xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีออกกองทุนหุ้นจีน ชี้ราคาถูก-นโยบายรัฐหนุน ศก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บลจ.กรุงศรีมองเศรษฐกิจจีนเติบโตแข็งแกร่ง ออกกองทุน KF-HCHINAD ลุยตลาดหุ้นจีนช่วงราคาหุ้นถูก รับผลตอบแทนระยะยาว ชูกลยุทธ์ลงทุนบริษัทในจีนและบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่รับอานิสงส์การเติบโตของเศรษฐกิจจีน

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า จากการใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินของจีนในช่วงที่ผ่านมาและล่าสุดได้ลดดอกเบี้ยลงอีก 1% ส่งผลให้ธนาคารมีความสามารถในการปล่อยกู้ได้เพิ่มขึ้น และทำให้สภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยแผนนโยบายของเศรษฐกิจในระยะต่อไปนั้นต้องการให้เศรษฐกิจมีการเติบโตที่ลดลง โดยปัจจุบันจีนต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตประมาณ 7% และต้องการให้มีการเติบโตในระดับ 6% ในปี 2020 โดยการเติบโตหลักๆ จะมาจากการบริโภคและการลงทุนในประเทศ

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงที่จะเชื่อมโยงกันมากขึ้นทำให้ตลาดทั้งสองมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้ในอนาคตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงจะมีผลต่อตลาดหุ้นของท้้งโลก ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นจีนอยู่ที่ 12 เท่า ไต้หวันอยู่ที่ 15 เท่า จึงมองว่าตลาดหุ้นจีนน่าสนใจและยังมีการเติบโตได้อีกในอนาคต

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทจึงเตรียมเปิดขายกองทุนเปิด กรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ฟันด์ ปันผล (KF-HCHINAD) ขนาดกองทุน 1,000 ล้านบาท โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก First State Greater China Growth Fund เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีโครงสร้างการบริหารที่แข็งแกร่งและมีความแตกต่างทางธุรกิจ มีอำนาจต่อรองด้านราคา มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และราคาหุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจและสมเหตุสมผล

“บริษัทมีมุมมองที่ดีต่อการลงทุนใน Greater China ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเติบโตของ 3 ตลาดที่สำคัญของโลก ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ซึ่งแต่ละประเทศมีบริษัทที่กำลังเติบโตและมีคุณภาพจำนวนมาก มีระดับราคาน่าสนใจ โดยเฉพาะราคาหุ้นจีนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก”

ด้าน นางคริสตี้ โก Director, Channel Sales, First State Investments (Singapore) เปิดเผยว่า กองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเกรทเทอร์ไชน่านี้ ไม่ได้ลงทุนเฉพาะในตลาดหุ้นจีนเท่านั้น แต่ยังลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีการเติบโตไปตามเศรษฐกิจของจีน และมีกลยุทธ์การลงทุนโดยเลือกบริษัทที่น่าสนใจที่สุดและให้น้ำหนักลงทุนมากในกลุ่มนั้น โดยไม่มองเรื่องดัชนีตลาด ซึ่งหุ้นที่กองทุนให้น้ำหนักมากคือกลุ่มเฮลท์แคร์, กลุ่มการบริโภคในประเทศ, กลุ่มอีคอมเมิร์ซ และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
กำลังโหลดความคิดเห็น