xs
xsm
sm
md
lg

Nvidia จับมือ Mercedes-Benz, Volvo และ Volkswagen พัฒนารถขับขี่อัตโนมัติในยุโรป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Jensen Huang และ Hakan Samuelsson - Volvo Cars และ Nvidia
Nvidia ขยายการใช้งานแพลตฟอร์ม Hyperion ในยุโรป โดยร่วมมือกับ Mercedes-Benz, Volvo, Volkswagen รวมถึงผู้ให้บริการอย่าง Bolt และ Einride เพื่อพัฒนารถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้ไร้คนขับ Robotaxi และรถบรรทุกอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบ ยังไม่มีบริการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบที่เปิดใช้งานเชิงพาณิชย์บนถนนสาธารณะในขณะนี้

Hyperion คืออะไร

Nvidia Hyperion คือชุดระบบคอมพิวเตอร์และเซ็นเซอร์ภายในรถ ทำหน้าที่เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบช่วยขับขี่และระบบขับขี่อัตโนมัติ

ผู้ผลิตรถสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ขับขี่ Alpamayo Stack ของ Nvidia หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองบนระบบเดียวกันได้ ช่วยลดเวลาการติดตั้ง ทดสอบ และนำระบบไปใช้กับรถหลายรุ่น

Nvidia วางระบบนี้ให้รองรับตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคล ไปจนถึงรถขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 3, Level 4 และ Robotaxi

Nvidia Hyperion
แต่ละบริษัทนำไปใช้งานต่างกัน

พันธมิตรในยุโรปมีแผนนำเทคโนโลยีของ Nvidia ไปใช้ดังนี้

- Mercedes-Benz: ใช้ Hyperion และ Alpamayo Stack พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 3 และ Level 4 ในอนาคต
- Volvo Cars: เตรียมนำ Hyperion, Alpamayo Stack และระบบความปลอดภัย Halos ไปใช้กับรถยนต์เจเนอเรชันใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งบนทางหลวง ถนนในเมือง และการจอดรถ
- Volkswagen Commercial Vehicles: นำ Hyperion มาใช้กับรถตู้ไฟฟ้า ID. Buzz AD สำหรับพัฒนารถรับส่งและบริการขับขี่อัตโนมัติ
- Einride: ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนารถบรรทุกขับขี่อัตโนมัติรุ่นต่อไป
- TIER IV และมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิก: เตรียมใช้ Hyperion พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอัตโนมัติในเยอรมนี

Volkswagen ID. Buzz AD
Bolt วางแผนใช้ Robotaxi อย่างน้อย 25,000 คัน

Bolt เลือกใช้ Alpamayo Stack สำหรับโครงการ Robotaxi ในยุโรป โดยเริ่มจากรถยนต์รุ่นใหม่ของ Lucid ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม Hyperion

บริษัทตั้งเป้านำรถที่รองรับการขับขี่อัตโนมัติ Level 4 มาใช้งานอย่างน้อย 25,000 คัน ในยุโรป และวางแผนเริ่มเก็บข้อมูลการขับขี่บนถนนจริงในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ภายในปี 2027 ก่อนขยายไปยังเยอรมนี

แผนดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และคำว่า “รองรับ Level 4” หมายถึงรถมีฮาร์ดแวร์สำหรับพัฒนาระบบ ไม่ได้หมายความว่ารถทั้ง 25,000 คันสามารถให้บริการไร้คนขับได้ทันที

Bolt - Robotaxi
Mercedes-Benz เตรียมเปิดใช้ระบบ Level 2 ในเยอรมนี

ระบบที่ใกล้เปิดใช้งานจริงที่สุดคือ MB.DRIVE ASSIST PRO ของ Mercedes-Benz ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Nvidia เพื่อช่วยขับรถตามเส้นทางที่ตั้งไว้ ทั้งการเปลี่ยนช่องทาง เลี้ยวผ่านทางแยก เบรก และออกตัวเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยน

Mercedes-Benz เตรียมเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกในเมืองสตุตการ์ตและมิวนิกทดลองใช้ตั้งแต่ปลายปี 2026 ก่อนเปิดให้สั่งซื้อในเยอรมนีช่วงครึ่งแรกของปี 2027

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังเป็น SAE Level 2 ผู้ขับต้องมองถนนและรับผิดชอบการควบคุมรถตลอดเวลา ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยรถใช้เซ็นเซอร์รวม 27 จุดและคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังประมวลผลสูงสุด 254 TOPS

MB.DRIVE ASSIST PRO - Mercedes-Benz
Halos SAFE ช่วยตรวจสอบความปลอดภัย

Nvidia ยังเปิดตัว Halos SAFE สำหรับรวบรวมผลการทดสอบระบบขับขี่อัตโนมัติ ตั้งแต่การจำลองบนคอมพิวเตอร์ การทดสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ การขับบนถนนจริง ไปจนถึงข้อมูลจากรถที่ใช้งานในกองยาน

ระบบจะบันทึกว่ารถผ่านสถานการณ์ใดมาแล้ว ทำงานได้ตามเกณฑ์หรือไม่ และสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบหลักฐานแต่ละขั้นตอนได้ ช่วยให้ผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลประเมินความปลอดภัยจากข้อมูลชุดเดียวกัน

Nvidia พัฒนากระบวนการนี้ร่วมกับ dSPACE, IVEX และ TÜV Rheinland โดยมี Mercedes-Benz, Volvo Cars และ JLR เข้าร่วมในระบบนิเวศดังกล่าว

การประกาศครั้งนี้จึงไม่ใช่การเปิดตัวรถไร้คนขับที่พร้อมใช้งานทันที แต่เป็นการสร้างระบบกลางให้ผู้ผลิตรถหลายรายใช้พัฒนา ทดสอบ และขออนุมัติเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติได้รวดเร็วและตรวจสอบความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น

ที่มา: Nvidia, Motor1