TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring ร่วมกันจัดสัมมนาเพื่ออัปเดตสถานการณ์ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกทยอยปรับขึ้น และสถานการณ์เงินเฟ้อเร่งตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นางสาวปนัดดา ตัณฑ์ชาญชีวิน รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายและธนบดีธนกิจ TMBAM Eastspring และ Thanachart Fund Eastspring กล่าวภายในงานว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่กลับตัวเป็นขาขึ้น และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อมีการเร่งตัวขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ทางการเงินเป็นวงกว้างโดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้
ขณะที่นายเอสตาบาน เบอบาโน Executive Vice President, Fixed Income Strategist, PIMCO ที่มาให้มุมมองทั้งภาพรวมเศรษฐกิจและเจาะลึกการลงทุนในกองทุนหลักอย่าง PIMCO GIS Income Fund (ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ TMB Global Income Fund หรือ TMBGINCOME) บอกว่า ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจ นายเอสตาบานได้ให้มุมมองไว้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2022 และปี 2023 ยังคงเป็นบวกได้ถึงแม้ว่าความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจถดถอยจะเพิ่มสูงขึ้น และอาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน, การดำเนินนโยบายทางการเงินแบบเข้มงวด และ supply chain ที่จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าก็อาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอย (recession) แต่อย่างไรก็ตาม PIMCO ไม่ได้มองว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก
ในขณะที่ความผันผวนของตลาดในปัจจุบันส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้หลายประเภทปรับตัวลดลงมา แต่อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึง Valuation ของตราสารหนี้เอกชนหรือ Credit Spread ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับในอดีต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม PIMCO เชื่อว่านักลงทุนยังควรระมัดระวังและมีการบริหารจัดการเชิงรุกมากขึ้น โดย PIMCO มีกลยุทธ์บริหารพอร์ต ดังนี้
1) เน้นการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์โดยไม่พึ่งพาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเป็นพิเศษ โดยผสมผสานระหว่างตราสารที่เน้นรักษาเงินต้น (Treasuries) กับตราสารที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง (High Yield)
2) ยังคงระมัดระวัง และเน้นการลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ที่อายุไม่ยาวนัก (Duration = 2.55 ปี) รวมถึงเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนในกลุ่มธนาคารและวัฏจักรที่มีสภาพคล่องสูงและปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตลงทุน
3) โดยปัจจุบันพอร์ต PIMCO GIS Income Fund มีสัดส่วนการลงทุนใน 1) Government & Agency MBS อยู่ 28% 2) ABS, CMBS และ Non-Agency MBS อยู่ 25% 3) Corporate (IG+HY) อยู่ 27% 4) Emerging Market อยู่ 12% 5) อื่นๆ อีก 8% (แหล่งที่มา PIMCO Presentation ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565)
4) ในช่วงท้ายของงานสัมมนา นายพงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ, CFA, FRM ผู้อำนวยการส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ TMBAM Eastspring ได้สรุปสถิติที่น่าสนใจของผลการดำเนินงานย้อนหลังของ PIMCO GIS Income Fund Institutional Accumulation (ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ TMBGINCOME) (แหล่งที่มา PIMCO Presentation ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565)
ดังนี้
1) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2012 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2022 กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ถึง 5.38% ต่อปี (หลังหักค่าใช้จ่าย)
2) ผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ในช่วงที่ดอกเบี้ยขึ้นมากกว่า 0.4% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2013 พบว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ถึง 6 ครั้ง ใน 8 ครั้ง
3) ในช่วงที่เกิดวิกฤตต่างๆ อย่างเช่น Financial Crisis (2008), Taper Tantrum (2013), Energy Sell Off (2016) และ Covid Crisis (2020) กองทุนฯ มีการปรับฐานราว 2-10% แต่หลังจากนั้นประมาณ 12 เดือนสามารถกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 8-28% อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้การันตีผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม
นอกจากนี้ นายพงค์สรรได้กล่าวต่อไปว่า การลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้อย่าง TMB Global Income ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากกองทุนหลักมีกลยุทธ์การปรับพอร์ตที่มีความคล่องตัวสูง เช่นสามารถปรับ Duration ของพอร์ตได้ตั้งแต่ 0-8 ปี หรือลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางด้านอัตราดอกเบี้ยหรือเครดิตได้ นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมี Current Yield สูงถึง 6.45% ((แหล่งที่มา PIMCO Presentation ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565) ซึ่งจะทำให้พอร์ตโดยรวมมีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับกองทุน TMB Global Income Fund หรือ TMBGINCOME เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ PIMCO GIS Income Fund Institutional Accumulation โดยมีความเสี่ยงกองทุนอยู่ที่ระดับ 5