xs
xsm
sm
md
lg

ลึกทันใจ : ลุงตู่ช่วยด้วย...วิกฤติพยาบาลครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



รายงานพิเศษ ลึกทันใจ ตอน ลุงตู่ช่วยด้วย...วิกฤติพยาบาลครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม NEWS1 วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2560




ปัญหาการไม่สามารถบรรจุพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวให้เป็นข้าราชการพยาบาลจำนวน 10,992 อัตรา กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะหากไม่เร่งแก้ปัญหาจนพยาบาลพากันลาออกขึ้นมาจริง ๆ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้างแน่นอน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน ได้ชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาว่า ขณะนี้มีตำแหน่งข้าราชการพยาบาลว่าง 2,621 ตำแหน่ง แต่มีพยาบาลที่ต้องการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการมีกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งว่างของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดที่มีอยู่ 1 หมื่นกว่าตำแหน่ง ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณาว่ามีตำแหน่งใดบ้างที่พอจะจัดสรรมาให้กับพยาบาลได้บ้าง ซึ่งตำแหน่งนี้จะต้องมีคุณวุฒิ คุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ และภารกิจที่ใกล้เคียงกับพยาบาล อาทิ นักวิชาการสาธารณสุข แต่บางตำแหน่งซึ่งมีภารกิจเฉพาะก็ไม่สามารถนำมาจัดสรรได้ เช่น แพทย์ เป็นต้น

ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข มีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ 100,855 คน เป็นข้าราชการ 87,252 คน เป็นพนักงานราชการ 260 คน และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 6,538 คน และลูกจ้างชั่วคราว 6,805 คน ในปี 2559 ได้บรรจุพยาบาลไปแล้ว 1,700 ตำแหน่ง และในปีนี้มีตำแหน่งว่าง 2,621 ตำแหน่ง โดยมี 1,200 ตำแหน่งจะได้บรรจุภายใน 1-2 เดือนนี้ และอีก 600 ตำแหน่งจะได้บรรจุภายในเดือนกันยายนตามลำดับ

นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมจะมีพยาบาลเกษียณอายุราชการอีก 800 ตำแหน่ง ซึ่งสามารถบรรจุเพิ่มได้อีก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่พยาบาลต้องออกมาเคลื่อนไหวก็มาจากความเหลื่อมล้ำเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ โดยผู้ที่เป็น “ข้าราชการพยาบาล” ได้ทั้งเงินเดือน ซึ่งจะได้รับการพิจารณาปรับขึ้น 0-6% ปีละ 2 ครั้งแล้ว ยังได้เงิน พ.ต.ส. หรือ เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข ค่าเวร ค่าโอที สวัสดิการการรักษาพยาบาลทั้งของตนเอง คู่สมรส บิดา-มารดา และบุตร สวัสดิการการศึกษาของบุตร บำเหน็จบำนาญ หากเป็นระดับขั้นราชการขึ้นไปถึงซี 7 ยังได้ค่าวิชาชีพอีกด้วย

ขณะที่พยาบาลซึ่งเป็น “พนักงานราชการ” นั้นแม้อัตราเงินเดือนแรกเข้าจะสูงกว่าข้าราชการ 20% แต่มีการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนในอัตรา 0-6% เพียงปีละครั้ง และต้องต่อสัญญาว่าจ้างทุก 4 ปี ทำให้เจ้าหน้าที่พยาบาลรู้สึกว่าไม่มีความมั่นคง อีกทั้งยังไม่มีสวัสดิการใด ๆ นอกจากสิทธิจากประกันสังคมแบบเดียวกับพนักงานบริษัทเท่านั้น

ส่วนพยาบาลที่เป็น “พนักงานกระทรวงสาธารณสุข” มีสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการ ซึ่งพยาบาลที่สอบได้ใบประกอบวิชาชีพจะได้เป็นพนักงานกระทรวงก่อน เมื่อมีตำแหน่งราชการจึงจะได้รับการบรรจุ ส่วนตำแหน่งที่แย่ที่สุดก็คือพยาบาลวิชาชีพที่เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” จะมีเพียงเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง โอที และเงิน พ.ต.ส. ในกรณีที่โรงพยาบาลต้นสังกัดมีเงินบำรุงที่สามารถนำมาจ่ายได้ แต่ไม่มีสวัสดิการแบบข้าราชการ มีเพียงสิทธิจากประกันสังคมที่ต้องส่งเงินสมทบตามกฎหมายแรงงานเท่านั้น และยังต้องต่อสัญญาจ้างทุกปีด้วย ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำของรายได้และสวัสดิการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งที่งานและภารกิจของพยาบาลทุกคนก็ถือว่าหนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน จึงน่าเห็นใจและต้องเข้าใจในการเคลื่อนไหวของพยาบาลลูกจ้างครั้งนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องเร่งปลดชนวนเรื่องนี้ให้ทันเวลา เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่น หากปล่อยให้คำขู่ลาออกเป็นจริงขึ้นมา คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนนั่นเอง

ทีมข่าวลึกทันใจ รายงาน