xs
xsm
sm
md
lg

“แม่แอ๊ว-พ่อเปี๊ยก” กับ 39 ปี “โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก” ที่ให้ทั้งความรัก-ความสุข-เสรีภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561 พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก” ที่ไม่เพียงเป็นโรงเรียนทางเลือกที่ให้ชีวิตใหม่แก่เด็กๆ ที่ยากจน-เด็กกำพร้าหรือเด็กถูกทารุณกรรม แต่ยังเป็นโรงเรียนที่ให้ทั้งความรัก-ความอบอุ่น-ความสุขและเสรีภาพแก่เด็กๆ อีกด้วย



โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ของมูลนิธิเด็ก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มี ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก เป็นเจ้าของโรงเรียน มี อ.พิภพ ธงไชย หรือพ่อเปี๊ยก เป็นผู้ก่อตั้ง และมี อ.รัชนี ธงไชย หรือแม่แอ๊ว ภรรยา อ.พิภพ เป็นผู้อำนวยการ

39 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ที่นี่ไม่เพียงเป็นโรงเรียนทางเลือกที่ให้เสรีภาพแก่เด็ก แต่ยังช่วยให้ชีวิตใหม่ให้อนาคตที่สดใสแก่เด็กยากจนที่ประสบปัญหาครอบครัวด้วย

“โรงเรียนหมู่บ้านเด็กตั้งปี 2522 ด้วยแนวคิดที่เราอยากทำโรงเรียนสมัยใหม่ที่ให้เสรีภาพ ให้การปกครองตนเอง และให้เด็กเรียนตามสบาย การให้เด็กเรียนตามสบายเพื่อมุ่งให้เด็กปลดปล่อยตัวเองก่อน เพราะเด็กที่เรารับมา เป็นเด็กยากจนและถูกทารุณกรรม เราอยากรู้ว่า ความยากจนและถูกทารุณกรรมก่อให้เกิดความประพฤติหรือนิสัยอย่างไร แทนที่เราจะไปกดเด็กไม่ให้แสดงออกในสิ่งที่ถูกเลี้ยงดูมาไม่ถูกต้อง เราก็ให้เสรีภาพ เสรีภาพจะทำให้เด็กกล้าแสดงออก" อ.พิภพเผยแนวคิดหลักการดูแลเด็กในโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้ นอกจากใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังมีหลักสูตรของทางโรงเรียนเอง ที่เน้นเรียนเรื่องใกล้ตัว ก่อนไปหาเรื่องไกลตัว เช่น ต้องเรียนรู้สิ่งที่อยู่ในชุมชนก่อน นอกจากนี้สิ่งที่เด็กจะได้เรียน ไม่ได้มีเฉพาะภาควิชาการ แต่ยังมีวิชาชีพด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับความสนใจของเด็กด้วย เช่น ศิลปะประดิษฐ์, งานบาติกและมัดย้อม ฯลฯ

ปัจจุบัน โรงเรียนหมู่บ้านเด็กเปิดสอนเด็กตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 รวมทั้งมีศูนย์การเรียนรู้ระดับ ม.1-ม.3 หากเด็กคนใดมีความสามารถเรียนถึงระดับปริญญาตรี ทางโรงเรียนก็พร้อมให้การสนับสนุน

“เราให้บรรยากาศที่มีความรัก เสรีภาพ และการปกครองตนเอง แม่คิดว่าอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก 4 ประการ เอามาใช้ได้เลย ที่หมู่บ้านเด็กเราเอามายึดเป็นหลักในการทำงาน 1.การมีชีวิตอยู่รอด ด้วยความรัก อบอุ่น ไม่ใช่แค่ปัจจัยสี่ 2.การได้รับการพัฒนา คือการได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ ไม่ใช่ศึกษาในห้องเรียน แต่เป็นการเรียนรู้ที่แวดล้อมด้วยกัลยาณมิตร ที่ชี้ทางที่ถูกต้องให้เขา ในการสร้างเขาให้เป็นมนุษย์ที่ดีของสังคม โลกด้วย 3.การคุ้มครองเด็ก ไม่ใช่แต่มีกฎหมาย แต่ต้องมีคนดูแลที่มีจิตวิญญาณที่จะมาคุ้มครองเขาด้วย ให้เขารู้สึกปลอดภัย 4.การมีส่วนร่วม เขาต้องมีส่วนร่วมว่า หนูอยากกินแบบนี้ หนูอยากทำอย่างนี้ตั้งแต่วัยเด็ก ถ้าเราห้ามเขา แล้วไปปล่อยให้ทำตอนโต มันหมดแล้ว ความใฝ่รู้มันหมดแล้วค่ะ" แม่แอ๊ว อ.รัชนี ธงไชย เผยสิ่งที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กให้กับเด็กทุกคนที่นี่

โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ไม่เพียงให้เสรีภาพเด็กได้แสดงออกในเรื่องต่างๆ แต่ยังเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการปกครองตนเองผ่าน "สภาโรงเรียน" ด้วย

“มีคณะกรรมการลูกขุน เลขาฯ ทำหน้าที่เหมือนศาล รับเรื่องใครผิดกฏ คณะกรรมการจะพิจารณาโดยการสอบสวน และลงโทษ นี่วาระที่ 1 คณะกรรมการก็จะมาชี้แจงว่าใครผิดอะไรบ้าง ถ้าคนผิดรู้สึกว่าลงโทษแรงไป ก็อุทธรณ์ได้ วาระที่ 2 คณะกรรมการลูกขุน ก็มาฟ้องกันในนี้เลย พวกนี้ก็เป็นพยานว่าใครทำอะไรที่ไหน ใครผิดใครอะไร ก็ร่วมกันลงโทษ โดยผ่านการโหวตจากสภา วาระที่ 3 ออกกฏหมายกันเอง” แม่แอ๊วอธิบายการทำงานของสภาโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

“เด็กที่นี่เป็นร้อย เราอยู่กันอย่างไร เราก็ต้องตกลงกติกา เราต้องออกกฏ ครูก็ต้องปฏิบัติตาม เรามีกฎอันหนึ่ง สิ่งที่เป็นอันตราย ทำไม่ได้ เช่น ปีนต้นไม้ หรือว่ายน้ำไม่แข็ง สภาจะออกหรือไม่ออกเป็นกฎหมาย แต่โรงเรียนต้องมีกฏตัวนี้ การละเมิดทางเพศ ทำไม่ได้ กฏนอกนั้นที่อ่อนลงมา ให้สภากับครูเป็นคนออก อยู่ด้วยกัน ย่อมมีการทะเลาะกัน สภาก็เป็นผู้ตัดสินว่าจะลงโทษอย่างไร ลงโทษก็ไม่รุนแรง อดอาหารนี่ไม่ให้มีแน่ อาจอดขนม อดไปเที่ยวข้างนอก อดดูทีวี ไม่มีตี เพราะเด็กพวกนี้ถูกตีมาส่วนใหญ่ เพราะพ่อแม่ไทยชอบตีลูกอยู่แล้ว” อ.พิภพย้ำ การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก จำเป็นต้องมีกฏของการอยู่ร่วมกัน

39 ปีที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กให้การอุปถัมภ์ เลี้ยงดู และให้การศึกษาเด็กยากจนและด้อยโอกาส ทำหน้าที่ทั้งครูผู้สอนวิชา และเป็นทั้งพ่อแม่ให้เด็กๆ เหล่านี้มีครอบครัวที่อบอุ่น ทำให้เด็กหลายคนที่จบจากที่นี่ไป เลือกที่จะกลับมาเป็นครูที่นี่ มิใช่เพื่อทดแทนคุณของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กเพียงอย่างเดียว แต่อยากเปลี่ยนฐานะจาก “ผู้รับ” เป็น “ผู้ให้” เด็กรุ่นหลังบ้าง

“ผมพูดตรงๆ ประทับใจแม่แอ๊ว พ่อเปี๊ยก ที่สร้างโรงเรียนแบบนี้เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสได้มาอยู่ร่วมกัน โรงเรียนหมู่บ้านเด็กมีความสำคัญกับผมมาก ถ้าเกิดไม่มีโรงเรียนแห่งนี้ ชีวิตผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงจุดไหน เพราะผมกำพร้าตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีพ่อแม่ ไม่รู้รากเหง้าตัวเองด้วยซ้ำมาจากตรงไหน โรงเรียนหมู่บ้านเด็กทำให้ผมมีชีวิตใหม่ขึ้นมา ได้มีการศึกษา มีที่อยู่ มีพ่อแม่พี่น้อง เหมือนสร้างเป็นครอบครัวใหม่ เหมือนชุบชีวิตผมขึ้นมาเลย ให้โอกาสหลายอย่าง ในเรื่องการเรียน การทำงาน ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ผมผูกพันกับแม่ๆ ที่นี่เปรียบเหมือนครอบครัวผม ...จบมาปุ๊บ ผมกลับมาช่วยครอบครัว มาช่วยดูแลน้องๆ คิดแบบนี้เลย จบมา ต้องกลับมาตอบแทนบุญคุญ เพราะเขาช่วยเหลือเรามา” เกษม แสนสุข ผู้ที่เคยใช้ชีวิตในโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ปัจจุบันเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

“แต่ก่อนเป็นผู้รับ ก็คิดว่าเราโชคดี เราเคยเรียนโรงเรียนมัธยมนี้ เคยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน เฮ้ย! เราได้ไปทะเลทุกปีนะ เราได้ไปงานวอลต์ ดิสนีย์ เราพูดกับเพื่อนได้ ทั้งที่เพื่อนอยู่กับพ่อแม่ แต่เขาไม่มีโอกาสตรงนี้ เรารู้สึกภาคภูมิใจนะ อย่างน้อยชีวิตเราไม่ได้ด้อยนะ คนอื่นยังอิจฉาเรา พอเรากลับมาเป็นครู ความรู้สึกแตกต่างกัน เหมือนเราได้ทำบุญ เราได้ให้ความรู้เขาในสิ่งที่เขาไม่รู้ มันปลื้มปีติ เราได้ทำประโยชน์ ตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่าเราได้รับ แต่ตอนนี้เราได้ให้เขาบ้าง เราได้ทำประโยชน์ต่อสังคมและเด็กๆ” รุ่งอรุณ พวงดอกไม้ ผู้ที่เคยใช้ชีวิตในโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ปัจจุบันเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

หากถามว่า ฝันหรือความประทับใจของแม่แอ๊วในการให้ชีวิตใหม่แก่ลูกๆ ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กคืออะไร?

“ตอนแม่เป็นครู ครูในกระแสหลัก ต้องผลิตเด็กป้อนโรงงาน แต่แม่คิดว่ามันเป็นคนที่ แม่นึกถึงเดอะ โมเดิร์น ไทม์ ของชาลี แชปลิน มันเป็นคนที่ขาดจิตวิญญาณ แต่พอมาหมู่บ้านเด็กของเรา เราเอาจิตวิญญาณเติมเข้าไปให้มากที่สุด และแม่ดูว่า เวลาเขาเป็นพ่อแม่ เขามีจิตวิญญาณกับลูกเขามั้ย ก็พบว่า ที่ประทับใจคือ ถ้าเขามีปัญหาครอบครัว จนอยู่ไม่ได้ เขาขอเลี้ยงลูกเอง เพราะเขารู้สึกว่า ตอนเขามาอยู่บ้านเด็ก เขาไม่มีแม่ มันโหยหาแค่ไหน เขาจะไม่ยอมให้ลูกเขาโหยหา พอเขาพูดคำนี้ แม่ขนลุกเลย นี่คือความฝันของแม่ที่เราอยากเห็นลูกของเรา เด็กในหมู่บ้านเด็ก เขาเป็นแม่ของสังคมได้ด้วย”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า โรงเรียนหมู่บ้านเด็กอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคและการสนับสนุนของมูลนิธิเด็ก ซึ่งยังไม่ค่อยพอเพียงต่อการดูแลเด็ก หากท่านใดต้องการช่วยเหลือโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขากาญจนบุรี ชื่อบัญชี โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เลขที่บัญชี 713-1-42718-7 หรือหากต้องการช่วยเหลือเป็นสิ่งของ สามารถติดต่อได้ที่ 089-410-4427

ติดตามรับชมรายการ ฅนจริง ใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ News1(IPM ช่อง 64, PSI ช่อง 211)

















กำลังโหลดความคิดเห็น...