Mercedes-Benz ประเทศไทย เปิดตัว The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class รุ่นปรับโฉม MY2026
รถยนต์ซีดานระดับหรูที่ได้รับการปรับปรุงทั้งด้านการออกแบบ เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร และระบบช่วยเหลือการขับขี่
โดยรถยนต์ทั้งสองตระกูลประกอบในประเทศไทย (CKD) ร่วมกับบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด
The new S-Class มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ S 350 d 4MATIC เครื่องยนต์ดีเซล และ S 580 e 4MATIC ระบบปลั๊กอินไฮบริด
ส่วน Mercedes-Maybach S-Class ทำตลาดด้วยรุ่น S 580 e plug-in hybrid ซึ่งเน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารตอนหลังเป็นพิเศษ
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
* Mercedes-Benz S 350 d 4MATICราคา 7,190,000บาท
* Mercedes-Benz S 580 e 4MATIC plug-in hybridราคา 7,190,000บาท
* Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid Standardราคา 9,900,000บาท
* Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybridพร้อมตัวถัง Two-Toneราคา 10,900,000บาท
เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน
- Mercedes-Benz S 350 d 4MATIC
*เครื่องยนต์ดีเซล 6สูบแถวเรียงขนาด 3.0ลิตรรหัส OM656M EVO
*ระบบอัดอากาศ Twin-scroll turbocharger
*เทคโนโลยี ISG2ระบบไฟฟ้า 48V
*กำลังสูงสุด 313แรงม้า
*แรงบิดสูงสุด 650นิวตันเมตร
*อัตราเร่ง 0–100กม./ชม.ใน 5.4วินาที
*ความเร็วสูงสุด 250กม./ชม.
*เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC
*ระบบขับเคลื่อน 4ล้อ 4MATIC
- Mercedes-Benz S 580 e 4MATIC plug-in hybrid
*เครื่องยนต์เบนซิน 6สูบแถวเรียงขนาด 3.0ลิตรรหัส M256M EVOทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
*ระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
*กำลังรวมสูงสุด 585แรงม้า
*แรงบิดรวมสูงสุด 750นิวตันเมตร
*อัตราเร่ง 0–100กม./ชม.ใน 4.4วินาที
*ความเร็วสูงสุด 250กม./ชม.
*เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC
*ระบบขับเคลื่อน 4ล้อ 4MATIC
*แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 21.96 kWh
*ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 100กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
*รองรับการชาร์จ ACสูงสุด 11 kWใช้เวลาชาร์จ 0–100%ประมาณ 2ชั่วโมง 15นาที
*รองรับการชาร์จ DCสูงสุด 60 kWใช้เวลาชาร์จ 10–80%ประมาณ 20นาที
- Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid
*เครื่องยนต์เบนซิน 6สูบแถวเรียงขนาด 2,999ซีซีทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
*ระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
*กำลังรวมสูงสุด 585แรงม้า
*แรงบิดรวมสูงสุด 750นิวตันเมตร
*อัตราเร่ง 0–100กม./ชม.ใน 4.8วินาที
*ความเร็วสูงสุด 250กม./ชม.
*เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC
*ระบบขับเคลื่อน 4ล้อ 4MATIC
*แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 21.96 kWh
*ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 100กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
*รองรับการชาร์จ ACสูงสุด 11 kWใช้เวลาชาร์จ 0–100%ประมาณ 2ชั่วโมง 15นาที
*รองรับการชาร์จ DCสูงสุด 60 kWใช้เวลาชาร์จ 10–80%ประมาณ 20นาที
อุปกรณ์ภายนอก
*กระจังหน้า Maybachขนาดใหญ่ขึ้น 20%เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
*กรอบกระจังหน้าและตัวอักษร MAYBACHแบบเรืองแสง
*ช่องรับอากาศด้านหน้า Maybach Exclusive Air Intake Grilleตกแต่งด้วยลวดลาย MAYBACH Pattern
*ไฟหน้า DIGITAL LIGHTพร้อมกราฟิกแสงรูปดาวสามแฉกตกแต่งรายละเอียดสี Rosé Goldและสัญลักษณ์ MAYBACHแบบเรืองแสงภายในชุดไฟหน้า
*ไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมกราฟิกดาวสามแฉก 3ดวงต่อข้าง
*แถบตกแต่งโครเมียมดีไซน์เรียวบาง
*ล้อ Maybach Forged Wheelsขนาด 20นิ้ว
*ตราดาวสามแฉกบริเวณดุมล้อออกแบบให้ตั้งตรงแม้ล้อกำลังหมุน
อุปกรณ์ภายใน
*ระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System)
*ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ MBUX Virtual Assistantใช้เทคโนโลยี AIรองรับการสนทนาและคำสั่งที่ซับซ้อน
*ระบบนำทาง Google Mapsสามารถเชื่อมต่อบัญชีผู้ใช้ได้โดยตรง
*หน้าจอ MBUX Superscreenประกอบด้วยหน้าจอกลางขนาด 14.4นิ้วและหน้าจอผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3นิ้ว
*หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ 3มิติขนาด 12.3นิ้วพร้อม Head-up Display
*หน้าจอผู้โดยสารด้านหน้ารองรับความบันเทิงและแอปพลิเคชันพร้อมระบบตรวจจับสายตาผู้ขับขี่
*ระบบ Digital Vent Controlปรับทิศทางช่องปรับอากาศด้านหน้าและด้านหลังโดยอัตโนมัติ
*ระบบ Welcome / Goodbyeปรับตำแหน่งช่องปรับอากาศตามค่าที่ผู้ใช้กำหนด
พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลัง
*เบาะนั่งด้านหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้าสามารถปรับเอนพนักพิงได้สูงสุด 43.5องศา
*ที่รองขาและน่องปรับระดับได้สูงสุด 50องศา
*ระบบ One-touchสำหรับปรับตำแหน่งเบาะนั่ง
*ระบบนวด ENERGIZING Massage
*เบาะนั่ง Climate Rear Seatsรองรับระบบอุ่นและระบายความเย็น
*ระบบความบันเทิง MBUX High-End Rear Seat Entertainmentพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 13.1นิ้วจำนวน 2จอรองรับความบันเทิงและการใช้งานอินเทอร์เน็ต
*รีโมต MBUX Rear Remote Controlจำนวน 2เครื่องสำหรับควบคุมหน้าจอม่านบังแดดระบบปรับอากาศและระบบนวด
*ระบบ Comfort Doors in the Rearประตูหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกในการขึ้นลงจากรถรวมถึงขณะจอดบนทางลาดชัน
ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ
*ระบบเครื่องเสียง Burmester High-End 4D Surround Sound
*ลำโพง 31ตัวพร้อม Excitersอีก 8ตัวติดตั้งภายในเบาะนั่งเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนให้สอดคล้องกับจังหวะเสียง
*รองรับระบบเสียง Dolby Atmos
*ระบบ VIP Seatปรับการกระจายเสียงให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่นั่ง
*ระบบสื่อสารภายในรถช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังสนทนากับผู้ขับขี่ได้สะดวกขึ้น
*หูฟังไร้สาย 2ชุดรองรับ Dolby Audioและระบบตัดเสียงรบกวน
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
*ระบบเลี้ยวล้อหลังปรับมุมเลี้ยวได้สูงสุด 4.5องศาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเลี้ยวและกลับรถ
*ระบบ MB.DRIVE PARKING ASSIST 360
*กล้องรอบคันจำนวน 10ตัวช่วยตรวจจับพื้นที่จอดรถและแสดงภาพสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ
*ระบบ MB.DRIVE ASSISTประกอบด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่หลายรายการเช่น Blind Spot Assist, Lane Keeping Assist, Brake Assist, Distance Assist DISTRONICและ Steering Assist
สี
* Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybridรุ่น Standardมาพร้อมตัวถังสีแบบ Single-Tone
*มีตัวเลือกตัวถังสี Two-Toneในรุ่น Optional Extraซึ่งมีราคาจำหน่าย 10,900,000บาท


