รายการ “ฅนจริง ใจไม่ท้อ” วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พาคุณผู้ชมไปพบกับเรื่องราวของ “น้องโอม” วัย 11 ที่นอกจากต้องดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียงแล้ว ตัวเองยังป่วยด้วยโรคเอสแอลอีเหมือนแม่ โรคที่รุมเร้าทั้งคู่ ทำให้ไม่รู้ว่าใครจะจากไปก่อนกัน น้องจึงหวังว่า ถ้าน้องไปก่อน อยากให้ใครก็ได้ช่วยดูแลแม่ด้วย
น้องโอม หรือ ด.ช.วรภพ นวลนิศาชล วัย 11 ขวบ อาศัยอยู่กับแม่ คุณวรัญญา นวลนิศาชล อายุ 34 ปี ที่ อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ทั้งคู่ต่างมีชีวิตที่สุดแสนรัดทน เพราะแม่ป่วยติดเตียง ด้วยหลายโรครุมเร้า ทั้งโรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง, ไขสันหลังติดเชื้อ, ถุงน้ำทับเส้นประสาทที่ไขสันหลัง และหัวไหล่ตายทั้งสองข้าง ส่งผลให้มีอาการชาตั้งแต่หน้าอกถึงปลายเท้า ต่อให้ยุงกัดหรือโดนมีดบาด ก็ไม่รู้สึก แต่จะมีอาการปวดและเกร็งอยู่ภายในร่างกาย และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
“หนูเป็นเอสแอลอีมานาน 10 กว่าปีแล้ว ตอนแรกเป็นโรคสะเก็ดเงินก่อน มารักษามาเจอว่าเป็นเอสแอลอี ...จนอายุ 30 เริ่มปวดหัว มีไข้ ไปหาหมอ ไม่ดีขึ้น หมอเจาะไขสันหลัง เจาะเที่ยวแรกยังหาสาเหตุไม่ได้ เจาะอีกครั้ง เจาะเช้า เย็นก็เดินไม่ได้ เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากสภาวะอะไร แต่เราติดเชื้อง่ายอยู่แล้ว” วรัญญา นวลนิศาชล แม่น้องโอม เล่าสาเหตุของการเดินไม่ได้
ทุกวันนี้แม่น้องโอมยังต้องเทียวเข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นระยะๆ ประมาณเดือนละ 4 ครั้ง เพราะบางทีอยู่ดีๆ ขาก็บวม บางทีก็ปวดท้องจนทนไม่ไหว
“อาการก็ไม่สบายทุกวัน 3 วันดี 4 วันไข้ เดี๋ยวไปหาหมอ เดี๋ยวดึกๆ ดื่นๆ ก็ต้องเรียกกู้ชีพมาเอาไป เพราะรถชาวบ้านไปไม่ได้ ลำบาก ต้องมีคนอุ้ม” มาณี ยวงเงิน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เล่าสภาพอาการป่วยของแม่น้องโอม
ขณะที่น้องโอม ต้องดูแลแม่ทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นเช้า จนถึงเข้านอน
“ตี 5 เอาน้ำมาให้แม่แปรงฟัน หุงข้าว ล้างหน้า กวาดบ้านถูกบ้าน เทฉี่ ทำกับข้าวหุงข้าว เตรียมของไว้ให้แม่ กวาดบ้านถูบ้าน (แล้วถึงไปโรงเรียน) (เลิกเรียน) 3 โมงครึ่ง กลับมา ขี่จักรยานมา และเอาถ้วยชามล้าง แม่กินเสร็จแล้ว เอาไปล้าง กวาดบ้านถูบ้าน เทฉี่ เช็ดตัว ทำแผล อาบน้ำ นอน กินข้าว เสร็จ 2-3 ทุ่ม” น้องโอมบอกเล่ากิจวัตรประจำวันที่ทำเพื่อแม่
แม่น้องโอมไม่เพียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม้แต่เรื่องขับถ่าย ก็ไม่สามารถทำเองได้เช่นกัน น้องโอมจึงต้องช่วยด้วยการสวนทวาร
ลำพังดูแลแม่และเรียนหนังสือก็เป็นเรื่องหนักสำหรับเด็กวัยแค่ 11 ขวบแล้ว แต่น้องโอมยังมาป่วยตามแม่อีก โรคที่รุมเร้าน้องมีทั้งไตอักเสบเฉียบพลัน เอสแอลอี และโปรตีนรั่ว แต่เอสแอลอีที่น้องเป็นจะอันตรายกว่าที่แม่เป็น เพราะน้องเป็นที่ไต อาการจะกำเริบง่ายกว่า โชคดีที่น้องได้เป็นคนไข้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทำให้ครอบครัวซึ่งไม่ได้มีรายได้อยู่แล้ว ไม่ต้องแบกรับภาระตรงนี้เพิ่มขึ้นอีก
“น้องโอมก็ได้เป็นคนไข้ของพระราชินี ณ ตอนนี้ เวลาจะไปหาหมอ ทหารก็มารับ ทหารรับก็ไปอยู่หลายวัน กว่าเขาจะมาส่ง ก็ขาดโรงเรียน บางทีถ้าตรงกับแม่เขา ก็ไปกับแม่เขา จ้างรถไป เหมารถไป ครั้งละ 3 พัน และจ้างคนเดินยาเดินเรื่องอีก 300” ซิ๊วฮวย สัมฤทธิ์ น้าแม่น้องโอมฉายภาพเวลาแม่ลูกคู่นี้ต้องไปหาหมอ
แต่ละวันน้องโอมต้องกินยาเยอะมาก น้องบอกว่า หากวันไหนลืมกิน จะปวดหัวมาก ทำให้แม่อดห่วงน้องโอมไม่ได้
“ก็กังวล เวลาเขาเป็น หน้าแดง บวมมาก อยู่ดีๆ คลื่นไส้ เวียนหัว ปวดหัว โดนแดดมากๆ ก็ปวดหัว เราเองทำอะไรไม่ได้เลย ลูกจะกินอะไร ก็ทำไม่ได้ ลูกต้องกินข้ามต้มมั้ย ก็ทำไม่ได้ ก็ต้องให้ลูกต้มข้าวต้มเอง” แม่น้องโอมพูดด้วยความสงสารลูก
“รู้สึกเสียใจ ทำไมแม่ต้องเป็นแบบนี้ อยากให้แม่เดินได้ อยากให้แม่หาย และอยากให้หนูหาย (เคยคุยกันมั้ยถ้าแม่และหนูหาย จะทำอะไร) อยากทำความดีและอยากมีความสุข อยากเป็นหมอตามที่ใฝ่ฝันไว้ (มองอนาคตอย่างไร แม่ก็ป่วย เราก็ป่วย) ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะไม่รู้จะอยู่กับแม่ไปอีกนานหรือเปล่า อยากบอกว่าหนูจะรักแม่ต่อไป จะทำอย่างนี้ให้กับแม่ต่อไปเท่าที่หนูจะทำได้ ทำให้ดีที่สุด ในชีวิต” น้องโอมสะท้อนความรักที่มีต่อแม่
“นักข่าวมา เขาพูดว่า พี่ครับ ถ้าผมตาย พี่ช่วยดูแลแม่ผมด้วยนะครับ ผมห่วงแม่ เขาเคยบอกกับนักข่าวที่มา หรือบอกกับหน่วยงานอะไร ของบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ บอกพี่ครับ ผมฝากแม่ผมด้วยนะ เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้นานเปล่า” มาณี ยวงเงิน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.)
ด้านแม่น้องโอม ยอมรับว่า เคยคิดว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของลูกหรือไม่ เพราะแค่จะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดยังทำไม่ได้ เคยท้อถึงขนาดคิดอยากฆ่าตัวตาย
“ลำบากมากนะกับการเป็นผู้ป่วยที่ติดเตียงก็พอทนนะ แต่โรคภัยมารุมเร้า มันเหมือนอะไรไม่รู้ที่มาประดังเรา ท้อมาก เคยคิดฆ่าตัวตาย บางทีลูกพูด ถ้าแม่ตาย แล้วหนูจะอยู่กับใคร ...แรงใจคืออยากอยู่กับลูก เราก็ไม่รู้ว่าเราสองคนใครจะไปก่อน ทำให้ดีที่สุดในวันนี้ที่เรายังมีชีวิตอยู่ ทำได้แค่ไหนก็ทำ ทำไม่ไหวก็ไม่ต้องทำ”
หากท่านใดอยากให้กำลังใจหรือช่วยเหลือน้องโอมและแม่ สามารถโอนเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางระจัน สิงห์บุรี ชื่อบัญชี นางสาววรัญญา นวลนิศาชล เลขที่บัญชี 406-172-707-1
ติดตามรับชมรายการ “ฅนจริง ใจไม่ท้อ” ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-10.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1


