าปล่อย เดี๋ยวเขาจะไม่หายใจ ...ขอให้เขารอด เขาเป็นคนใจบุญ ทำบุญมาเยอะ”

ในที่สุด อาการน้องบูมเริ่มตอบสนองต่อการรักษา และหลังจากหลานรู้สึกตัว ยายได้พยายามพูดเพื่อให้หลานมีกำลังใจ

“สอนเขาว่า ลูกอย่าคิดว่าลูกเจ็บ ไม่งั้นลูกจะยิ่งเจ็บ บอกว่าลูกไม่เจ็บนะ ไม่เจ็บ ให้ท่องไว้แบบนี้ ไม่เจ็บนะ ...ถ้าเราปล่อยให้เขาเจ็บ เขาจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว”

“เขาบอกว่ามีกระสุนฝัง เอาออกไม่ได้ เพราะมันเฉี่ยวเส้นประสาทนิดเดียว เอาออกไม่ได้ มันจะทะลุไปถึงสมอง ผลกระทบในส่วนนี้ ทำให้ความจำเขาจำไม่ค่อยหมด เหมือนมันทำลายซีกนั้น ถ้าเห็นแผลตอนนั้น มันใหญ่มากๆ สามารถมองลึกเข้าไปถึงข้างในได้เลย น่ากลัวมากๆ เท่าลูกหมาก ประมาณ 2 อาทิตย์ หมอเอาเนื้อไปปิดรูตรงนั้น หลังจากนั้นหมอบอกว่า หากระดูกตรงข้อศอกไม่เจอ ทำให้เขาไม่สามารถพับงอได้ มือก็เหมือนใช้การไม่ได้”


4 ปีผ่านไป แม้บาดแผลจะหาย แต่ร่างกายน้องบูมไม่ปกติเหมือนเดิม

“แขนขวายืดได้ 90 องศา ยืดได้ไม่สุด ไม่ค่อยมีแรง ต้องใช้มือซ้ายทำงาน ตาเสียข้างหนึ่ง ตาขวามองไม่เห็น 100% หูขวาไม่ได้ยิน ใบหน้าผิดรูป เบี้ยวอยู่ข้างหนึ่ง” ปริภัทร กูลณรงค์ (น้องบูม) พูดถึงผลกระทบทางร่างกายจากเหตุระเบิด

ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เปลี่ยนไป แต่รวมถึงสภาพจิตใจ ซึ่งน้องบูมยอมรับว่า ยังไม่สามารถสลัดความกลัวทิ้งไปได้หลังประสบเหตุระเบิดในวันนั้น อย่างไรก็ตาม น้องบูมไม่ยอมแพ้หรือท้อต่อชีวิต และไม่เคยคิดนอนรอความช่วยเหลือ แต่คิดว่า ต้องลุกขึ้นมาทำสิ่งที่พอช่วยเหลือครอบครัวได้ นั่นก็คือ การทำขนมปัง ทำเบเกอรี่ขาย

“ทำเบเกอรี่ขาย ทำมาตั้งแต่เรียนจบมาตอนอายุ 23 …(ถาม-เริ่มต้นเรียนรู้จากที่ไหน?) ส่วนมากดูในยูทูบ และซื้อหนังสือมาดู มาดัดแปลง และลองทำ (ถาม-ใช้เวลาเรียนรู้นานไหมกว่าจะเข้าที่?) ได้ไปเรียน ได้รู้ขั้นตอนในการปรุงของแต่ละสูตร (ถาม-ทำเสร็จแล้วไปขายที่ไหน?) ขายแถวบ้านนี่ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปขาย ส่งตามบ้าน”

"(ถาม-สิ่งที่ทำให้เรามีกำลังลุกขึ้นมาสานฝันต่อ?) ต้องช่วยพ่อแม่ (ถาม-ทำไมคิดว่าต้องช่วยพ่อแม่ ทั้งที่เราก็ไม่ได้สมประกอบหรือสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อน?) เพราะในครอบครัว พ่อแม่มีลูก 2 คนเอง และผมก็เป็นคนโต (ถาม-เคยคิดว่า เราต้องรอความช่วยเหลือ ต้องได้รับความช่วยเหลือ เราถึงออกไปสู้ไหม?) ไม่ ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง"


ยาย ย้ำ “กำลังใจ” สำคัญที่สุดต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบ ชี้ร่างกายซ่อมได้ แต่จิตใจซ่อมยาก

“เราทุกคนต้องให้กำลังใจเขา ในส่วนที่เขาช่วยตัวเองไม่ได้ เราก็จะช่วย ...และสิ่งสำคัญที่สุดคือ กำลังใจ ทางภาครัฐให้การสนับสนุน ถ้าคนที่ไม่อยู่ในจุดนี้จะไม่รู้ว่า ความที่เขาได้รับผลกระทบ มันเจ็บลึกลงไปแค่ไหน มันต้องฟื้นฟูแบบชนิดที่ว่า ต้องใช้ความพยายามมาก และประกอบกับสิ่งแวดล้อม บุคคล ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะต้องช่วยเขา คือคนเราเมื่อเสียในจุดนี้แล้ว จิตใจมันยากมากที่สุด ร่างกายมันสามารถซ่อมแซมได้ แต่จิตใจซ่อมยาก”

“เราต้องให้กำลังใจเขาทุกวัน เมื่อไหร่เขาท้อ เราก็ต้องบอกเขาว่า คนอื่นที่เขาพิการมากกว่าเรา เขายังช่วยตัวเองได้ เรามือไม้เรายังมี สมองเรายังมี ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ และไม่สมประกอบเหมือนคนอื่น แต่เราก็ยังมีมากกว่าคนอื่นที่เขาด้อยโอกาสกว่าเรา ให้มองคนที่เขาลำบากมากกว่าเรา เขาก็สามารถอยู่ได้”


หากท่านใดต้องการมีส่วนร่วมช่วยเหลือน้องๆ เด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถร่วมบริจาคได้ ผ่านบัญชี ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี รวมหัวใจไปให้สุด ที่แดนใต้ "สภาสังคมสงเคราะห์" เลขที่บัญชี 020-24688504-8
หรือบริจาคผ่านระบบ SMS พิมพ์ T (ทุกเครือข่าย) ส่งไปที่ 4899503 บริจาค 50 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ( IPM ช่อง 64 / PSI ช่อง 211 )

รับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/ หรือยูทูบ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


กำลังโหลดความคิดเห็น...